สพฉ. พร้อมแจงเหตุ ‘อดีตกองหลังทีมชาติ’ ดับสนามกีฬา สธ. ขอให้มั่นใจระบบ 1669

นพ.ภูมินทร์ ศิลาพันธ์

นพ.ภูมินทร์ ศิลาพันธ์ รองเลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติได้ออกมาชี้แจงอีกรอบถึงกรณีที่ นายบุญธรรม บูรณธรรมานันท์ อดีตกองหลังทีมชาติไทย หัวใจวายระหว่างการฝึกซ้อมฟุตบอล ในสนามกีฬา กระทรวงสาธารณสุข และเสียชีวิตว่า เราพยายามสอบถามข้อเท็จจริงเพราะข่าวที่ออกไปนั้นทำให้เกิดความไม่มั่นใจต่อระบบการแพทย์ฉุกเฉินซึ่งเป็นระบบที่สร้างมาเพื่อให้ประชาชนมั่นใจเพื่อที่จะช่วยเหลือชีวิตประชาชนหากเจ็บป่วยฉุกเฉินได้และหากประชาชนไม่มั่นใจในระบบแล้วมันจะมีผลเสียมากต่อชีวิตคน ทั้งนี้หมายเลข 1669 ที่ได้จัดทำขึ้นมานั้นก็ไม่ใช่หมายเลขที่จัดทำไว้เพื่อประชาสัมพันธ์องค์กรแต่เป็นหมายเลขที่เชื่อว่ามันจะช่วยชีวิตคนได้

“ ดังนั้นเมื่อเกิดเหตุเราก็รีบหาข้อมูลเพื่อทำให้เกิดความชัดเจนทันที ซึ่งในเบื้องต้นเมื่อมีการโทรเข้ามาที่ระบบ 1669 โดยมาตรฐานจะมีการบันทึกเวลาทุกนาทีเมื่อมีการติดต่อ การรับโทรศัพท์ หรือการปล่อยรถพยาบาล โดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ในระบบของเราได้บันทึกไว้ว่าศูนย์สื่อสารและสั่งการ 1669 ได้รับแจ้งการขอความช่วยเหลือในเวลาประมาณ 17.23 น. และได้ประสานไปยังโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดคือ โรงพยาบาลบำราศนราดูร ในเวลา 17.24 น. และภายใน 2-3 นาทีรถโรงพยาบาลก็ออกมาจากรพ.บำราศนราดูรเพื่อที่จะมารับตัวผู้ป่วยแต่เมื่อรถออกมาแล้วญาติก็ได้นำตัวผู้ป่วยส่งไปยังโรงพยาบาลด้วยตนเองรถพยาบาลก็เลยไม่ได้เข้าถึงจุดเกิดเหตุเพราะมีการนำตัวผู้ป่วยออกมาก่อนแล้ว” นพ.ภูมินทร์ กล่าว

นพ.ภูมินทร์ กล่าวอีกว่า ส่วนที่มีข่าวว่าได้มีการวิ่งมาขอความช่วยเหลือที่สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่อยู่ใกล้ที่สุดในขณะนั้น เท่าที่ทราบข้อมูลมา คือ ญาติหรือเพื่อนของผู้เสียชีวิตได้วิ่งมาที่ด้านล่างตึกของตึก สพฉ. และพนักงานรักษาความปลอดภัยก็รีบวิ่งมาบอกศูนย์สื่อสารสั่งการที่ชั้น 2 ทันทีและสิ่งที่ศูนย์สื่อสารสั่งการทำเป็นอันดับแรกคือรีบโทรแจ้งศูนย์สั่งการที่จังหวัดนนทบุรีเพื่อให้ส่งรถส่งอุปกรณ์ที่มีความพร้อมมารับตัวผู้ป่วย และในขณะเดียวกันเราก็เตรียมวิ่งออกไปช่วยผู้ป่วยที่จุดเกิดเหตุ พร้อมเครื่อง AED ที่มีอยู่แล้วด้วย ซึ่งในระหว่างที่เรากำลังจะเข้าให้การช่วยเหลือก็ได้รับแจ้งจากวิทยุเช่นกันว่าได้มีการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยออกไปแล้ว

