อุทยานฯรายได้พุ่ง คาดสิ้นปีงบประมาณทะลุ 2 พันล้าน หาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพีอันดับ1

9.08.24 | 16:58 น.

รายได้อุทยานพุ่ง 2,000 ล้านบาท ทะลุเป้า คาดสิ้นปีงบประมาณได้ถึง 2,150 บาท พร้อมแจงการจัดสรรค่าใช้จ่าย อุทยานฯหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี กระบี่ คว้าแชมป์รายได้อุทยานฯอับดับ 1 ยอด 574 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยว่า การจัดเก็บค่าบริการเข้าอุทยานแห่งชาติเพื่อการท่องเที่ยว สามารถจัดเก็บเงินรายได้ 2,005,884,709.14 บาท ซึ่งจัดเก็บเกินเป้าหมาย 2,000 ล้านบาท ที่ตั้งไว้ สิ้นปีงบประมาณในวันที่ 30 กันยายน 2567 นี้

นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า ทั้งนี้ยังเหลืออีก 52 วัน คาดว่าน่าจะมียอดรายได้จัดเก็บถึง 2,150 ล้านบาท จากสถิติการจัดเก็บรายได้ในปี 2565 จัดเก็บได้ 710 ล้านบาทเศษ ในปี 2566 จัดเก็บได้ 1,467 ล้านบาทเศษ ซึ่งถือว่ามียอดจัดเก็บมากขึ้นกว่าปีก่อนๆ ทั้งนี้ตนได้มีการแต่งตั้งจัดหาบุคลากรที่ทำหน้าที่หัวหน้าอุทยานแห่งชาติอย่างอิสระ เราจึงได้หัวหน้าอุทยานแห่งชาติที่มีความตั้งใจทำงาน ซื่อสัตย์ สุจริตและโปร่งใส มาทำงานรักษาผลประโยชน์ของชาติไว้ ซึ่งต้องขอบคุณหัวหน้าอุทยานแห่งชาติกับการทำหน้าที่ที่ตั้งใจทำงานเป็นที่สุด

ผู้อำนวยการ สำนักอุทยานฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับรายได้ที่จัดเก็บได้ 2,000 ล้านบาท นั้น มีการจัดสรรเป็นค่าใช้จ่ายในส่วนต่างๆ คือ 1. ประเภท ก จำนวนร้อยละ 5 แบ่งให้องค์การบริหารส่วนท้องถิ่นที่ตั้งของอุทยานแห่งชาติ จำนวน 93 ล้านบาท 2. ประเภท ข จำนวนร้อยละ 20 ต่อปี จัดสรรให้อุทยานแห่งชาติแต่ละแห่ง ที่จัดเก็บเงินได้ของเงินทั้งหมด จำนวน 372 ล้านบาท 3. ประเภท ค จำนวนร้อยละ 60 เป็นงบบำรุงรักษา จำนวน 1,116 ล้านบาท โดยแบ่งเป็น 1.นำไปสมทบงบประมาณประจำปี โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการอุทยานแห่งชาติและบริการนักท่องเที่ยว 360,500,000 บาท

2.รายจ่ายที่ต้องดำเนินการ 8 โครงการ เป็นโครงการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและป้องกันรักษาป่า 248,153,800 บาท โครงการปฏิรูประบบลาดตระเวนพื้นที่อุทยานแห่งชาติ ตามมาตรฐานระบบลาดตระเวนเชิงคุณภาพ 112,238,600 บาท โครงการนักเรียน นักศึกษา ช่วยปฏิบัติงานอุทยานแห่งชาติ 16,326,000 บาท โครงการอุทยานแห่งชาติสีเขียว (Green National Park) 1,250,000 บาท โครงการค่าโทรศัพท์ให้บริการจองบ้านพักออนไลน์ 1,188,000 บาท โครงการบูรณาการเพื่อแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และลดฝุ่นละออง PM 2.5 จำนวน 40,580,000 บาท โครงการจัดตั้งชุดเคลื่อนที่เร็วเพื่อผลักดันช้างป่าและแก้ไขปัญหาช้างป่าออกนอกพื้นที่ป่าอนุรักษ์และขยายผลการเรียนรู้เกี่ยวกับช้างป่าสำหรับเยาวชน “เยาวชนคชานุรักษ์” 26,084,100 บาท โครงการจัดหาบัตรค่าบริการให้ความสะดวกต่างๆ ในอุทยานแห่งชาติ 5,560,000 บาท

Advertisement

3.รายจ่ายตามภารกิจ โครงการจัดการอุทยานแห่งชาติ ตามพ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 เพื่อขออนุมัติใช้เงินอุทยานแห่งชาติ 112 โครงการ จำนวน 304,100,000 บาท

4.ประเภท ง จำนวนร้อยละ 15 งบสำรอง จำนวน 152 โครงการ จำนวน 279 ล้านบาท และ5. รายจ่ายเพื่อเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT 7%) จำนวน 140 ล้านบาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับอุทยานแห่งชาติที่มีรายได้สูงสุด 10 อันดับแรก ได้แก่ 1.อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี จ.กระบี่ มีรายได้ 574,501,062 บาท 2.อุทยานฯหมู่เกาะสิมิลัน จ.พังงา มีรายได้ 243,654,470 บาท 3.อุทยานฯเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด 1 จ.ระยอง 48,584,390 บาท 4.อุทยานฯอ่าวพังงา จ.พังงา มีรายได้ 131,596,140 บาท 5.อุทยานฯดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่ มีรายได้ 112,868,445 บาท 6.อุทยานฯเขาใหญ่ จ.ปราจีนบุรีและนครราชสีมา มีรายได้ 108,276,922 บาท 7.อุทยานฯเอราวัณ จ.กาญจนบุรี มีรายได้ 72,621,985 บาท 8.อุทยานฯเขาสก จ.สุราษฎร์ธานี มีรายได้ 72,030,956 บาท 9.อุทยานฯหมู่เกาะอ่างทอง จ.สุราษฎร์ธานี 43,695,690 บาท และ10.อุทยานฯตะรุเตา จ.สตูล 35,007,146 บาท