รวบหมอกระเป๋า ตระเวนเปิดโรงแรม ฉีดหน้าลูกค้า สารภาพทำมา 5 ปี 

4.08.24 | 10:34 น.

รวบหมอกระเป๋า ตระเวนเปิดโรงแรม ฉีดหน้าลูกค้า สารภาพทำมา 5 ปี 


กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง จับกุมผู้ต้องหาอ้างตัวเป็นแพทย์ฉีดเสริมความงามให้ประชาชน สืบเนื่องจากกองกำกับการ 4 ได้รับแจ้งเบาะแสจากประชาชน ขอให้ทำการตรวจสอบบุคคลแอบอ้างตัวเป็นแพทย์ฉีดเสริมความงาม

โดยจะนัดหมายกลุ่มลูกค้าผ่านทางเฟซบุ๊ก จากนั้นเปิดโรงแรมย่านสุขุมวิทใช้เป็นสถานที่ฉีดเสริมความงาม เช่น ฉีดวิตามินผิว, ฟิลเลอร์, โบท็อกซ์ โดยสงสัยว่าบุคคลที่ทำหัตถการให้ไม่ใช่แพทย์

ตำรวจทำการสืบสวนพบว่า มีการนัดหมายกลุ่มลูกค้าเข้ามารับบริการฉีดเสริมความงามโดยใช้โรงแรมต่างๆ ย่านสุขุมวิทเป็นสถานที่นัดหมายสำหรับให้บริการจริง

Advertisement

ต่อมาวันที่ 2 สิงหาคม 2567 ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่ดังกล่าว พบ น.ส.เจติยา (สงวนนามสกุล) อายุ 39 ปี แอบอ้างเป็นแพทย์หญิง ให้บริการฉีดรักษา เสริมความงามแก่ลูกค้าที่นัดหมายไว้

โดยขณะนั้นมีลูกค้ารอรับบริการอยู่หลายราย จากการตรวจสอบพบว่า น.ส.เจติยา ไม่ใช่แพทย์ และไม่มีใบประกอบวิชาชีพเวชกรรม ประกอบกับสถานที่ดังกล่าวมีลักษณะเป็นห้องพักในโรงแรม ไม่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาล และดำเนินการสถานพยาบาล

น.ส.เจติยา (สงวนนามสกุล) ซ้าย

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงจับกุม น.ส.เจติยา พร้อมตรวจยึดของกลาง รวม 5 รายการ ได้แก่ ยาที่บรรจุในไซรินจ์พร้อมฉีด ไซรินจ์ เข็ม และฟิลเลอร์สำหรับใช้ฉีด

น.ส.เจติยากล่าวว่า ไม่ใช่แพทย์ ไม่มีความรู้ ความชำนาญ อย่างแพทย์ผู้มีวิชาชีพแต่อย่างใด เรียนจบการศึกษาระดับชั้น ปวช.3 สาขาการขาย และไปศึกษากับภรรยาของหมอจีนที่พักอาศัยภายในประเทศมาเลเซีย จึงพอมีความรู้เกี่ยวกับการแพทย์

ประกอบกับมีความสนใจในด้านศัลยกรรมเสริมความงาม และเห็นช่องทางว่ามีรายได้ดี จึงเริ่มรับงานโดยแอบอ้างตัวเป็นแพทย์ศัลยกรรมเฉพาะทาง รับฉีดวิตามินผิว ฟิลเลอร์ โบท็อกซ์ ให้กับลูกค้าทั้งในประเทศไทยและประเทศมาเลเซีย โดยจะนัดหมายลูกค้าผ่านเฟซบุ๊กครั้งละหลายราย และเปิดโรงแรมรายวันเพื่อให้บริการฉีดเสริมความงามให้ลูกค้าตามสถานที่ต่างๆ เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งจะใช้จุดนัดหมายหลายจุด และเปลี่ยนสถานที่ไปเรื่อยๆ โดยทำมาแล้วประมาณ 5 ปี มีรายได้เดือนละ 20,000-40,000 บาท

การกระทำของผู้ต้องหาดังกล่าวมีดังนี้

  1. พ.ร.บ.วิชาชีพเวชกรรม พ.ศ.2525 ฐาน “ประกอบวิชาชีพเวชกรรม โดยไม่ได้รับอนุญาต” ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปีหรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
  2. พ.ร.บ.ยา พ.ศ.2510 ฐาน “ขายยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับอนุญาต” ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 10,000 บาท

พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผบก.ปคบ. กล่าวฝากความห่วงใยมายังพี่น้องประชาชนว่า ควรศึกษาข้อมูลคลินิก แพทย์ผู้ทำการรักษา และขั้นตอนการรักษาให้ดีก่อนที่จะเข้ารับบริการเสริมความงาม อย่าหลงเชื่อโปรโมชั่น หรือราคาที่เสนอต่ำกว่าคลินิกทั่วไป