หน้าแรก ในประเทศ ชาวแม่สะเรียง...

ชาวแม่สะเรียงค้านส่งไม้สักให้อ.อ.ป. แนะใช้สร้างร.ร.-วัดในพื้นที่แทน โวยหลังที่ไฟไหม้ 2 ปีแล้วยังไม่มาซ่อม

21.02.17 | 19:00 น.

วันที่ 21 กุมภาพันธ์ เมื่อเวลา 17.00 น. นายบุญญฤทธิ์ นิปวณิชย์ ประธานสหพันธ์ปลัดอำเภอแห่งประเทศไทย (ส.ปอ.ท.) ในฐานะปลัดอำเภอผู้ประสานงานประจำตำบลแม่สะเรียง อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน ได้เรียกประชุมเพื่อหารือกำนันและผู้ใหญ่บ้าน คณะกรรมการหมู่บ้านทุกแห่งใน ต.แม่สะเรียงและใกล้เคียง สมาชิกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กลุ่มมวลชนและประชาชนทั่วไปประมาณ 100 คน หลังจากได้รับร้องเรียนและคัดค้านกรณีเมื่อวันที่ 23-25 มกราคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ป่าไม้สังกัดสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 สาขาแม่ฮ่องสอน ได้ขนย้ายไม้ของกลางที่คดีสิ้นสุดแล้วจากหน่วยป้องกันรักษาป่าในท้องที่ จ.แม่ฮ่องสอน ทั้ง 7 อำเภอ ประกอบด้วยไม้สักท่อนจำนวน 201 ท่อน ปริมาตร 36.69 ลบ.ม. ไม้สักแปรรูป จำนวน 2, 637 แผ่น/เหลี่ยม ปริมาตร 47.86 ลบ.ม. รวมปริมาตรไม้ทั้งสิ้น 84.55  ลบ.ม. ส่วนไม้ของกลางในท้องที่ อ.ปาย อ.ขุนยวม อีกจำนวนหนึ่งได้ขนย้ายไปก่อนหน้าแล้ว เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2560 นำส่งองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (อ.อ.ป.) อู่บกพหลโยธิน จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อใช้ก่อสร้างพิพิธภัณฑ์ไม้มีค่า จ.พระนครศรีอยุธยา ตามคำสั่งกรมป่าไม้ ที่ 974/2559 ลงวันที่ 12 เมษายน พ.ศ.2559

 

นายบุญญฤทธิ์กล่าวว่า หลังเกิดกระแสคัดค้านดังกล่าวและรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ชาวแม่สะเรียงวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆ นานา ไม่เห็นด้วยส่งมอบไม้สักดังกล่าวมูลค่ากว่า 50 ล้านบาทให้พิพิธภัณฑ์ไม้มีค่า จ.พระนครศรีอยุธยา แทนที่จะเก็บไม้เหล่านี้ไว้สำหรับจัดสร้างพิพิธภัณฑ์แม่สะเรียง แทนของเดิมเป็นอาคารไม้สักถือปูน 2 ชั้น ที่เกิดเหตุไฟไหม้เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2558 และฝ่ายที่เกี่ยวข้องรับปากจะก่อสร้างขึ้นใหม่ ใช้แสดงถึงประวัติศาสตร์ของ อ.แม่สะเรียงหรือการทำไม้สักในพื้นที่ ให้ลูกหลานได้ดูว่าบ้านเมืองเราคือเมืองสักทอง แต่ล่วงเลยมากว่า 2 ปีแล้วยังไม่คืบหน้า มีเพียงชี้แจงว่าได้งบประมาณมาแล้วและอยู่ระหว่างดำเนินการ แต่กลับเอาไม้ไปให้คนอื่น ต่างรู้สึกหดหู่ที่ป่าไม้ถูกตัดโค่นยังไม่พอ กลับนำไม้ออกไปให้ที่อื่นอีก เป็นต้น

201702211822486-20021028190217

รายงานข่าวแจ้งว่า ประเด็นของการประชุมดังกล่าวไม่เห็นด้วยที่จะให้นำไม้สักของกลางในพื้นที่ป่าสาละวิน ซึ่งเป็นไม้สักเนื้อดีที่สุดในโลก และการนำออกไปใช้ก่อสร้างนอกพื้นที่ ควรจะขอความเห็นและชี้แจงถึงเหตุผลให้ประชาชนได้ทราบ เพราะการนำไม้ออกไปก่อสร้างก็อาจมีงบประมาณอยู่แล้ว ควรก่อสร้างวัด โรงเรียน อาคารส่วนราชการในพื้นที่มากกว่า เพราะยังขาดงบประมาณอยู่อีกมาก

Advertisement