เครือข่ายต้านพนัน ชำแหละ “ร่างพ.ร.บ.กาสิโน” ชี้ ไม่ตรงปก-ตีเช็คเปล่า-เอื้อกลุ่มทุน นักวิชาการยันได้คุ้มเสีย

14.08.24 | 14:18 น.

เครือข่ายต้านพนัน ชำแหละ “ร่างพ.ร.บ.กาสิโน” ชี้ ไม่ตรงปก-ตีเช็คเปล่า-เอื้อกลุ่มทุน นักวิชาการยันได้คุ้มเสีย

​เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม ที่โรงแรมเอเชีย เครือข่ายนักวิชาการ ภาคประชาสังคม เด็กและเยาวชน และสื่อมวลชน จัดเวทีวิพากษ์ “ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ. …” หรือ พ.ร.บ.กาสิโน เมื่อวันที่ 13 สิงหาคมที่ผ่านมา หลังจากที่กระทรวงการคลังเปิดรับฟังความคิดเห็นออนไลน์ ระหว่าง 2-18 สิงหาคม นายธนากร คมกฤส เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน กล่าวว่า ตนมีข้อสังเกตต่อ ร่าง พ.ร.บ.ฯ 3 ประเด็น คือ 1.ไม่ตรงปก ที่บอกว่าจะเป็นโครงการยักษ์ (Mega Project) แบบสิงคโปร์ มีศูนย์ประชุมขนาดใหญ่ โรงแรมระดับห้าดาว และห้างสรรพสินค้าครบวงจร มีหน่วยงานกำกับดูแลที่มั่นใจได้ และมีการป้องกันเยียวยาและลดผลกระทบ แต่เนื้อหาใน ร่าง พ.ร.บ.ฯ กลับตัดหรือลดทอน รายละเอียดต่างๆ ลงไปมาก มีแค่ห้างและ โรงแรมเล็กๆ ก็ได้ไม่ต้อง 5 ดาว ศูนย์การประชุมนานาชาติไม่ต้องมี ที่สำคัญคือที่เคยบอกว่าจะมีหน่วยงานและมาตรการดูแลเพื่อลดปัญหาลดผลกระทบกลับว่างไป หมวดกองทุนที่กรรมาธิการศึกษาร่าง พ.ร.บ.ฯ เสนอไว้ก็ถูกตัดทิ้งทั้งหมวด

นายธนากรกล่าวว่า 2.ตีเช็คเปล่า ร่าง พ.ร.บ.ฯ นี้ให้อำนาจคณะกรรมการนโยบาย หรือ Super Board อย่างล้นฟ้า รวบอำนาจอย่างเบ็ดเสร็จ จะออกใบอนุญาตให้ใคร ตั้งที่ไหน พื้นที่ขนาดเท่าไร จ่ายภาษีกี่เปอร์เซ็นต์ และขจัดกฎหมายที่เป็นอุปสรรคได้แทบทั้งหมด ที่สำคัญร่าง พ.ร.บ.ฯ ตัดมาตรว่าด้วยการรับฟังความเห็นประชาชนผู้เป็นเจ้าของพื้นที่ออกไปด้วย และ 3.เอื้อกลุ่มทุน โดยกำหนดว่าผู้รับใบอนุญาตต้องมีทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้ว 10,000 ล้านบาท โดยไม่ต้องประมูล สัญญายาวไป 30 ปี เป็นทุนต่างด้าวก็ได้รับข้อยกเว้น แถมเปิดช่องให้ข้อยกเว้นทุกอย่างอยู่ภายใต้การอนุมัติของซุปเปอร์บอร์ด ที่น่าตกใจคืออนุญาตให้กาสิโนปล่อยเงินกู้ได้ด้วย ใครที่เข้ามาเล่นกาสิโนแล้วหมดตัวก็กู้ได้ด้วย แถมเป็นหนี้ที่ถูกต้องตามกฎหมาย ร่าง พ.ร.บ.ฯ จึงนับว่ายังมีจุดอ่อนอยู่มาก ยังไม่สมควรผ่านให้นำไปบังคับใช้ด้าน ผศ.ดร.ชิดตะวัน ชนะกุล นักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์ กล่าวว่า ตนขอตั้งคำถามต่อรัฐบาลว่า ต้องการอะไรจากการผลักดันให้กาสิโนถูกฎหมาย ถ้าจะส่งเสริมการท่องเที่ยวให้เกิดความยั่งยืน ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุการพัฒนาการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน ต้องมีการพัฒนาทั้ง 3 มิติ คือ เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว วารสารวิชาการของสหรัฐอเมริกา ตีแผ่ข้อเท็จจริงว่า “พื้นที่ใดที่มีแหล่งพนันถูกฎหมาย ประชากรในพื้นที่นั้นจะมีปัญหามากที่สุด ทั้งหนี้ครัวเรือน สถาบันครอบครัวล่มสลาย อาชญากรรมเต็มเมือง” นอกจากนี้ยังระบุอีกว่ามูลค่าที่เกิดจากกาสิโนได้ไม่คุ้มเสีย เพราะ 1 ดอลล่าร์ที่ได้จากภาษีกาสิโน รัฐบาลต้องเสีย 3 ดอลล่าร์ในการเยียวยาลดผลกระทบ และที่สำคัญในประเทศที่ยังมีปัญหาด้านคอร์รัปชั่นรุนแรง การบังคับใช้กฎหมายที่หย่อนยาน การให้มีกาสิโนจะทำให้เกิดหายนะที่ยิ่งใหญ่เป็นทวีคูณ จึงอยากจะถามไปยังรัฐบาลว่าประเทศไทยเราพร้อมแล้วหรือที่จะมีกาสิโนถูกฎหมาย เพราะส่วนตัวเห็นว่าเมืองไทยยังไม่มีความพร้อมใดๆ เลย ณ ขณะนี้

