วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 10.30 น. นายไมตรี ปิตินานนท์ ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษานครหลวง กรมชลประทาน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่สำนักงานบังคับคดีจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นำหมายประกาศเจ้าพนักงานบังคับคดี ไปติดยังอาคาร ร้านค้า สิ่งปลูกสร้าง ในเขตแนวคลองสามซ้ายสามขวา หรือคลองชลประทานเลียบถนนโรจนะฝั่งทิศใต้ ระยะทางรวม 7 กิโลเมตร ผ่านพื้นที่ตำบลคลองสวนพลู อำเภอพระนครศรีอยุธยา , ตำบลคานหาม อำเภออุทัย และ ตำบลสามเรือน อำเภอบางปะอิน
โดยการติดประกาศครั้งนี้ อ้างถึงคำพิพากษาถึงที่สุด ของศาลแขวงพระนครศรีอยุธยา ให้จำเลยได้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากคลอง และแนวเขตชลประทาน ซึ่งศาลได้พิพากษาให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างไปแล้วจำนวน 28 ราย โดยหลังคำพิพากษา ผู้บุกรุกได้รื้อถอนเอง 5 ราย อีก 23 รายไม่ยอมรื้อ จึงต้องนำเข้าสู่กระบวนการบังคับคดี โดยกำหนดให้ ต้องมีการรื้อถอนภายใน 30 วัน นับจากวันนี้ หากพ้นกำหนด เจ้าหน้าที่ของรัฐ จะเข้าดำเนินการรื้อถอนเองในทันที นอกจากนี้ยังมีอีก 61 ราย ที่บุกรุก อยู่ระหว่างการแจ้งความและฟ้องร้องต่อศาล

จากนั้นนายไมตรี เปิดเผยว่า แนวคลองส่งน้ำนี้กว้าง 30 เมตรจากไหล่ถนนโรจนะ ศาลตัดสินไปแล้ว 28 ราย และกำลังมีการแจ้งความส่งฟ้องเพิ่มอีก 61 ราย ส่วนใหญ่ปลูกสร้างร้านค้าริมถนนและถมดินปิดขวางทางน้ำ ซึ่งในช่วง 1 ปีที่ผ่านมาได้ดำเนินการขอให้รื้อถอนแต่ไม่ยอมทำตาม จึงต้องใช้มาตรการชั้นศาล อย่างไรคลองดังกล่าวนี้ปัจจุบัน มีการบุกรุกกันจนไม่เหลือสภาพคลอง และกรมชลประทานได้พิจารณาถอนออกฐานบัญชีคลองส่งน้ำ แต่ขั้นตอนตามกฎหมายก่อส่งมอบพื้นทีดินของหลวง ให้กรมธนารักษ์ จะต้องมีการฟ้องรื้อถอนขับไล่ผู้บุกรุกแนวคลองและเขตชลประทานให้เสร็จสิ้นเสียก่อน

