เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก.สั่งการให้ พล.ต.ต. มนตรี เทศขัน ผบก.ป.,พ.ต.อ.เผด็จ งามละม่อม รอง ผบก.ป.,พ.ต.อ. มนูญ แก้วก่ำ ผกก.1 บก.ป., พ.ต.ท. อัครพล มณีวรรณ,พ.ต.ท. สมเดช สาระบรรณ์, พ.ต.ท.ธนศักดิ์ สว่างศรี,พ.ต.ท. อภิชน ขันกา, พ.ต.ท. พชรเดช บุญฤทธิ์ รอง ผกก.1 บก.ป. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม กก.1 บก.ป. ร่วมกันจับกุม นายพุธศุกร์ (สงวนนามสกุล) ฉายา ‘แบงค์ ดินแดง’ อายุ 29 ปี อาศัยอยู่ใน หมู่ที่ 10 ต.ทุ่งกระตาดพัฒนา อ.หนองกี่ จ.บุรีรัมย์ ในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงผู้อื่นและร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นโดยมิได้กระทำต่อประชาชนแต่เป็นการกระทำต่อบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ” จับกุมได้ที่ บริเวณ คอนโดมิเนียม ซอยประชาสงเคราะห์ 20 แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 2 มี.ค. 67 ผู้เสียหายได้รู้จัก กับนายพุธศกร์ ผ่านแอปพลิเคชั่นหาคู่ โดยได้กล่าวอ้างกับผู้เสียหายว่า เคยเป็นนักมวย และเป็นเจ้าของกองทุนธนาคารเกียรนาคินภัทร จำนวน 600,000 บาท ต่อมาได้เพิ่มเพื่อนกันผ่านแอปพลิเคชั่นไลน์เพื่อพูดคุยสนทนาและได้ชักชวนผู้เสียหายให้ร่วมลงทุนกับกองทุนดังกล่าว โดยอ้างว่าถ้าถอนเงินออกมาจากกองทุนทั้งหมด จะได้รับเงินปันผลกำไร จำนวน 60,000 บาท แต่จะต้องโอนเงินค่าธรรมเนียมเข้าไปก่อน จึงจะถอนเงินได้ และจะโอนเงินจำนวน 60,000 บาท เข้าบัญชีทันที ผู้เสียหายหลงเชื่อ จึงได้โอนเงินไปครั้งแรก เป็นเงิน 2,000 บาท จากนั้นผู้เสียหายทวงถามเรื่องเงินปันผลกำไรกับนายพุธศุกร์ ซึ่งก็บ่ายเบี่ยง และแจ้งว่าจะต้องโอนเงินเพิ่มอีกจึงจะถอนเงินได้ ผู้เสียหายจึงได้โอนเงินเพิ่มไปอีกเรื่อยๆ ระหว่างวันที่ 2 มี.ค. 67 ถึงวันที่ 14 มี.ค.67 จำนวน 74 ครั้ง ซึ่งรวมเป็นเงินที่เสียหายทั้งหมด 106,254 บาท โดยโอนเงินเข้าบัญชีธนาคาร ชื่อนายพุธศุกร์ และบัญชีธนาคาร ชื่อนายธีะวัฒน์(สงวนนามสกุล) ทุกครั้งที่ทวงถาม นายพุธศุกร์ ก็ได้บ่ายเบี่ยงที่จะโอนเงินปันผลกำไรให้ผู้เสียหายมาโดยตลอด และได้ส่งรูปภาพที่นำมาจากเว็บไซต์อื่นมาหลอกลวงว่านำเงินไปดำเนินการชำระค่าธรรมเนียมกองทุนเรียบร้อยแล้ว
ต่อมา นายพุทธศุกร์ ได้นัดหมายให้ผู้เสียหายไปพบ เพื่อรับเงินผลกำไรจากกองทุนดังกล่าว
เเต่เมื่อพบกันก็ไม่ยอมโอนเงินปันผลกำไรให้ ผู้เสียหายจึงรู้ว่าถูกหลอก เลยบอกกับนายพุธศุกร์
ว่าจะไปแจ้งความกับตำรวจ นายพุธศุกร์ ได้พูดท้าทายว่า ไปแจ้งความได้เลย และอ้างว่าพ่อเป็นตำรวจ ซึ่งในความเป็นจริงพ่อไม่ได้เป็นตำรวจตามที่กล่าวอ้าง ผู้เสียหายจึงได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สน.จระเข้น้อยพนักงานสอบสวนจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติศาล ออกหมายจับ
จนกระทั่งวันที่ 6 ส.ค. 67 เจ้าหน้าที่ กก.1 บก.ป. สืบสวนทราบว่านายพุธศุกร์ หลบหนีไปอาศัยอยู่คอนโดมิเนียม ซ.ประชาสงเคราะห์ 20 แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร จึงเดินทางไปตรวจสอบ และเฝ้าสังเกตการณ์ จนพบต่อมาพบนายพุทธศุกร์ เดินอยู่บริเวณหน้าคอนโดดังกล่าว ( สถานที่จับกุม ) เเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แสดงตัว และเข้าทำการจับกุม นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.จรเข้น้อย
นอกจากนี้ขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังจับกุมผู้ต้องหา ประชาชนที่พักอาศัยภายในคอนโด
ได้เข้ามาชื่นชมและขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม เนื่องจากมีพฤติกรรม ใช้อุบายหลอกเอาเงิน คนที่อยู่ภายในคอนโดไปทั่ว แต่ไม่มีใครกล้าไปแจ้งความดำเนินคดีเพราะผู้ต้องหาเป็นอดีตนักมวย และมีกลุ่มเพื่อนเยอะในย่านประชาสงเคราะห์ โดยผู้ต้องหายอมรับว่า ให้ผู้เสียหายโอนเงินร่วมลงทุนกับกองทุน เข้าบัญชีผู้ต้องหาจริง

