กทม.เสียใจเหตุการณ์นักเรียนบาดเจ็บ เร่งตรวจสอบป้ายรถเมล์ทั่วกรุงใน 2 สัปดาห์ หวั่นเกิดเหตุซ้ำ

16.08.24 | 14:32 น.

กทม.เสียใจเหตุการณ์นักเรียนบาดเจ็บ เร่งตรวจสอบป้ายรถเมล์ทั่วกรุงใน 2 สัปดาห์ หวั่นเกิดเหตุซ้ำ

เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) นายเอกวรัญญู อัมระปาล โฆษกของ กทม. และนายสิทธิพร สมคิดสรรพ์ รองผู้อำนวยการสำนักการจราจรและขนส่ง (สจส.) พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุนักเรียนอายุ 11 ปี ถูกไฟฟ้าดูดได้รับบาดเจ็บ บริเวณป้ายรถเมล์ ถนนสุขุมวิท 71 เขตวัฒนา เมื่อเวลาประมาณ 21.30 น. ของวันที่ 15 ส.ค.67

นายวิศณุกล่าวว่า ขอแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ จากการตรวจสอบฝาโลหะปิดตู้ไฟที่ชำรุด และบาดมือนักเรียนนั้นเกิดจากการขโมยฝาจนเปิดออกจนเกิดขอบที่มีความคม โดยหลังจากการไฟฟ้านครหลวงเข้าตรวจสอบไม่พบไฟฟ้ารั่ว และได้ใช้ชนวนพลาสติกมาหุ้มตรงจุดที่มีความคมของโลหะแล้ว ทั้งนี้ สจส.จะดำเนินการตรวจสอบทั้ง 1,400 จุดตู้ไฟป้ายรถเมล์ทั่วกรุงเทพฯ ใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ จะตรวจสอบได้ทั้งหมด พร้อมดำเนินการป้องกันในทุกที่เพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ โดยขอให้ประชาชนร่วมเป็นหูเป็นตา หากพบจุดที่ทรัพย์สิน กทม.ถูกขโมยและเกิดความไม่ปลอดภัยสามารถแจ้ง กทม.ผ่านทาง Traffy Fondue หรือหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง

ด้านนายเอกวรัญญูกล่าวเสริมว่า หลังจากการเข้าตรวจดูป้ายรถประจำทางที่ทำให้น้องนักเรียนได้รับบาดเจ็บที่มือ ที่น้องแจ้งว่าลักษณะเหมือนไฟดูดเลยสะบัดมือไปกระแทกกับขอบฝาตู้ตรงป้ายรถเมล์จนบาดเจ็บนั้น พบว่าขอบฝาตู้มีลักษณะแข็งและค่อนข้างคม และพบทรัพย์สินบางส่วนถูกขโมยทำให้ฝาตู้เปิดอ้าไว้ กทม.จึงเร่งซ่อมแซมเบื้องต้นแล้ว  ซึ่งในเรื่องของไฟฟ้ารั่วนั้น เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าได้ตรวจสอบเบื้องต้นยังไม่พบเรื่องไฟฟ้ารั่ว พร้อมตรวจสายไฟลงดินและตัว RCD หรือ Safety Cut ซึ่งพบว่าทั้งสองยังทำงานได้ตามปกติ  เจ้าหน้าที่สันนิษฐานเบื้องต้นว่าอาจเกิดจากไฟฟ้าสถิต อย่างไรก็ตาม กทม.ยืนยันว่า เราพร้อมดูแลน้องนักเรียนที่ได้รับบาดเจ็บและเยียวยาทั้งหมดต่อไป โดยในเรื่องของการรักษาพยาบาลนักเรียนที่บาดเจ็บนั้น สามารถมารับบริการได้ที่โรงพยาบาลในสังกัดกรุงเทพมหานครได้ทันที ซึ่ง กทม.จะดูแลและรักษาอย่างเต็มความสามารถต่อไป ทั้งนี้ ภายหลังการลงพื้นที่ รองผู้ว่าฯได้เข้าไปเยี่ยมน้องนักเรียนและเข้าพบคุณพ่อของน้อง พร้อมยืนยันจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายการรักษาทั้งหมด

Advertisement