แจ้งข้อหา นช.บางขวาง วางยานอนหลับ ชำเราเพื่อนในห้องขัง พบประวัติมีคดีติดตัวเพียบ

6.08.24 | 17:34 น.

แจ้งข้อหา นช.บางขวาง วางยานอนหลับ ชำเราเพื่อนในห้องขัง หลังสอบปากคำพบว่ามีมูล สอบประวัติย้อนหลังมีคดีติดตัวเพียบเคยหลบหนีระหว่างเป็นนักโทษ

จากกรณีที่นักโทษชาย (นช.) เรือนจำกลางบางขวาง อ.เมืองนนทบุรี ทำหนังสือร้องเรียนขอความช่วยเหลือจากสภาทนายความ ว่าถูก นช.ร่วมห้องขังวางยานอนหลับและข่มขืนกระทำชำเรา แต่เมื่อนำเรื่องไปแจ้งผู้คุมแล้ว คดีกลับไม่คืบหน้า จนทำให้ นช.ผู้ก่อเหตุได้ใจตะโกนบูลลี่ใส่ทุกวันคล้ายกับประจานให้เพื่อน นช.คนอื่นๆ รู้ สร้างความอับอายจนเกิดความเครียด สภาพจิตใจย่ำแย่จนอยากฆ่าตัวตาย โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นในห้องขังของเรือนจำกลางบางขวาง เมื่อวันที่ 7 มกราคมที่ผ่านมา จนต่อมา นช.ผู้เสียหายตัดสินใจยื่นหนังสือร้องขอความช่วยเหลือไปยัง ดร.วิเชียร ชุบไธสง นายกสภาทนายความ ก่อนจะมีมติเป็นเอกฉันท์ให้จัดตั้งทีมงานทนายความเพื่อช่วยเหลือทางคดีให้กับ นช.ผู้เสียหายคนดังกล่าว

เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม พ.ต.ท.บำเพ็ญ ไวยรจนา รอง ผกก.หน.งานสอบสวน สภ.เมืองนนทบุรี เปิดเผยความคืบหน้าในคดีดังกล่าวว่า ตนในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบในคดีดังกล่าว ได้ลงพื้นที่เข้าไปในเรือนจำกลางบางขวาง เพื่อทำการสอบสวนพยานทั้งหมดซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของเรือนจำ จำนวน 7 ปาก รวมทั้งสอบปากคำ นช.ทั้งผู้ก่อเหตุ ผู้เสียหาย และเพื่อน นช.ในเหตุการณ์ รวม 4 คน พบว่า นช.ผู้ก่อเหตุได้กระทำความผิดจริง ตามที่ นช.ผู้เสียหายร้องเรียนและมอบหมายให้ทางทนายความเข้าแจ้งความดำเนินคดี จึงได้แจ้งข้อหาข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นกับ นช.ผู้ก่อเหตุไปแล้วเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยเมื่อวานนี้ได้พิมพ์ลายนิ้วมือ นช.ผู้ก่อเหตุเสร็จเรียบร้อยแล้ว คาดว่าภายในอาทิตย์นี้จะสามารถทำสำนวนส่งฟ้อง นช.ผู้ก่อเหตุให้กับพนักงานอัยการเพื่อสั่งฟ้องดำเนินคดีต่อไป

พ.ต.ท.บำเพ็ญ ไวยรจนา รอง ผกก.หน.งานสอบสวน สภ.เมืองนนทบุรี

พ.ต.ท.บำเพ็ญกล่าวอีกว่า ประเด็นเรืองที่ นช.ผู้เสียหายร้องเรียนว่ามีการลักลอบแอบวางยานอนหลับในห้องขังนั้น ตนได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบแล้วพบว่า ห้องที่เกิดเหตุเป็นห้องขังซอยซึ่งมี นช. 3 คนอยู่ด้วยกันในคืนเกิดเหตุ คือ นช.ผู้ก่อเหตุ นช.ผู้เสียหาย และ นช.ร่วมห้องขังอีกหนึ่งคน เมื่อสอบถามเจ้าหน้าที่ของเรือนจำให้ข้อมูลว่า เรือนจำแดน 10 ซึ่งเป็นแดนที่เกิดเหตุนั้น มีมาตรการควบคุมสิ่งของต้องห้ามเข้มงวดเป็นพิเศษอยู่แล้ว เนื่องจากเป็นแดนควบคุมผู้ต้องขังที่มีโทษซ้อนโทษ จึงไม่มีโอกาสที่ นช.ในแดนดังกล่าวจะลักลอบนำยานอนหลับเข้าไปก่อเหตุได้

อย่างไรก็ตาม หลัง นช.ผู้เสียหายเห็นว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจลงไปตรวจสอบและดำเนินคดีกับ นช.ผู้ก่อเหตุแล้ว สุขภาพจิตก็ดีขึ้น จากที่เคยวิตกกังวลว่าคดีเขาจะไม่ได้รับความเป็นธรรมก็เบาใจลง และหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่เรือนจำก็ได้แยกขัง นช.ทั้ง 3 รายออกจากกันไปแล้ว

Advertisement

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบประวัติของ นช.ชัยพร ผู้ก่อเหตุ พบว่าเคยถูกจับกุมตัวดำเนินคดีมาในหลายข้อหา ทั้งคดียาเสพติด ลักทรัพย์ในหลายพื้นที่ ล่าสุดเมื่อเดือนตุลาคมปี 2563 ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งข้อหาลักทรัพย์ในสถานที่ราชการ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิด จนนำตัวส่งฝากขังที่เรือนจำจังหวัดนนทบุรี

แต่ต่อมา นช.ผู้ก่อเหตุรายนี้เกิดป่วยด้วยอาการไส้ติ่งแตก จึงถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลพระนั่งเกล้าเพื่อทำการผ่าตัดรักษา โดยมีเจ้าหน้าที่เรือนจำเฝ้าดูแลอย่างใกล้ชิด แต่ นช.รายนี้ได้อาศัยจังหวะขณะที่เจ้าหน้าที่เรือนจำผลัดเปลี่ยนเวรหลบหนีออกจากโรงพยาบาลไป แล้วถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมตัวกลับมาได้ในที่สุด จึงทำให้ นช.รายนี้ถูกส่งตัวไปฝากขังต่อที่เรือนจำกลางบางขวาง

จนกระทั่งมาก่อเหตุข่มขืนกระทำชำเราเพื่อนนักโทษชายร่วมห้องขังอีก และตะโกนบูลลี่เพื่อน นช.ผู้เสียหายในทำนองว่า ตกเป็นเมียแล้วอย่าสร้างปัญหา จนทำให้ นช.ผู้เสียหายเกิดความอับอายและเครียดจนอยากฆ่าตัวตาย จึงได้ทำหนังสือร้องขอความเป็นธรรมไปยังสภาทนายความเพื่อให้เข้ามาช่วยเหลือดำเนินคดีกับ นช.ผู้ก่อเหตุ