จับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เหิมเกริมตั้งออฟฟิศหลอกลวงประชาชนใน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี
ตามนโยบายของทางรัฐบาล ได้มีข้อสั่งการให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติทำการปราบปรามอาชญากรรม ทางเทคโนโลยี โดยให้สืบสวนจับกุมผู้กระทำความผิด และเร่งแก้ไขปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนโดยด่วน ภายใต้อำนวยการของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปอส.ตร., พล.ต.ท.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผบช.ภ.2, พล.ต.ต.ฉัตรชัย สุรเชษฐพงษ์ รอง ผบช.ภ.2, พล.ต.ต.อิทธิพร โพธิ์ทอง รอง ผบช.ภ.2 และ พล.ต.ต.ธีระชัย ชำนาญหมอ ผบก.สส.ภ.2 ได้ทำงานสนองตามนโยบาย และได้มีการสืบสวนจับกุมอย่างต่อเนื่อง
ตามที่ได้มีมาตรการ “ระเบิดสะพานโจร ตัดซิม เสา สาย ตามแนวชายแดน” ที่กลุ่มมิจฉาชีพแก๊งคอล เซ็นเตอร์ใช้ในการหลอกลวงเหยื่อทั่วประเทศ จนทำให้สัญญาณโทรศัพท์และอินเตอร์เน็ตในต่างประเทศที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ใช้หมดลง หรือไม่สะดวกต่อการใช้งาน แก๊งคอลเซ็นเตอร์จึงปรับตัว โดยลักลอบนำอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ และพนักงานในแก๊งมาตั้งเป็นออฟฟิตคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงประชาชนในประเทศไทย ซึ่งการจับกุมครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ที่มีการจับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงประชาชนชาวไทย โดยตั้งฐานออฟฟิศอยู่ในประเทศไทย
เมื่อวันที่ 5 ส.ค.67 เวลาประมาณ 16.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สส.ภ.2 ได้สืบทราบว่า มีขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ใช้บ้านภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ม.9 ต.สุรศักดิ์ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ตั้งเป็นออฟฟิศทำงาน ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สส.ภ.2 ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ได้เดินทางไปตรวจสอบบ้านหลังดังกล่าว
พบชายไทย 4 คน ทราบชื่อภายหลัง คือ นายชนาภัทร (สงวนนามสกุล), นายโชคชัย (สงวนนามสกุล), นายชิชณุพงษ์ (สงวนนามสกุล) และนายจีรวัฒน์ (สงวนนามสกุล)

