นักวิชาการ ชี้ อย่าสับสนเรื่องที่ดินทับลาน แนะรีบคืนความเป็นธรรมให้ชาวบ้าน หลังรอนาน 43 ปี
เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม นายวรา จันทร์มณี เลขาธิการเครือข่ายประชาชนเข้มแข็ง (People Empowerment) และนักวิชาการอิสระ โพสต์เฟซบุ๊กผ่านเพจ “วรา จันทร์มณี” ให้ความเห็นเรื่อง อย่าสับสนเรื่องที่ดินทับลาน ควรแยกเรื่องทำ และรีบคืนความเป็นธรรมให้ชาวบ้าน เรื่องอุทยานแห่งชาติทับลาน มีพื้นที่ถูกดำเนินคดีแค่ 5% ส่วนอีก 95% ทำไมไม่รีบคืนสิทธิ ชาวบ้านรอมา 43 ปีแล้ว จะให้รอไปถึงไหน
สืบเนื่องจากเมื่อวันเสาร์ที่ 3 สิงหาคม 2567 ซึ่งชาวตำบลไทยสามัคคี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ผู้ได้รับผลกระทบจากกรณีพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลานมาทับชุมชน ได้แถลงเรียกร้องความเป็นธรรมถึงรัฐบาล 4 ข้อ คือ
1.ไม่ยอมรับและขอคัดค้านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นการเพิกถอนพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลาน ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ที่ผ่านมา เพราะไม่ได้ให้ความเป็นธรรมต่อประชาชนในพื้นที่ซึ่งได้รับผลกระทบโดยตรง ไม่นำเสนอข้อเท็จจริงทั้งหมด และใช้เสียงของคนนอกพื้นที่ซึ่งไม่ทราบรายละเอียดข้อเท็จจริงของปัญหามากดทับประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากการดำเนินนโยบายที่ไร้ประสิทธิภาพของรัฐ
2.ยืนยันให้รัฐบาลใช้เส้นแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลานปี พ.ศ.2543 ซึ่งมีความถูกต้องตรงตามสภาพความเป็นจริง เป็นที่รับรู้และยอมรับร่วมกันของทุกภาคส่วน อยู่ในความรับรู้และยอมรับของภาครัฐตลอดมา อีกทั้งกรมอุทยานฯ เองก็เคยได้ให้คำมั่นสัญญาต่อศูนย์มรดกโลก (UNESCO World Heritage Centre) เมื่อปี พ.ศ.2548 ว่าจะให้ความสำคัญในเรื่องสิทธิและการมีส่วนร่วมของชุมชนที่อยู่อาศัยในแหล่งมรดกโลก
3.ขอให้รัฐบาลเร่งเพิกถอนพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลานโดยไม่ประวิงเวลา เพราะประชาชนรอมากว่า 40 ปีแล้ว โดยเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในปี พ.ศ.2567 อีกทั้งอ้างถึงการที่กรมอุทยานฯ ได้เคยให้คำมั่นต่อศูนย์มรดกโลกว่าจะดำเนินการปรับปรุงแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน ให้เสร็จภายในปี พ.ศ.2550 ก็ไม่มีเหตุผลอันใดที่จะทำให้เรื่องล่าช้าไปกว่านี้
การเพิกถอนพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลานไม่ได้มีปัญหาต่อการเป็นมรดกโลก แต่การไม่เพิกถอนจะเป็นปัญหาต่อแหล่งมรดกทางธรรมชาติ ผืนป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ เพราะไม่ได้คำนึงถึงเรื่องสิทธิมนุษยชน ไม่ได้ทำตามพันธะสัญญาที่ให้ไว้กับศูนย์มรดกโลก
4.ไม่เห็นด้วยกับการบัญญัติกฎหมายลำดับรอง (ร่างพระราชกฤษฎีกา) ซึ่งกรมอุทยานฯ กำลังทำประกอบแผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกา ตามมาตรา 64 แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562 ซึ่งเป็นไปในทางผูกขาดการใช้อำนาจรัฐของบุคคลหรือหน่วยงานเดียว เป็นการริดรอนสิทธิ เสรีภาพ และสิทธิมนุษยชนอย่างสูง โดยเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อที่จะทบทวนหรือระงับกฎระเบียบที่จะเอื้อให้มีการใช้อำนาจสิทธิขาดชนิดไม่คำนึงถึงสิทธิมนุษยชน
เมื่อวันอังคารที่ 13 สิงหาคม 2567 สื่อมวลชนร่วมกันประโคมข่าวการที่ประธานคณะทำงานการขับเคลื่อนการตรวจสอบและพิจารณาความผิดเกี่ยวกับผู้ได้รับการจัดที่ดินและผู้ถือครองที่ดินโดยมิชอบในเขตปฏิรูปที่ดินได้นำคณะไปตรวจสอบรีสอร์ต 73 ไร่ ที่ อ.วังน้ำเขียว ซึ่งรุกที่ ส.ป.ก.
