หน้าแรก ในประเทศ ฟ้าฝนแปรปรวนก...

ฟ้าฝนแปรปรวนกระทบพืชผักในกาฬสินธุ์ ชาวสวนเร่งเก็บแตงไทยก่อนเสียหายหนัก

23.02.17 | 10:10 น.

 

วันที่ 23 กุมภาพันธ์  จากการติดตามสภาพอากาศในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ ช่วงเปลี่ยนผ่านฤดูหนาวสู่ฤดูร้อน สภาพอากาศมีทั้งหนาว ร้อนในวันเดียวกัน  โดยช่วงกลางดึกจนถึงเช้าตรู่ อุณหภูมิต่ำบริเวณพื้นราบเฉลี่ยที่ 22 องศาเซลเซียส ขณะที่บริเวณยอดเขาพื้นที่ติดกับภูเขา ตามเขตเทือกเขาภูพานอุณหภูมิต่ำสุดวัดได้ที่ 20 องศาเซลเซียส  ขณะที่กลางวันอุณหภูมิสูงเฉลี่ย 35-37 องศาเซลเซียส  โดยทางนายสุพจน์  ปั้นทรัพย์  ผอ.สถานีอุตุนิยมวิทยา  จ.กาฬสินธุ์  ยังได้แจ้งเตือนว่าระหว่างวันที่ 23-26 ก.พ.นี้อุณหภูมิในพื้นที่จะลดลงอีก 2-4 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นสภาวะอากาศแปรปรวน บางพื้นที่มีลมกระโชกแรงและมีฝน  นอกจากนี้ยังมีหมอกหนาในตอนเช้า ประชาชนต้องเพิ่มความระมัดระวังในการเดินทางให้มาก อีกทั้งสภาพอากาศที่มีทั้งร้อนและหนาวเย็น ได้ส่งผลกระทบต่อพืชสวนพืชไร่ที่กำลังเจริญเติบโต ทำให้ชะงักการเจริญเติบโต และแห้งเฉาเหี่ยวตายก่อนเก็บเกี่ยวผลผลิต และเป็นสัญญาณเตือนภาวะแล้งเริ่มส่อเค้า เนื่องจากแหล่งน้ำตามธรรมชาติแห้งขอดอย่างรวดเร็ว

นายฤทัยวุฒิ  ภูโทถ้ำ อายุ 50 ปี เกษตรกร หมู่ 7 ต.ดอนสมบูรณ์ อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า หลังการเก็บเกี่ยวข้าวนาปี  ตนและญาติพี่น้อง ได้รวมตัวกันปลูกแตงไทยในพื้นที่ 3 ไร่ เพื่อจำหน่ายทดแทนการปลูกข้าวนาปรัง เนื่องจากเห็นว่าปลูกง่าย ประหยัดน้ำ ทนต่อศัตรูพืชรบกวน ผลดิบนำไปประกอบอาหารประเภทอ่อม แกงส้ม แกงเลียง หรือตำเหมือนตำมะละกอ ขณะที่ผลแตงสุกจะมีกลิ่นหอม นำไปประกอบอาหารประเภทของหวาน ราคาจำหน่ายที่กิโลกรัมละ 10 บาท ซึ่งดีกว่าปลูกข้าวนาปรัง ที่ต้นทุนสูง ดูแลยาก แถมราคารับซื้อไม่แน่นอน

201702230940191-20041021173804

นายฤทัยวุฒิกล่าวอีกว่า แต่เนื่องจากสภาพอากาศในฤดูหนาวปีนี้แปรปรวนบ่อย บางวันฝนตก บางวันหนาว บางวันร้อน ส่งผลกระทบกับสวนแตงไทยเป็นอย่างมาก ทำให้ติดดอกช้า ติดลูกไม่ค่อยดี ประกอบกับภัยแล้งที่มาเร็วกว่าทุกปี ส่งผลกระทบกับผลแตงที่ลูกไม่โต  จึงได้เร่งเก็บเกี่ยวทั้งผลแตงแก่เริ่มสุก และผลแตงอ่อน ก่อนที่จะประสบภัยแล้งได้รับความเสียหายไปมากกว่านี้  ถึงแม้จะเสี่ยงแต่ก็ยังดีกว่าปล่อยให้แห้งตาย อย่างน้อยก็ไม่ขาดทุนมากนัก

Advertisement