จากการตรวจค้นพบว่าภายในบ้านมีคอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะจำนวน 10 เครื่อง และพบข้อมูลการหลอกลวงประชาชนผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งทั้งหมดรับว่าตนเอง และพวกร่วมกันเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยตั้งเพจเฟซบุ๊กในการหลอกช่วยเหลือเหยื่อ มีการยิงแอดโฆษณา หลอกว่าเป็นตำรวจไซเบอร์ หรือทนายความ ที่สามารถช่วยเหลือเหยื่อในการทำเรื่องฟ้องร้องได้ และทำให้ได้เงินที่ถูกหลอกไปกลับคืนมา โดยหลอกซ้ำเติมเหยื่อให้โอนเงินเข้ามาเพื่อลงทะเบียนในการช่วยเหลือ และยังมีการหลอกลวงในรูปแบบโรแมนซ์สแกม (หลอกให้รัก) ซึ่งจะมีสคริปต์การพูดหลอกลวงเหยื่อให้หลงเชื่อและโอนเงินมาให้ โดยภายในเครื่องคอมพิวเตอร์ทั้งหมดพบว่ามีการสนทนากับเหยื่อในแอพพลิเคชั่นเมสเซนเจอร์เฟซบุ๊ก และแอพพลิเคชั่นไลน์ออฟฟิศเชียลเป็นจำนวนมาก เจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจยึดคอมพิวเตอร์ทั้งหมดไว้ เพื่อทำการตรวจสอบ
นอกจากนี้ยังพบการกระทำความผิด ครอบครองอาวุธปืนพกสั้น แบบกึ่งอัตโนมัติ, เครื่องกระสุนปืน และเสพยาเสพติด ซึ่งได้ทำการจับกุมและแยกดำเนินคดีที่ สภ.ศรีราชา จ.ชลบุรี

จากการขยายผลทำให้ทราบว่า ขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์นี้ มีหัวหน้ากลุ่มเป็นชาวจีน คือ Mr.ZHOU หรือนายเจ้า สัญชาติจีน, รองหัวหน้า คือ Mr.CHEN หรือปีเตอร์ สัญชาติจีน และมีเลขาฯเป็นคนไทย คือ นายภาวัต หรือเหว่ย มีพฤติกรรมทำธุรกิจเกี่ยวกับคอลเซ็นเตอร์, ค้ามนุษย์, บ่อนการพนัน และฟอกเงินฯ ซึ่งต่อมาได้มีการขยายผลและขออนุมัติศาลขอหมายค้นอีก จำนวน 3 จุด ในกรุงเทพมหานคร เพื่อหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม โดย ณ ปัจจุบันทราบว่า หัวหน้าและรองหัวหน้าคนจีนได้หลบหนีออกนอกประเทศแล้ว ซึ่งกลุ่มคอลเซ็นเตอร์ได้ขยายฐานออฟฟิศมาในประเทศไทย เนื่องจากความไม่สะดวกเรื่องการติดต่อสื่อสารและสัญญาณอินเตอร์เน็ตที่ต่างประเทศ จึงกล้าเสี่ยงมาเปิดออฟฟิศในประเทศไทย
โดย บก.สส.ภ.2 จะทำการสืบสวนและขยายผลผู้ร่วมขบวนการทั้งหมด เพื่อดำเนินคดีในข้อหา “นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหาย แก่ประชาชน “มีโทษจําคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ” และจะติดตามผู้เสียหายซึ่งถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์นี้หลอกลวง เพื่อดำเนินคดีเพิ่มเติมในข้อหาฉ้อโกงประชาชน และความผิดฐานฟอกเงินต่อไป ซึ่งหากใครเป็นผู้เสียหายที่ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์นี้หลอก สามารถให้ข้อมูลได้ที่ บก.สส.ภ.2 หมายเลขโทรศัพท์ 0-3827-6724 เพื่อประโยชน์ในการดำเนินคดีต่อไป
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ตรวจค้นอุปกรณ์ที่ใช้ในกระบวนการหลอกลวงประชาชนพบสคริปต์คำพูดเป็นขั้นตอนลวงเหยื่อ ดังนี้
