ร้องกองปราบ ภรรยาอดีตรองผู้ว่าฯ ลวงลงทุนที่ดิน อ้างเปลี่ยน ส.ป.ก.เป็นโฉนดได้ เสียหายกว่า 8 ล้าน

9.08.24 | 13:48 น.

ร้องกองปราบ ภรรยาอดีตรองผู้ว่าฯ ลวงลงทุนที่ดิน อ้างเปลี่ยน ส.ป.ก.เป็นโฉนดได้ เสียหายกว่า 8 ล้าน


เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 9 สิงหาคม ที่ศูนย์รับแจ้งความ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) นายธมนันท์ แตงทิม หรือ จ่าคิงส์ สะพานใหม่ พร้อมด้วย นายณัฐปกรณ์ สุดชา หรือ ทนายเจส พาผู้เสียหาย 6 คน เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราบ หลังถูกภรรยาของอดีตรองผู้ว่าราชการจังหวัดแห่งหนึ่งในพื้นที่ภาคใต้ หลอกให้แบ่งขายที่ดิน เพื่อนำไปลงทุน แต่กลับไม่ได้รับผลตอบแทนตามที่ตกลง ทำให้ได้รับความเสียหาย 8 ล้านบาท

นายสมยศ อายุ 45 ปี ตัวแทนผู้เสียหาย เปิดเผยว่า เมื่อปี 2564 นายชานนท์ อายุ 50 ปี ญาติของตน มีอาชีพรับซื้อบ้านมือสองมารีโนเวตเพื่อขายต่อ แต่ได้รู้จักกับ ‘เจ๊ น.’ คู่กรณี ที่เป็นนักลงทุนอสังหาริมทรัพย์และเป็นหัวหน้า ฝ่ายอนุมัติของบริษัทสินเชื่อแห่งหนึ่ง ที่ชักชวนให้นายชานนท์ ร่วมกันลงทุนซื้อบ้านมือสองเพื่อนำไปขายต่อ และด้วยความเชื่อใจเพราะอ้างว่าเป็น ภรรยาของอดีตผู้ว่าราชการจังหวัดแห่งหนึ่งในภาคใต้ นายชานนท์ จึงนำเงิน 2 ล้านบาทไปร่วมลงทุน

ต่อมาปี 2565 คู่กรณีได้อาศัยความเชื่อเข้าตีสนิทกับครอบครัวและญาติของนายชานนท์ ที่อยู่ใน จ.เพชรบูรณ์ อ้างว่าสามารถเปลี่ยนเอกสารสิทธิที่ดิน ส.ป.ก. ให้เป็นที่ดินมีโฉนดได้ เพื่อนำไปขายและจะแบ่งกำไรได้ เมื่อครอบครัวหลงเชื่อ จึงโอนเงินกว่า 700,000 บาท ให้เป็นค่าดำเนินการ หลังจากนั้น เมื่อทวงถามก็ไม่ได้รับคำตอบ จึงเข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.เพชรบูรณ์ เมื่อช่วงต้นปี 2566 แต่คดีก็ไม่มีความคืบหน้า

Advertisement

นอกจากนี้คู่กรณียังได้หลอกญาติอีกคน โอนที่ดินมรดกจำนวน 4 ไร่ จากทั้งหมด 20 ไร่ให้ เพื่อมาจัดสรรและแบ่งขายให้กับนักลงทุนชาวจีนในการสร้างโครงการบ้านจัดสรร แต่ก็ไม่ได้มีการดำเนินการหรือไม่มีความคืบหน้าในการก่อสร้างโครงการแต่อย่างใด เมื่อทวงถามขอให้โอนที่ดินคืนก็ถูกคู่กรณีข่มขู่ว่าจะฟ้องดำเนินคดี

โดยทั้งหมดนี้เป็นเพียงแค่ความเสียหายส่วนหนึ่งเท่านั้นยังมีญาติรายอื่นที่ถูกหลอกในลักษณะดังกล่าวอีก รวมมูลค่าความเสียหายท้้งสิ้นกว่า 8 ล้านบาท

นายณัฐปกรณ์เปิดเผยว่า ที่ดิน ส.ป.ก.เป็นที่ดินที่ใช้เพื่อทำการเกษตร ไม่สามารถออกโฉนดที่ดินหรือโอนเพื่อทำการซื้อขาย วันนี้จึงนำหลักฐานการโอนเงินเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามให้ดำเนินคดีในความผิดฐานฉ้อโกง