วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2560 เมื่อเวลา 08.00 น. จากกระแสข่าวว่ามีคณะสงฆ์ที่เป็นพระลูกวัดจากพื้นที่ จ.ปัตตานี ได้นัดหมายรวมตัวกันเดินทาง พร้อมนำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี เพื่อขอบิณฑบาตระงับเหตุการณ์ โดยระบุว่า อาตมาภาพพร้อมคณะสงฆ์จากวัดในพื้นที่ 4 จชต. (ปัตตานี ยะลา นราฯ และสงขลา) จำนวน 323 วัด มีความเป็นห่วงกังวลเหตุการณ์เจ้าหน้าที่บุกจับหลวงพ่อธัมมชโย และตรวจค้นวัดพระธรรมกาย จนเกิดการกระทบกระทั่ง ทั้งที่วัดเป็นสถานที่สงบร่มเย็น เป็นที่บำเพ็ญบุญทางพระพุทธศาสนา จึงขอบิณฑบาตนายกรัฐมนตรีให้งดใช้ความรุนแรง และแก้ปัญหาด้วยสันติวิธีนั้น ล่าสุดพระสิริจริยาลังการ เจ้าคณะจังหวัดปัตตานี วัดตานีนรสโมสร (วัดอารามหลวง) อำเภอเมืองปัตตานี กล่าวว่าในส่วนของคณะสงฆ์ในพื้นที่ จ.ปัตตานีนั้นยังไม่ทราบว่ามีพระสงฆ์รวมตัวไปร่วมกิจกรรมกับวัดธรรมกายตามที่มีกระแสข่าวลือ ในฐานะที่เป็นผู้นำพระสงคณะสงฆ์ในระดับจังวัดส่วนตัวแล้วจะก็จะไม่กระทำอย่างนั้น
โดยจากกระแสข่าวก็มีวัดบางแห่งในพื้นที่คอยให้การสนับสนุน และตรวจสอบแล้วพบว่ามีพระสงฆ์เดินทางไปร่วมจำนวน 2 รูป นั้น พระสิริจริยาลังการได้มีการว่ากล่าวตักเตือนว่าไม่ควรไปร่วมกิจกรรมเพราะมันไม่เหมาไม่ควรจะกระทำ ถ้าจะมีก็เป็นการกระทำส่วนตัว แต่หากจะให้เรียกประชุมคณะสงฆ์ทั้งหมดนั้นจะสั่งห้ามไม่ให้พระสงฆ์ ทั้งหมดไปร่วมกิจกรรมทั้งสิ้น เป็นอำนาจหน้าที่ของผู้ทำหน้าที่เจ้าคณะจังหวัดต้องดูแล เพราะเป็นเรื่องของกฎหมายบ้านเมืองที่ผู้ถูกกล่าวหากระทำความผิด ก็ต้องว่าไปตามขั้นตอนเป็นรายตัวบุคคล และไม่ควรเอาไปเหมารวมว่าเป็นการย่ำยีและทำร้ายพุทธศาสนา ตรงนี้นั้นไม่ใช่และควรต้องมองเรื่องราวให้ตลอดสายถึงที่มาที่ไปนั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร และเรื่องแบบนี้ต้องทำให้เป็นกลาง และควรปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม หากคิดว่าเป็นเรื่องไม่จริงหรือถูกฝ่ายเจ้าหน้าที่กลั่นแกล้งใส่ร้าย ถ้าไม่มีความผิดจริงตามกล่าวหานั้นสังคมก็จะทำหน้าที่ช่วยประณามต่อการกระทำนั้นเอง ตรงนี้อยากให้อยู่กันภายใต้กฎระเบียบมากกว่า
ส่วนหลายคนที่มีความเป็นห่วง การจะวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับเรื่องราวเหล่านี้นั้น พระสิริจริยาลังการกล่าวว่า สามารถแสดงออกด้วยความสงบได้หลากหลายวิธี โดยเฉพาะในโลกสังคมโชเซียลยุคปัจจุบันนั้นใช้กันแพร่หลายขึ้น หรือการนั่งคุยกันได้ด้วยเหตุด้วยผลที่ไม่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง และควรตั้งอยู่ภายใต้เหตุและผล จะต้องไม่ทำให้เป็นต้นสายปลายเหตุของการวิจารเกิดความแตกแยก อาจด้วยเพราะนำไปโยงเรื่องราวนั้นเป็นการย่ำยีและทำลายศาสนานั้นไม่ใช่ ควรมีเหตุและผลในการวิจารที่ถูกต้องด้วยหลักการพิสูจน์ ตรงนี้เองหลายคนอาจมีความรู้สึกไม่สบายใจและต่างหดหู่กับการกระทบกระทั่งและการปฏิบัติของฝ่ายเจ้าหน้าที่ต่อผู้ครองผ้าเหลืองนั้นอาจมองดูแล้วรู้สึกไม่สบายใจ หลายคนรู้สึกหดหู่ต่อพุทธศาสนา ส่วนตัวแล้วก็มีความรู้สึกหดหู่ ไม่สบายใจเหมือนกัน แต่ทำไม่พระจะต้องกีดกันและขัดขวางไม่ให้เจ้าหน้าที่ทำการเข้าตรวจพิสูจน์ จะได้เป็นการแสดงความจริงใจ การที่พระจะออกมาขัดขวางและบดบังอะไรบางอย่าง ตรงนี้บ่งชี้ถึงพื้นฐานของการแสดงการกีดกั้นความจริงที่จะเกิดขึ้น และควรปล่อยให้ความจริงบังเกิดขึ้น การแสดงของของสมณะควรกระทำอย่างสงบ ถึงแม้เกรงว่าฝ่ายเจ้าหน้าที่อาจจะทำร้ายก็ควรปล่อยให้เขาทำไป เพราะบ้านเมืองมีกฎหมาย หน่วยงานหรือองค์กรภาครัฐนั้นเราสามารถแจ้งความร้องทุกข์ได้หากถูกกระทำ แต่เชื่อว่าฝ่ายเจ้าหน้าที่บ้านเมืองเรานี้ไม่ทำพระ
“อาตมาครุ่นคิดเหตุกระทบกระทั่งจนอาจก่อเกิดความรุนแรง จนรู้สึกห่วงใยว่าข่าวสารที่นำเสนอนั้นจะทำให้ เด็กๆ เยาวชนเข้าใจผิด ผู้ปกครอง หรือผู้ใหญ่ควรจะมีการอธิบายเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นอยู่ตามหน้าหนังสือพิมพ์นั้นเป็นเพียงกลุ่มเล็กๆ และเหมาตีรวมเข้ากับพระสงฆ์ที่ดีๆ ยังมีอีกมากมายทั่วประเทศ และยิ่งน่าเศร้าสลดใจมากหากว่าผู้ใหญ่ในวันนี้ไม่ทำหน้าที่คอยสอนสั่งให้ลูกหลานได้เข้าใจพุทธศาสนาที่ดีงาม และหลายครั้งที่มีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวกับพุทธศาสนาในประเทศไทย หลายครั้งหลายเรื่องได้มีการพิสูจน์จนเข้าใจกัน และบางเรื่องยังนำไปสู่พัฒนาการทำให้คนได้มีความรู้ มีความเข้าใจสิ่งๆ ทางพุทธศาสนาได้อย่างถ่องแท้มากขึ้น และเหตุการณ์ในครั้งนี้อาตมาจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวและจะไม่ขอเข้าไปมีส่วนร่วมใดๆ ทั้งสิ้น เพียงขอแค่อยากบอกถึงญาติโยมทุกๆ คนว่า ขอให้มีการแยกแยะและถือว่าสิ่งที่กระทำอันไดผิดก็ถือเป็นกรรมใครกรรมมัน” พระสิริจริยาลังการ กล่าว
ล่าสุด นายถมยา ศรีประสม ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนา จ.ปัตตานี ได้ประสานเครือข่ายชาวไทยพุทธในพื้นที่ ช่วยสำรวจวัดที่เป็นเครือข่ายสาขาวัดธรรมกาย พร้อมรายงานข้อมูลเตรียมพบปะพูดคุยเจ้าอาวาส เพื่อขอความร่วมมือห้ามไม่ให้พระลูกวัดเดินทางร่วมกิจดรรมใดๆ เกี่ยวกับวัดธรรมกาย เนื่องจากหลังหารือ พระสิริจริยาลังการ เจ้าคณะจังหวัดปัตตานี ได้มีมติห้ามไม่ให้พระสงฆ์ในพื้นที่เดินทางร่วมทำกิจกับพรลูกวัดธรรมกายอย่างเด็ดขาด เนื่องจากในช่วงนี้ยังคงมีการจัดกำลังตรวจค้นภายในวัดเต็มพื้นที่และเกรงจะไม่ปลอดภัย ขั้นต้นมีรายงานพบวัดในเครือข่ายแล้วจำนวน 2 วัด และได้ยังขอความร่วมมือให้ทางอำเภอที่วัดดังกล่าวตั้งอยู่นั้น มีการจัดเจ้าหน้าที่หมั่นคอยพบพะพูดคุยและตรวจสอบจำนวนพระลูกวัดไม่ให้มีการเดินทางไปร่วมเคลื่อนไหว แต่มีรายงานว่าเจ้าอาวาส 1 ใน 2 วัดดังกล่าว ไม่อยู่ที่วัดจึงมีการรายงานข้อมูลต่อเจ้าคณะจังหวดจนทราบว่าได้เดินทางไปยังวัดธรรมกาย และมีเดินทางกลับทันที นอกจากนี้หากยังมีพระสงฆ์รูปใดผ่าฝืน ทางเจ้าคณะจังหวัดและสำนักพระพุทธ. จ.ปัตตานี จะมีมาตรการต่อไป

