รพ.ราชวิถี เปิดห้องตรวจ ‘อณูชีววิทยา’ แห่งแรกกรมการแพทย์ หวังคุมโรคอุบัติใหม่

เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ที่โรงพยาบาลราชวิถี นพ.ธีรพล โตพันธานนท์ อธิบดีกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “Global Mega Trends”ในการประชุมวิชาการโรงพยาบาลราชวิถีครั้งที่28 ในหัวข้อสาธารณสุขไทย เทรนด์ใหม่ทันโลก เพื่อก้าวสู่ไทยแลนด์ 4.0 ว่า การจัดการประชุมครั้งนี้เป็นการแลกเปลี่ยนความคิด ตลอดจนเปิดโอกาสให้มีการเผยแพร่ผลงานวิชาการสู่สาธารณะ กระตุ้นให้นักวิชาการเกิดการพัฒนาด้านเทคโนโลยีการแพทย์และสาธารณสุข เพื่อสร้างองค์ความรู้ใหม่และนำไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนและสังคม พร้อมทั้งยกระดับคุณภาพมาตรฐานมุ่งสู่การเป็นศูนย์การแพทย์ชั้นนำระดับนานาชาติด้านวิชาการและการให้บริการ โดยตั้งเป้าภายใน5ปีไทยจะต้องเป็นชั้นนำของอาเซียน

“ก่อนที่จะมีการผลักดันสาธารณสุขไปในระดับอาเซียนนั้น จะต้องมีการวางแผนและพัฒนาการให้บริการด้วยความเป็นเลิศให้เกิดขึ้นภายในประเทศไทยก่อน โดยในส่วนของโรงพยาบาลสังกัดกรมการแพทย์นั้น จะมีการส่งเสริมให้โรงพยาบาลแต่ละแห่งหาจุดเด่นของตัวเองเพื่อส่งเสริมให้เป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านนั้นๆ เช่น รพ.ราชวิถี จะส่งเสริมให้เป็นศูนย์ความเป็นเลิศด้านหู คอ จมูก เป็นต้น นอกจากนี้จะมีการบูรณาการทำงานและพัฒนาฐานข้อมูลต่างๆของโรงพยาบาลในสังกัดฯทั่วประเทศให้เชื่อมโยงกัน และขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการเร่งดำเนินการเพื่อก้าวสู่ไทยแลนด์4.0” นพ.ธีรพล กล่าว

ด้าน นพ.มานัส โพธาภรณ์ ผอ.โรงพยาบาลราชวิถี กล่าวว่า โรงพยาบาลราชวิถี ได้สานต่อนโยบายการให้บริการตามแผนยุทธศาสตร์ จึงได้มีการเปิดให้บริการห้องปฏิบัติการอณูชีววิทยา เป็นแห่งแรกของกรมการแพทย์ ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์หาสารพันธุกรรมของเชื้อก่อโรค โดยใช้เทคนิคที่มีความไวและจำเพาะสูง ด้วยเครื่องมือที่ทันสมัย ได้มาตรฐาน พร้อมรองรับการให้บริการผู้ป่วย เพื่อวินิจฉัย รักษา ป้องกันโรคติดเชื้อ รวมถึงโรคอุบัติใหม่ โดยห้องปฏิบัติการอณูชีววิทยานี้จะมีการตรวจวิเคราะห์โรคต่างๆ ได้แก่ การหาปริมาณเชื้อไวรัส HIV และเชื้อไวรัสตับอักเสบ

การตรวจวิเคราะห์แยกเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ ไข้เลือดออก และเชื้อไวรัสก่อโรคระบบทางเดินหายใจ 19 ชนิด และการตรวจวิเคราะห์หาเชื้อและภาวะดื้อยาของวัณโรค ซึ่งห้องปฏิบัติการดังกล่าวนี้จะเป็นศูนย์กลางในการให้บริการตรวจวินิจฉัยโรคติดเชื้อของโรงพยาบาลในสังกัดกรมการแพทย์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อที่จะสามารถรักษาและป้องกันโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

S__3924171

S__3924172

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ม.ล.ปนัดดา เปิดงาน ตามรอยพ่อ “กษัตริย์เกษตร” ม.แม่โจ้
บทความถัดไปการรถไฟฯเผยภาพฝูงชนแห่ซื้อตั๋วกลับสงกรานต์ แนะจอง ‘ออนไลน์’ สะดวก ล่วงหน้า 60 วัน