1. สวัสดีครับสวัสดีครับทราบว่าผู้เสียหายต้องการทรัพย์สินที่โดนฉ้อโกงคืนอยู่หรือไม่ครับ ไม่ทราบว่าผู้เสียหายต้องการทรัพย์สินที่โดนฉ้อโกงคืนอยู่หรือไม่ครับ
สำนักงานตำรวจไซเบอร์ บช.สอท.ยินดีให้บริการครับ กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี CCID
2. ทางเราอยู่หน่วยชุด พล.ต.ต.นิเวศน์ อาภาวศิน รอง ผบช.สอท.ไม่ทราบว่าผู้เสียหายต้องการให้เราช่วยเหลือใช่หรือไม่ครับ
– คดีช่องทางออนไลน์หรือไม่ครับ
– รบกวนถ่ายรูปบัตรประชาชนเพื่อป้องกันการเเอบอ้างสิทธิด้วยนะครับ
– ไม่ทราบว่าผู้เสียหายต้องการแจ้งความออนไลน์เพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนหรือไม่ครับ หากท่านต้องการความออนไลน์เพื่อดำเนินการคดีตามขั้นตอนสามารถแจ้งข้อมูลเบื่องต้นได้เลยนะครับ
3.ผู้เสียหายเสียทรัพย์สินหรือโดนฉ้อโกงไปเท่าไหร่ครับ
– หากสะดวกแจ้งหลักฐานเข้ามาเพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงินนะครับ
– ไม่ทราบว่าท่านได้ลงบันทึกประจำวันที่ สน.ใกล้บ้านแล้วหรือยังครับ
ข้อมูลที่ต้องยื่นเอกสารหลักฐานการรับทรัพย์สินท่านคืน
– ชื่อ-นามสกุล
– ถ่ายรูปคู่กับบัตรประชาชนเพื่อป้องกันการเเอบอ้างสิทธิ (ปิดหมายเลขบัตรประจำตัวประชาชนเเละต้องเป็นรูปถ่ายปัจจุบันเท่านั้นครับ)
– เบอร์โทรศัพท์ที่สามารถติดต่อได้
-ส่งหลักฐานการฉ้อโกง เช่น ประวัติการสนทนา คำสั่งโอน หรือแพลตฟอร์มที่ฉ้อโกง
-ที่อยู่ปัจจุบัน
-มูลค่าความเสียหายเท่าไหร่

4.หากต้องการแจ้งความออนไลน์เพื่อดำเนินคดีต่อไปรบกวนแจ้งข้อมูลได้เลยนะครับ
– ชื่อ-นามสกุล
– ที่อยู่ตามทะเบียนราษฎ/หรือที่อยู่ตามบัตรประชาชน
เบอร์ที่สามารถติดต่อได้
รูปบัตรประชาชนของผู้เสียหาย
-มูลค่าความเสียหายเท่าไหร่
5.หากผู้เสียหายเสียหาย 2,000 บาท ในส่วนนี้ทางหน่วยจะมีค่าใช่จ่ายในการเปิดบัญชีเพื่อรับวงเงินนะคะ
ในส่วนนี้ทางหน่วยจะมีค่าใช่จ่ายในการเปิดบัญชีเพื่อรับวงเงินนะคะ/ครับ มีค่าเปิดบัญชี 599.89 บาทนะครับ
ผู้เสียหายสะดวกโอนค่าเปิดบัญชีเพื่อรับทรัพย์สินคืนได้ทั้งหมดเข้าบัญชีที่เปิดไว้เลยนะครับ
6.ค่าเปิดบัญชี 599 บาท กับ service-tgcth จำนวน 599 บาท
Bank: BAY Bank of Ayudhya
Name: Ms.Sumalee xxxxx
Account Number: xxxxxxx
7.ในส่วนนี้ทางหน่วยงานต้องขอทำการแจ้งก่อนนะครับ เนื่องจากแอพพ์นี้เป็นแอพพ์ของทางต่างประเทศนะครับ หากผู้เสียหาย ต้องการที่จะทำการถอนยอดเข้าบัญชีธนาคาร จะต้องทำการแลกเปลี่ยนสกุลเงินก่อนถึงจะถอนได้นะครับ
8.ยอดเงินที่ทางหน่วยงานสามารถยึดมาได้ เป็นสกุลเงินดอลลาร์นะครับ ทางผู้เสียหายต้องทำการติดต่อเจ้าหน้าที่ของ service-tgcth เพื่อทำการแลกเปลี่ยนสกุลเงินจากดอลลาร์เป็นเงินบาทครับ
