วันที่ 21 กุมภาพันธ์ เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ห้องประชุมคำชะโนด อาคาร 2 ศาลากลางจังหวัดอุดรธานี นายสมหวัง พ่วงบางโพธิ์ รอง ผวจ.อุดรธานี เป็นประธานการประชุมบูรณาการการแก้ไขปัญหาคำชะโนด โดยมีนายอำเภอบ้านดุง ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องจาก สนง.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จ.อุดรธานี , สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 6 (อุดรธานี) , สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 10 , โครงการชลประทานอุดรธานี , สนง.ที่ดิน จ.อุดรธานี , สนง.พัฒนาที่ดิน จ.อุดรธานี , มรฏ.อุดรธานี เข้าร่วมการประชุมเพื่อให้ข้อมูลและรับทราบมติที่ประชุมฯ
โดยที่ประชุมได้พิจารณาให้เป็นไปตามมติ ที่ประชุมกรมการจังหวัดอุดรธานี ให้มีคณะทำงานรวมทั้งสิ้น 3 คณะ คือ 1.คณะทำงานเดิมที่ติดตามเรื่องระบบนิเวศ ส่งผลกระทบให้ประชากรต้นชะโนดลดลง ที่มีความคืบหน้าไปมากแล้ว , 2.คณะทำงานเรื่องการจัดระเบียบ ให้เป็นไปตามระเบียบกฎหมาย เพื่อแก้ไขปัญหาการบุกรุกพื้นที่สาธารณประโยชน์ พร้อมมีคำส่งห้ามหน่วยราชการ สร้างสิ่งก่อสร้างทั้งใน และโดยรอบพื้นที่คำชะโนด และ 3. คณะจัดระเบียบในพื้นที่คำชะโนด เช่น ลานจอดรถ ร้านจำหน่ายสินค้า ป้ายแสดงราคาสินค้สและบริการ
นายสุวิชาญ ไชยโกมล นายอำเภอบ้านดุง กล่าวว่า ในส่วนของการจัดระเบียบพื้นที่ มีการประชุมร่วมของหน่วยงาน และผู้มีกิจกรรมในพื้นที่ ได้ข้อสรุปเบื้องต้นที่สามารถปฏิบัติได้ และเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย คือ จะไม่อนุญาตให้มีการจุดธูป-เทียน ภายในบริเวณป่าคำชะโนด เพื่อลดควันที่กระทบกับต้นชะโนด , การนำเครื่องเซ่นไหว้โดยเฉพาะ “บายศรีพระยานาค” ขอให้ผู้ที่นำไปประกอบพิธี นำกลับมาบูชาที่บ้าน เพื่อเป็นสิริมงคล มากกว่าถูกนำไปใส่ไว้ในถุงดำ ขนออกมาทิ้งช่วงกลางคืน และช่วยลดปริมาณขยะ และส่วนอื่นจะเป็นเรื่องคุ้มครองผู้บริโภค
ด้านนายสมหวัง พ่วงบางโพธิ์ รอง ผวจ.อุดรธานี กล่าวว่า ปัจจุบันประชาชนจากทั่วประเทศสนใจ และนิยมมากราบไหว้ขอพรจากป่าคำชะโนด วันธรรมดามีประมาณ 3 – 4 พันคน วันหยุดเสาร์ อาทิตย์ หรือวันพระ มาเป็นหมื่นคน เมื่อคนมาเยอะก็เกิดปัญหาจราจร ที่จอดรถ อาหารการกิน เครื่องเซ่นไหว้ ซึ่งไม่เพียงพอต่อความต้องการ ที่สำคัญที่สุดคือเรื่องของการจัดการขยะ ประชาชนนำเข้าไปแล้วไม่นำกลับออกมา นำออกมาไม่ได้เพราะประชาชนเข้ามาไม่ขาดสาย ต้องรอเอาออกมาช่วงหลายคืน รวมไปถึงควันธูปที่ส่งผลต่อระบบนิเวศน์

“นายอำเภอบ้านดุง และหน่วยงานที่เกี่ยว ได้ลงพื้นแก้ปัญหาอย่างต่อเนื่อง และได้ออกข้อบังคับให้ประชาชนที่มากราบไหว้ให้นำของไหว้ พานบายศรี กลับไปด้วย ไม่ให้มีการจุดธูปด้านใน จะจัดพื้นที่ไว้ให้ด้านนอก ห้ามนำแป้งเข้าไปปะพรมหรือถูไถต้นไม้ที่อยู่ภายใน จัดระเบียบการเดินเข้าออก และที่สำคัญที่สุดคือการอนุรักษ์ต้นชะโนด ที่มีการสำรวจวิเคราะห์จากหน่วยงานต่างๆ พบว่าดินมีความอุดมสมบูรณ์มาก มีค่าไม่แตกต่างกัน น่าห่วงคือเรื่องน้ำที่พบว่ามีความชุ่มชื้นลดลง ต้องหาทางแก้ไขในระบบด้านใน และด้านนอกควบคู่ไป ซึ่งวันที่ 23 กุมภาพันธ์ คณะทำงานจะเข้าพื้นที่ไปประชาสัมพันธ์ ให้กับพี่น้องประชาชนได้รับทราบข้อปฏิบัติ” นายสมหวัง กล่าว

