สุดทน! เพื่อนบ้านมหาภัยปาหินนับ 100 ก้อน ใส่หลังคาบ้าน แจ้งความแล้วยังปาไม่เลิก 

6.08.24 | 18:20 น.

หนุ่มสุดทนร้องสายไหมต้องรอด เพื่อนบ้านมหาภัยปาหินนับ 100 ก้อน ลงหลังคา แจ้งความแล้วแต่ยังปาไม่เลิก


เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม ที่สำนักงานเพจสายไหมต้องรอด สืบเนื่องจากเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่หมู่บ้านแห่งหนึ่ง โครงการ 2 ในย่านประเสริฐมนูกิจ 27 แขวงจรเข้บัว เขตลาดพร้าว ซึ่งบ้านของนายทนงศักดิ์อยู่ในซอย 226 แต่บ้านผู้ก่อเหตุอยู่ในซอย 228 ซึ่งอยู่หลังบ้านนายทนงศักดิ์พอดี

นายทนงศักดิ์กล่าวว่า ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา มีเสียงดังอะไรบางอย่างมากระทบกับหลังคาบ้านแต่ไม่ได้สนใจอะไร เพราะคงคิดว่าน่าจะเป็นเศษฝุ่นหินที่ปลิวมากระเด็นโดนหลังคาบ้านตามปกติ จนกระทั่งช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา ตนสังเกตเห็นว่าหลังคาของบ้านรั่ว จึงได้เรียกช่างมาซ่อมแซม ซึ่งทันทีที่ช่างขึ้นไปบนหลังคาก็พบว่า มีก้อนหินเป็นจำนวนมากและมีนอตเหล็กบางส่วนกองอยู่บนหลังคาบ้าน

Advertisement

ตนเลยเดินเข้าไปพูดคุยกับเพื่อนบ้านบริเวณโดยรอบ ทุกบ้านก็บอกว่าโดนเหมือนกัน จนกระทั่งได้มาพูดคุยกับบ้านหลังนี้ ซึ่งตอนนั้นตนก็ยังไม่รู้ว่าเป็นบ้านผู้ก่อเหตุหรือไม่ แต่ตนสังเกตเห็นว่ามีกองหินที่มีลักษณะคล้ายหินที่อยู่บนหลังคาบ้านตนกองอยู่หน้าบ้านเขา ตนก็เลยขอเข้าไปพูดคุยกับคนที่อยู่ในบ้านหลังนั้น ซึ่งปรากฏว่ามีพ่อของผู้ก่อเหตุเดินออกมาคุย แล้วก็พูดบ่ายเบี่ยงประมาณว่า แถวนี้ไม่มีใครเขวี้ยงหินหรอก บ้านตนก็โดนเหมือนกัน ไม่รู้ว่าเป็นฝีมือใคร

แล้วหลังจากนั้นก็สังเกตเห็นว่าบ้านของตนถูกปาหินเกือบทุกวัน โดยมักจะมีการปาหินในช่วงประมาณตี 5 และประมาณ 1 ทุ่มกว่าๆ ซึ่งตอนเชื่อว่าน่าจะเป็นบ้านข้างหลังของตนแน่ๆ เลยตัดสินใจเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.โคกคราม เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม แต่ตำรวจอ้างว่าทำอะไรไม่ได้ เนื่องจากไม่มีภาพวงจรปิดหรือพยานหลักฐานเพียงพอ

หลังจากนั้น ตนตัดสินใจติดกล้องวงจรปิด โดยต้องขอความร่วมมือติดตั้งกล้องวงจรปิดจากเพื่อนบ้าน บริเวณโดยรอบที่ถูกปาหินเหมือนกัน โดยทันทีที่ติดกล้องนั้น คนในบ้านผู้ก่อเหตุก็ออกมาโวยวายว่า ไม่ให้หันกล้องมาที่บ้านเขา จึงได้แต่หันไปออกไปทางถนน โดยรวมกว่า 7 ตัว แต่ก็สามารถจับภาพบริเวณด้านหน้าบ้านผู้ก่อเหตุได้

โดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นล่าสุดเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม สามารถจับภาพได้ชัดว่าตัวผู้ก่อเหตุนั้นได้เดินออกมาหน้าบ้านทำท่าทีสูบบุหรี่แล้วคลุมรถ ก่อนที่จะหยิบหินที่อยู่ที่กองบริเวณหน้าบ้านเขวี้ยงใส่บ้านของตน ช่วงประมาณ 19.42 น. ซึ่งถือเป็นภาพยานหลักฐานที่ชัดเจนที่สุด

นายทนงศักดิ์กล่าวเพิ่มเติมว่า ตนและภรรยาอาศัยอยู่ที่บ้านหลังนี้มากกว่า 20 ปี และไม่เคยมีปัญหากับใครโดยเฉพาะบ้านผู้ก่อเหตุ ซึ่งบ้านผู้ก่อเหตุนั้นเพิ่งมาอาศัยไม่ถึง 10 ปี ตัวผู้ก่อเหตุน่าจะเป็นชายอ้วนท้วม อายุประมาณ 40 ปี ที่ผ่านมา ภาพวงจรปิดก็สามารถจับภาพตัวผู้ก่อเหตุที่มีพฤติกรรมชอบเดินไปเดินมาคล้ายว่าทำทีดูจุดที่จะปาหินใส่ คาดว่าพ่อแม่อาจจะไม่เคยรู้พฤติกรรมของชายคนนี้ แต่ก็ไม่เคยให้ความร่วมมือกับเพื่อนบ้านในการพูดคุย โดยเฉพาะบ้านของตน ตัวผู้ก่อเหตุทราบว่ามีลูก แต่คิดว่าตัวผู้ก่อเหตุอาจจะมีปัญหาทางจิต เพราะเคยมีประวัติโชว์ก้นใส่กล้องวงจรปิด (ภาพวงจรปิด 28 กรกฎาคม เวลาประมาณ 18.14 น.) อีกทั้งเพื่อนบ้านบริเวณโดยรอบของบ้านผู้ก่อเหตุก็พูดตรงกันว่า บ้านหลังนี้ค่อนข้างมีอาการทางจิตและมีปัญหากับเพื่อนบ้านบ่อย รวมทั้งคนในบ้านหลังนั้นก็มักจะพูดคุยกันด้วยถ้อยคำหยาบคายเป็นประจำ

ทั้งนี้นายทนงศักดิ์ได้ฝากไปถึงพ่อแม่ของผู้ก่อเหตุว่า ถ้าลูกป่วยก็ให้เอาไปรักษา ก่อนที่จะมีเหตุการณ์บานปลายไปมากกว่านี้ เพราะทุกคนมีขีดจำกัดความอดทนที่แตกต่างกันออกไป จึงอยากให้พ่อแม่ช่วยดูแลผู้ก่อเหตุเป็นพิเศษ

ด้านนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด เปิดเผยว่า หลังจากนี้ตนจะประสานไปยังผู้กำกับการ สน.โคกคราม ให้เร่งรัดคดี และให้พิจารณาดำเนินคดีต่างกรรมต่างวาระ ซึ่งในช่วงบ่ายวันนี้ผมจะลงพื้นที่ร่วมกับ สน.โคกคราม เพื่อเข้าไปเจรจากับบ้านผู้ก่อเหตุ เพื่อให้หยุดพฤติกรรมดังกล่าวเพราะถ้าหากพลาดไปโดนใครอาจทำให้มีคนได้รับบาดเจ็บหรือถึงขั้นร้ายแรงจนถึงเสียชีวิตได้