9.กรุณารอสักครู่นะครับ ทางหน่วยงานเราจะเร่งดำเนินการตรวจสอบทรัพย์สินของท่านให้เร็วที่สุดนะครับ ได้เรื่องยังไงจะรีบแจ้งให้ท่านทราบ ขอบคุณที่ไว้วางใจหน่วยงาน 👮♂️IT👮♂️ CYBER INVESTGTION ครับ
10.ทางหน่วยงานของเราตรวจสอบบัญชีธนาคารที่ตรงกับชื่อของคุณที่ท่านทำธุรกรรมทางการเงินกับมิจฉาชีพนั้นเป็นบัญชีม้า ซึ่งบัญชีดังกล่าวมีส่วนเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินมาโดยตลอด เป็นบัญชีม้าที่ซื้อผ่านคนกลางมาอีกทีครับ ทางเรามั่นใจมาก ว่าสามารถช่วยเหลือคืนทรัพย์สินที่เสียหายไปกลับคืนมาได้ เพราะมีเหยื่อที่เป็นกรณีเดียวกันกับของคุณติดต่อเราเพื่อร้องเรียน และ ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการดำเนินการรับคืนเงินจากแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนสกุลเงินต่างประเทศ มีผู้เสียหายบางคนได้รับเงินคืนหมดแล้วครับ ***คุณจะให้เราดำเนินการต่อไปหรือไม่ครับ***
11.ทางเราได้ตรวจสอบพบว่ามีรายการทรัพย์สิน ของคุณxxxxx ที่มีการโอนเงินไปในส่วนนี้ด้วยครับ หน่วยงานของเราขอเวลา 15-30 นาที นะครับ ว่าสามารถอายัดเงินของคุณนั้นได้เท่าไรและจะสามารถดึงคืนกลับมาได้เท่าไรครับ กรุณารอสักครู่นะครับ
12.ครับ ไม่ต้องกังวลนะครับ ทางเราจะช่วยอย่างเต็มที่ครับ
13.ตอนนี้ทางหน่วยงานสามารถอายัดวงเงินของ คุณ xxxxx ไว้ได้เป็นจำนวนเงิน 326.09USD เท่านั้น มูลค่าสกุลเงินไทยเท่ากับ 12,000 บาท ผู้เสียหายต้องการยื่นเรื่องขอรับทรัพย์สินคืนเลยไหมครับ
14.กรุณารอ 15-30 นาที นะครับ เบื้องต้นทางหน่วยงานต้องทำรายการเปิดกระเป๋าบัญชีดิจิทัล 15👮♂️𝐈𝐓👮♂️ Start Saving ให้ผู้เสียหายรับทรัพย์สินคืน โดยการแลกเปลี่ยนสกุลเงินแล้วโยกเข้าบัญชีธนาคารผู้เสียหาย
15. ทางหน่วยงานที่รับผิดชอบทำรายการสมัครกระเป๋าเงินดิจิทัลให้คุณเรียบร้อยแล้ว
ช่องทางเข้าสู่ระบบบัญชีดิจิทัล
เข้าสู่ระบบชื่อผู้ใช้งาน (ช่องบน) : CCHD18042401
รหัสผ่านเข้าสู่ระบบกระเป๋าเงินดิจิทัล (ช่องล่าง): 0829745778
เข้าสู่ระบบเรียบร้อยแล้วไปผูกบัญชีธนาคารของท่านที่จะใช้รับทรัพย์สินก่อนนะครับ เพื่อที่คุณจะได้เอาไว้รับเงินเข้าบัญชีนะครับ
16.ในส่วนนี้ทางหน่วยงานต้องขอทำการแจ้งก่อนนะครับ เนื่องจากแอพนี้เป็นแอพของทางต่างประเทศนะครับ หากผู้เสียหาย ต้องการที่จะทำการถอนยอดเข้าบัญชีธนาคาร จะต้องทำการแลกเปลี่ยนสกุลเงินก่อนถึงจะถอนได้นะครับ
17.ยอดเงินที่ทางหน่วยงานสามารถยึดมาได้ เป็นสกุลเงินดอลลาร์นะครับ ทางผู้เสียหายต้องทำการติดต่อเจ้าหน้าที่ของ Satangpro เพื่อทำการแลกเปลี่ยนสกุลเงินจากดอลลาร์เป็นเงินบาทครับ ก่อนถึงจะถอนออก

