ผู้เชี่ยวชาญเผย พะยูนน้อยรหัส99 เสี่ยงสูงกว่า มาเรียม-ยามีน เหตุเจอตอนอายุน้อย อัพเดตอาการวันต่อวัน
กรณี เจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามันตอนล่าง (ศวอล.) รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี ว่ามีนักท่องเที่ยวพบลูกพะยูนมีชีวิตว่ายเพียงลำพัง บริเวณเกาะปอดะ ตำบลอ่าวนาง อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ จึงได้ประสานงานเข้าพื้นที่เพื่อช่วยเหลือเบื้องต้นและทำการขนย้ายมารักษาและอนุบาลที่สถาบันทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตตรัง
จากการตรวจสอบพบว่าเป็นลูกพะยูน เพศผู้ อายุประมาณ 1-2 เดือน ความยาว 102 ซม. น้ำหนัก 13.8 กก. ลูกพะยูนสภาพอ่อนแรงและตาจมลึกแสดงถึงภาวะขาดน้ำ แต่ยังสามารถยกหัวขึ้นหายใจได้ พบรอยบาดแผลบริเวณส่วนจมูกและหัวเล็กน้อย ร่างกายค่อนข้างผอม บริเวณตาซ้ายขุ่น เสียงปอดมีความชื้นเล็กน้อย ลำไส้มีการบีบตัว และพะยูนยังมีความอยากกินอาหาร ทีมเจ้าหน้าที่ให้การดูแลตลอด 24 ชั่วโมง โดยมีการป้อนนมทดแทนและน้ทุกๆ 2 ชั่วโมง เพื่อชดเชยภาวะการขาดน้ำ นั้น
โดยล่าสุด เฟซบุ๊ก Baby Dugong ที่ติดตามความคืบหน้า ของลูกพะยูนตัวดังกล่าว ได้อัพเดต อาการของทีมเจ้าหน้าที่ได้มีการปรับเปลี่ยนสูตรอาหารทดแทนนมสำหรับลูกพะยูนเพื่อแก้ปัญหาอาการถ่ายเหลว โดยมีการเพิ่มอิเล็กโทรไลต์และยาลดปวดเกร็งท้อง รวมถึงติดตามระดับกลูโคสในกระแสเลือดอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ ยังมีการฝึกให้ลูกพะยูนกินหญ้าทะเลที่ทางเจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่ 3 จังหวัดตรัง จัดหามาเสริมให้ พบว่าลูกพะยูนแสดงความสนใจต่อหญ้าทะเล มีการเคี้ยวเล่นแต่ยังไม่กินเข้าไป พฤติกรรมโดยรวมพบว่าในช่วงกลางคืน วันที่ 15 สิงหาคม 2567 ที่ผ่านมา ลูกพะยูนใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการนอนหลับบนผิวน้ำ มีการถ่ายเหลว ผายลม และการลอยตัวยังไม่ดีเท่าที่ควร เนื่องจากมีแก๊สสะสมในลำไส้ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่และทีมสัตวแพทย์ยังคงติดตามสังเกตพฤติกรรมของลูกพะยูนอย่างใกล้ชิดต่อไป
ทางด้าน ดร. ก้องเกียรติ กิตติวัฒนาวงศ์ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านวิจัยทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมในระบบนิเวศทางทะเลและชายฝั่ง กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ให้สัมภาษณ์กัย มติชนออนไลน์ ว่า หากเปรียบเทียบความเสี่ยง ระหว่างลูกพะยูนตัวนี้ ซึ่งทางศูนย์ไม่ได้ตั้งชื่อ แต่เรียกตามรหัสที่ทางศูนย์ดูแลพะยูนบาดเจ็บว่า รหัส 99 กับ น้อง มาเรียม และ น้องยามีน นั้น พะยูน 99 ตัวนี้ จะมีความเสี่ยงมากกว่า เพราะ รหัส 99 นั้น อายุน้อยมาก คือ อาจจะเดือน หรือไม่ถึงเดือน น้ำหนักประมาณ 13 กิโลกรัมเท่านั้น ขณะที่มาเรียม กับยามีนนั้น อายุ 3-5 เดือน น้ำหนัก 20-30 กิโลกรัม
“รหัส 99 นั้น เราต้องระวังความผิดพลาดทุกขั้นตอน โดยเฉพาะเรื่องการติดเชื้อ การให้ยา ต้องระวังอย่างมาก ตามที่ เพจติดตามอาการของน้องบอกว่า ป้อนหญ้าให้แล้ว น้องคายออกมานั้น เพื่อให้น้องได้มีการเรียนรู้การกินหญ้าคู่กับการกินนม อาจจะยังไม่คุ้น จึงคายออกมา อย่างไรก็ตาม อาหารหลักที่ทีมสัตวแพทย์ให้กินคือ นม ซึ่งตอนนี้ก็ยังต้องปรับสูตรนมที่ป้อนให้น้องแบบวันต่อวัน”ดร.ก้องเกียรติ กล่าว
ดร.ก้องเกียรติ กล่าวว่า อาการที่น่าเป็นห่วงคือ การมีแก้สในท้อง และตาที่มีความขุ่นมัว ซึ่ง เป็นมาก่อนที่เจ้าหน้าที่พบ




ขอบคุณภาพ/คลิป เฟซบุ๊ก Baby Dugong