โดยศาลสั่งให้ดำเนินการรื้อถอนเพื่อคืนพื้นที่ให้ ส.ป.ก.นครราชสีมา ภายในปี 2563 แต่ปัจจุบันยังไม่ดำเนินการ โดยข่าวว่าจะยึดคืนให้ครบทั้ง 438 แห่ง พร้อมกับเตรียมฟ้องคดีอาญากับผู้ครอบครองรีสอร์ตทั้งหมด เพราะที่ผ่านมาฟ้องเพียงคดีแพ่ง

ข่าวนี้อาจทำให้ประชาชนสับสนเรื่องการประกาศเพิกถอนแนวเขตอุทยานแห่งชาติ ปี 2524 ซึ่งเป็นที่ยอมรับกันว่าขีดบนแผนที่โดยไม่ได้ลงสำรวจจริง อันมีความคลาดเคลื่อนสูง ไปทับกับพื้นที่ชุมชน และให้มาใช้เส้นปรับปรุงการสำรวจแนวเขต ปี 2543 มาตราส่วน 1 : 4000 (One Map) (ซึ่งมีการสำรวจจริง) ตามมติคณะรัฐมนตรี 14 มีนาคม 2566
ทั้งนี้สังคมควรแยกเรื่อง ระหว่างที่ดินที่ถูกดำเนินคดี กับการคืนพื้นที่ทับซ้อนออกจากกัน โดยจากข้อมูลของกรมอุทยานฯ เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2567 มีที่ดินในแนวเขตเพิกถอน 265,286 ไร่ ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็น 2 ส่วน
คือ 1.พื้นที่ซึ่งถูกดำเนินคดีประมาณ 12,527 ไร่ 2.ที่ดินที่เหลือ (ไม่ถูกดำเนินคดี) ซึ่งมีผู้ครอบครอง ประกอบด้วยพื้นที่ทางการเกษตร ชุมชน สถานที่ราชการ โรงเรียน โรงพยาบาล วัดฯ ประมาณ 252,759 ไร่
จากตัวเลขคิดเป็นพื้นที่ถูกดำเนินคดีร้อยละ 5 จากทั้งหมด นั่นคือมีพื้นที่ที่ถูกต้องหรือไม่ถูกดำเนินคดีถึงร้อยละ 95 ข้อมูลที่ไม่ค่อยถูกพูดถึงคือ หากแก้ไขเส้นแนวเขตอุทยานฯ ตามการสำรวจเมื่อปี 2543 จะผนวกพื้นที่ป่าเดิมซึ่งกันไว้ตั้งแต่ปี 43 เพิ่มเข้าไปอีก 110,000 ไร่
บวกลบตัวเลขคืนพื้นที่ให้ชาวบ้าน 265,286 ไร่ กับพื้นที่ป่าเดิมซึ่งรอการประกาศแนวเขต 110,000 จะมีส่วนต่างพื้นที่เพิกถอนอุทยานทับลานกับพื้นที่เพิ่มเข้ามา ประมาณ 155,286 ไร่ ซึ่งนั่นเท่ากับว่า ไม่ใช่การเฉือนป่า 260,000 ไร่ ดังที่มีการรณรงค์ save ทับลาน เล่นใหญ่กัน
ความจริงแล้วเรื่องนี้ไม่ใช่การเฉือนป่าแต่เป็นการปรับปรุงแนวเขตอุทยานฯ ให้ถูกต้องจากความบกพร่องของรัฐ ในส่วนการดำเนินคดีก็ดำเนินไป แต่การคืนความเป็นธรรมให้ประชาชนก็ต้องรีบทำ เพราะมิเช่นนั้นเขาจะต้องตกอยู่ภายใต้ข้อบังคับของกฎหมายอุทยาน
อันทำให้เสียโอกาสในชีวิตมากมาย เช่น ไม่มีไฟฟ้าใช้ ระบบสวัสดิการทางสังคมไม่เท่าเทียมกับที่อื่น (เจาะบ่อน้ำบาดาล งบช่วยเหลือภัยแล้ง-น้ำท่วม) การช่วยเหลือทางการเกษตรก็ถูกจำกัด เป็นต้น เขารอมา 43 ปีแล้ว จะให้รอไปถึงไหนจึงจะได้มีชีวิตเท่าเทียมคนอื่น
สุดท้าย สำหรับประเด็นข้อห่วงใยว่าหากคืนที่ดินให้อยู่ในความดูแลของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) แล้วจะมีการซื้อขายเปลี่ยนมือหรือการกระทำผิดกฎหมาย นั่นหมายถึง ส.ป.ก.ต้องรับผิดชอบ ต้องมีการบังคับใช้กฎหมาย หรือหากไม่ไว้ใจ ส.ป.ก. รัฐก็ควรหาวิธีการจัดการอื่น เช่นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน แต่ไม่ใช่เอาปัญหาเรื่องเทคนิคมาเป็นข้ออ้างในการไม่ดำเนินนโยบาย


