เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม ที่สำนักข่าวมติชน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายประวิทย์ สิทธิถาวร อายุ 84 ปี ทนายความและอดีตอัยการอาวุโส เข้าร้องเรียนกับสำนักข่าวมติชน ว่าถูกผู้จัดการธนาคารแห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.นนทบุรี ยักยอกเงินกู้สินเชื่ออเนกประสงค์ (สินเชื่อสวัสดิการ) สำหรับผู้รับบำนาญหรือผู้รับบำเหน็จรายเดือนไป 300,000 บาท ซึ่งตนได้รับการอนุมัติกู้สินเชื่อในวงเงิน 600,000 บาท แต่ผู้จัดการรายนี้ได้ทำเอกสารเท็จไปยังสำนักงานใหญ่โดยขออนุมัติสินเชื่อในวงเงิน 900,000 บาทแทน
นายประวิทย์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2566 ตนได้เดินทางไปติดต่อกับผู้จัดการธนาคารรายนี้เพื่อขอกู้สินเชื่ออเนกประสงค์ (สินเชื่อสวัสดิการ) สำหรับผู้รับบำนาญหรือผู้รับบำเหน็จรายเดือน โดยตนได้รับแจ้งว่าได้รับการอนุมัติกู้สินเชื่อในวงเงิน 600,000 บาท ซึ่งผู้จัดการรายนี้ได้ให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสินเชื่อของสาขาเป็นผู้ทำเรื่องและทำเอกสารในครั้งนี้ หลังจากทำเรื่องเสร็จมีการอนุมัติวงเงิน โดยธนาคารได้โอนเงินจำนวนดังกล่าวเข้าบัญชีของตน จากนั้นตนได้ติดต่อขอคู่ฉบับหรือสำเนาคำขอกู้เงินจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายสินเชื่อแต่ก็ไม่เคยได้ถึง 3 ครั้ง โดยได้บ่ายเบี่ยงเรื่อยมาซึ่งอ้างว่าได้แจ้งผู้จัดการสาขาแล้วทุกครั้ง เเต่ก็ยังไม่ได้รับคู่ฉบับคำขอกู้แต่อย่างใด ต่อมาเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2567 ตนได้ขอกู้สินเชื่อเพิ่มเติมครั้งที่ 2 อีกจำนวน 300,000 บาท ซึ่งหลังจากได้รับอนุมัติธนาคารได้โอนเข้าบัญชีเรียบร้อย
จนเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2567 สำนักงานใหญ่ของธนาคารดังกล่าวได้ส่งหนังสือมายังตน แจ้งว่าในการกู้เงินครั้งที่ 1 (22 ส.ค.2566) นั้น มียอดเงินกู้ทั้งสิ้น 900,000 บาท มิใช่ 600,000 บาท ตามที่ตนกู้และได้มีการรับเงินไปจริง จึงเชื่อว่าผู้จัดการธนาคารคนดังกล่าวกับพวกซึ่งไม่ทราบว่าเป็นผู้ใดได้ร่วมกันยักยอกหรือฉ้อโกงเงินจำนวน 300,000 บาท เลยได้ไปติดต่อกับธนาคารดังกล่าวที่สาขาย่อยนนทบุรี โดยตนได้มีการติดต่อไปยังผู้จัดการคนดังกล่าวที่อยู่ที่สาขาติวานนท์ 3 ให้มาพูดคุยถึงกรณีดังกล่าว ซึ่งผู้จัดการคนดังกล่าวก็ตอบว่าไม่สามารถให้คำตอบได้ และได้ขอร้องว่าอย่าแจ้งความดำเนินคดีเลย ตนที่เห็นว่าพูดคุยต่อไปคงไม่ได้ประโยชน์จึงเดินทางไปที่ สภ.เมืองนนทบุรี พร้อมแจ้งความดำเนินคดีกับผู้จัดการธนาคารกับพวก โดยกล่าวหาว่า “ร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์หรือร่วมกันยักยอกทรัพย์และร่วมกันทำเอกสารเท็จ (ใบเสร็จรับเงิน)”
นายประวิทย์ยังกล่าวอีกว่า วันนี้ที่ตนมาร้องเรียนที่สำนักข่าวมติชนเพราะมองว่าเป็นเรื่องที่สำคัญเพราะขนาดตนเคยเป็นถึงอดีตอัยการอาวุโสยังโดนโกงไปขนาดนี้ แล้วชาวบ้านธรรมดาจะโดนขนาดไหน

