เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 23 กุมภาพันธ์ ที่กองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.) พ.ต.อ.เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ รอง ผบก.จร. ร.ต.ต.สมัย พรสันเทียะ ผบ.หมู่ งานจราจรสายตรวจ 2 กก.1 บก.จร. และนายวัฒนา แย้มชูติ อายุ 40 ปี วินรถจักรยานยนต์รับจ้าง ซอยสุขุมวิท 49/4 (เต่าทอง) เขตวัฒนา ร่วมกันแถลงกรณีที่สังคมออนไลน์มีการแชร์คลิปวิดีโอเหตุการณ์ชายหนุ่มคาดว่าประกอบอาชีพขี่วินรถจักรยานยนต์รับจ้างไปเสียค่าปรับใบสั่งจราจรจำนวน 400 บาท โดยยื่นถุงเงินซึ่งเป็นเหรียญทั้งหมด แต่ทางตำรวจกล่าวว่า “นับให้ผมไหมล่ะ นับตั้งละสิบ” แต่หนุ่มคนนี้ยืนยันว่านับมาแล้ว พร้อมอ้างว่าขี่วินรถจักรยานยนต์ จึงมีแต่เหรียญแบบนี้ ก่อนโต้เถียงกันสักพัก แม้ว่าภายหลังเจ้าตัวจะยื่นข้อเสนอว่าจะนับให้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันว่าไม่รับ ให้ไปแลกเป็นธนบัตรมาก่อน จนสุดท้ายชายหนุ่มกล่าวว่า “เอาเข้าหลวงหรือของพี่เอง”

พ.ต.อ.เอกรักษ์กล่าวว่า จากเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ เวลา 09.30 น. ขณะที่ ร.ต.ต.สมัย กำลังปฏิบัติหน้าที่เจ้าหน้าที่เปรียบเทียบปรับใต้ทางด่วนพระราม 4 มีนายวัฒนา เดินทางเข้ามาชำระค่าปรับข้อหาจอดรถจักรยานยนต์กีดขวางการจราจร โดยนำถุงเงินเหรียญชนิดต่างๆ มาชำระค่าปรับ ทาง ร.ต.ต.สมัย จึงให้นายวัฒนา นับเงินในถุงให้ด้วย ทำให้เกิดการโต้เถียงกันและเกิดการเข้าใจผิดว่าเจ้าหน้าที่ไม่รับค่าปรับเป็นเหรียญ หลังจากมีสื่อได้นำเสนอไป ทาง บก.จร.ได้สืบสวนจนทราบว่าในขณะที่นายวัฒนามาชำระค่าปรับนั้น มีประชาชนเข้ามารอจำนวนมาก ตำรวจจึงเกรงว่าคนอื่นจะรอนาน แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจก็บกพร่องที่ไม่อธิบายให้นายวัฒนาเข้าใจ การที่ให้ผู้ที่มาชำระค่าปรับเป็นผู้นับเงินเป็นการยืนยัน หากตำรวจนำไปนับแล้วไม่ครบอาจจะมีปัญหาได้ เรื่องนี้อยากให้เป็นอุทาหรณ์ หากมีการชำระด้วยเหรียญต้องรับถือเป็นแนวทางปฏิบัติ แต่ต้องเป็นไปตามกฎกระทรวงด้วย ทั้งนี้ นายวัฒนาได้ชำระค่าปรับเรียบร้อยแล้ว และเจ้าหน้าที่ได้คืนใบขับขี่ให้เรียบร้อยแล้ว
ด้าน ร.ต.ต.สมัยกล่าวว่า ในวันที่นายวัฒนามาชำระค่าปรับนั้นเป็นจังหวะที่มีประชาชนมารอชำระค่าปรับเยอะ จึงให้นายวัฒนานับเงิน แต่นายวัฒนาปฏิเสธไม่นับจึงให้ไปรอโต๊ะข้างๆ ก่อนหน้านี้เคยมีเหตุการณ์ในลักษณะนี้นำเหรียญมาชำระค่าปรับ ให้ชำระตามปกติแต่ให้ผู้ชำระเป็นคนนับเงินเช่นกัน ส่วนคำพูดที่นายวัฒนากล่าว และปรากฏในคลิปว่า “เอาเข้าหลวงหรือของพี่เอง” ไม่ถือโทษโกรธเคือง
ส่วนนายวัฒนากล่าวว่า มีอาชีพขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างที่หน้า รพ.สมิติเวช สุขุมวิท ทำให้มีเงินเหรียญเยอะ อีกทั้งใกล้กำหนดจะต้องชำระค่าปรับด้วย จึงนำเงินที่เป็นเหรียญไปชำระค่าปรับ ไม่ได้มีเจตนาจะแกล้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส่วนคลิปที่ปรากฏอยู่เป็นคนลงเองเพราะโมโหที่เจ้าหน้าที่ไม่ยอมให้ชำระค่าปรับ ส่วนเรื่องที่พูดว่า “เอาเข้าหลวงหรือของพี่เอง” พูดด้วยความโมโห ไม่รู้ว่าเป็นการหมิ่นเจ้าพนักงาน