รศ.ดร.นวลน้อย ตรีรัตน์ ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน กล่าวว่า ร่าง พ.ร.บ.ฯ เริ่มต้นจะเป็นสถานบันเทิงครบวงจร แต่เนื้อหาส่วนใหญ่ของ พ.ร.บ.กลับพูดถึงแต่ธุรกิจกาสิโน พอดูถึงเอกสาร “บัญชีแนบท้าย” ประเภทของธุรกิจสถานบันเทิง ที่พยายามลดขนาดและมาตรฐานของธุรกิจอื่นๆ ทั้ง ห้างสรรพสินค้า โรงแรม ให้มาตรฐานลดลง และการยกเลิกกองทุนลดผลกระทบทางสังคม โดยไม่มีการตั้งหน่วยงานชัดเจนเข้ามาดูแลจริงจัง กลับปล่อยให้เป็นผู้ประกอบการซึ่งเป็นผู้สร้างผลกระทบมาเป็นผู้ดูแลผลกระทบเอง ซึ่งขัดต่อหลักการบริหารจัดการที่ดี อีกทั้งค่าธรรมเนียมต่างๆ ที่เรียกเก็บก็กำหนดไว้หลวม ๆ เพื่อให้สามารถปรับเปลี่ยนได้ตลอดเวลา เพื่อเอื้อผลประโยชน์กับพรรคพวกของตนเอง เข้าข่ายการ ‘ตีเช็คเปล่า’ ร่าง พ.ร.บ.ฯ ฉบับนี้ดูจะคาดหวังให้เป็นคนในประเทศมาเล่นมากกว่านักท่องเที่ยว จึงอยากจะฝากไปยังผู้เกี่ยวข้องให้ระมัดระวัง การทำธุรกิจกาสิโนต้องป้องกันไม่ให้คนในประเทศมาเล่นพนันจนเต็มเมือง เพราะสุดท้ายกรรมจะตกอยู่ที่ชาวบ้านและชุมชน ที่สำคัญ ถ้าจะยึดแบบสิงคโปร์โมเดล ในประเทศสิงคโปร์มีความเข้มงวดเรื่องการบังคับใช้กฎหมาย และไม่มีปัญหาคอร์รัปชั่น  ส่วนประเทศไทยเรายังมีปัจจัยที่เป็นปัญหาเหล่านี้อยู่ การมีกาสิโนถูกกฎหมายจึงเป็นการซ้ำเติมประเทศมากกว่าการพัฒนาเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวแน่นอน