นพ.ภูมินทร์ กล่าวว่า สำหรับการรับแจ้งเหตุฉุกเฉินคือโดยทั่วไปคนเราเมื่อเจอผู้ป่วยฉุกเฉินหรือผู้ป่วยวิกฤตในลักษณะนี้ส่วนใหญ่จะเข้าไปช่วยผู้ป่วยก่อน ซึ่งใช้เวลาเป็น 10 กว่านาที พอรู้สึกว่าไม่ไหวแล้วถึงจะเริ่มโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือ ซึ่งเวลาที่เสียไปก็นานพอสมควร ซึ่งโดยหลักการของมาตรฐานเลยเมื่อเราพบเห็นผู้ป่วยฉุกเฉินนั้นเราจะต้องโทรแจ้งสายด่วน 1669 ก่อนเพื่อให้เจ้าหน้าที่ที่มีความเชี่ยวชาญเข้าให้การช่วยเหลือให้เร็วที่สุด ดังนั้นหากประชาชนพบเห็นผู้ป่วยฉุกเฉินจะต้องโทรแจ้งสายด่วน 1669 ก่อนและระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังเดินทางมาถึงเราก็เข้าไปให้ความช่วยเหลือในระหว่างที่รอเจ้าหน้าที่ได้ ดังนั้นเหตุการณ์เกิดขึ้นนี้จุดที่ 1.คืออาจจะตัดสินใจโทรแจ้งสายด่วน 1669 ช้า ซึ่งไม่ใช่ความผิดของใครหากแต่จะทำให้เรานำกลับมาปรับปรุงตัวเราเองให้ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับทราบว่าเมื่อพบเห็นผู้ป่วยฉุกเฉินผู้ประสบเหตุจะต้องโทรสายด่วน 1669 ก่อนแล้วเข้าไปให้ความช่วยเหลือผู้ป่วย

สำหรับข้อมูลในการใช้งานสายด่วน 1669 นั้นอยากให้ประชาชนจำให้ขึ้นใจว่าเมื่อพบเห็นผู้ป่วยฉุกเฉินให้เรารีบแจ้งสายด่วน 1669 และต้องแจ้งอาการผู้ป่วยว่าผู้ป่วยมีอาการอย่างไร เพราะเจ้าหน้าที่จะต้องทำการประเมินอาการผู้ป่วยว่าหนักเบาขนาดไหนจะได้จัดส่งรถที่มีศักยภาพขนาดไหนไปรับผู้ป่วย นอกจากนี้แล้วผู้แจ้งเหตุต้องแจ้งในเรื่องของสถานที่ที่เกิดเหตุให้ชัดเจน เพื่อที่เจ้าหน้าที่จะได้ประเมินการเดินทางในการเข้าให้ความช่วยเหลือได้ และผู้แจ้งเหตุต้องให้ข้อมูลเบอร์ติดต่อกลับเพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถติดต่อได้ ทั้งนี้จากสถิติในแต่ละปีมีผู้ป่วยฉุกเฉินที่ใช้บริการผ่านสายด่วน 1669 เป็นล้านคน โดยใน 4 ปีที่ผ่านมาสถิติการใช้งานสายด่วน 1669 ก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น โดยในปีพ.ศ. 2559 ที่ผ่านมาสถิติผู้ใช่บริการผ่านสายด่วน 1669 ถึง 1,169,136 คน ซึ่งระบบเรากำลังพัฒนาไปได้ด้วยดี ประชาชนก็รู้จักสายด่วนมากขึ้นและเราก็ได้ช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉินมากขึ้นด้วย

สำหรับ 9 ขั้นตอนที่ประชาชนต้องรู้ก่อนโทรแจ้งสายด่วน 1669 มีดังนี้ 1. เมื่อพบเหตุเจ็บป่วยฉุกเฉินให้ตั้งสติและโทรแจ้งสายด่วน 1669 2.ให้ข้อมูลว่าเกิดเหตุอะไรมีผู้ป่วยและผู้บาดเจ็บในลักษณะใด 3. บอกสถานที่เกิดเหตุเส้นทางจุดเกิดเหตุให้ชัดเจน 4. บอกเพศ ช่วงอายุ อาการจำนวนผู้ป่วยหรือผู้บาดเจ็บ 5. บอกระดับความรู้สึกตัวของผู้ป่วย 6. บอกความเสี่ยงที่อาจเกิดซ้ำ เช่นอยู่กลางถนนหรือรถติดแก็ส 7. บอกชื่อผู้แจ้งเบอร์โทรศัพท์ที่สามารถติดต่อได้ 8. ช่วยเหลือเบื้องต้นตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ 9. รอทีมกู้ชีพมารับผู้ป่วยเพื่อนำส่งโรงพยาบาล

S__11862020

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘มติชน’ ขอบพระคุณผู้ร่วมเสวนา ‘ก้าวที่ 40 มติชน ก้าวคู่ประเทศไทย 4.0’
บทความถัดไปจุฬาฯ ประกาศ 32 กลุ่มผลิตภัณฑ์ รับรางวัลสุดยอดแบรนด์ทรงพลังปี 2016