ตร.ไซเบอร์รวบชายนำคลิปหวิวเด็กขายห้องลับไลน์ ค้นพบเป็นแสนไฟล์

17.08.24 | 12:09 น.

ตำรวจไซเบอร์รวบเจ้าของกลุ่มลับขายคลิปหวิวเด็ก ค้นเจอหลักฐานกว่าแสนไฟล์ สร้างรายได้กว่า 3 หมื่นต่อเดือน


เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี(ผบช.สอท.) สั่งการให้ พล.ต.ต.ชูศักดิ์ ขนาดนิด ผู้บังคับการตรวจสอบและวิเคราะห์อาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ผบก.ตอท.), พ.ต.อ.รุ่งเลิศ คันธจันทร์ ผกก.กลุ่มงานต่อต้านการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเทอร์เน็ต บก.ตอท. และเจ้าหน้าที่ บก.ตอท. หรือ TICAC ร่วมกันจับกุม นายปองคุณ (สงวนนามสกุล) อายุ 20 ปี ในข้อหา “นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ และส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆ ที่มีลักษณะอันลามกและข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้น ประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้”, “ครอบครอง และส่งต่อสื่อลามกอนาจารเด็กเพื่อแสวงหาประโยชน์ในทางเพศสำหรับตนเองหรือผู้อื่น” และ “เพื่อความประสงค์แห่งการค้า หรือโดยการค้าหรือทำให้แพร่หลายโดยประการใดๆ ซึ่งสื่อลามกอนาจารเด็ก” จับกุมได้ที่บ้านพักเเห่งหนึ่ง ในพื้นที่ถนนปากทาง ต.ในเมือง อ.เมืองพิจิตร จ.พิจิตร

สืบเนื่องจากบก.ตอท. ได้สืบสวนทราบว่า มีผู้โพสต์โฆษณาเชิญชวนให้ประชาชนทั่วไปเข้ากลุ่มลับ ที่ใช้สำหรับเผยแพร่สื่อลามกอนาจารออนไลน์ จึงได้ให้สายลับทดลองเข้ากลุ่มดังกล่าว โดยโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของผู้ดูแลกลุ่ม จากนั้นแอดมินได้ดึงเข้าแอพพลิเคชั่นไลน์กลุ่มแบบปิด จำนวน 6 กลุ่ม ภายในกลุ่มพบข้อมูลสื่อลามกอนาจารของเด็กจำนวนมาก

เจ้าหน้าที่ TICAC จึงรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติหมายค้นจากศาลเพื่อเข้าค้นเป้าหมายที่คาดว่าเป็นบ้านของเจ้าของกลุ่มดังกล่าว กระทั่งช่วงเช้ามืด ของวันที่ 16 ส.ค.67 ได้เข้าตรวจค้นเข้าตรวจค้นบ้านเเห่งหนึ่ง ในพื้นที่ถนนปากทาง ต.ในเมือง อ.เมืองพิจิตร จ.พิจิตร พบนายปองคุณ อยู่ภายในบ้านจึงเข้าจับกุม สามารถตรวจยึดของกลางเป็นโทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อไอโฟน จำนวน 1 เครื่อง และคอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะ จำนวน 1 เครื่อง ภายในบ้านได้

Advertisement

ตรวจสอบข้อมูลภายในอุปกรณ์ของกลางดังกล่าว พบบัญชีแอพพลิเคชั่นไลน์ที่ใช้เป็นแอดมินกลุ่มลับจำนวน 2 บัญชี ซึ่งเป็นกลุ่มลับที่ใช้เผยแพร่สื่อลามกอนาจารทั้งไทยและต่างชาติ มีทั้งที่เป็นผู้ใหญ่และเด็ก จำนวน 90 กลุ่ม นอกจากนี้ ภายในเครื่องคอมพิวเตอร์ ยังพบโฟลเดอร์ที่บันทึกวิดีโอคลิปและภาพลามกอนาจาร อีกมากกว่า 100,000 ไฟล์

เบื้องต้น ผู้ต้องหายอมรับว่าเป็นเจ้าของกลุ่มลับจริง โดยทำมาแล้วประมาณ 2 ปี คิดค่าบริการตามความต้องการของสมาชิกว่าจะเข้าร่วมกี่กลุ่ม เช่น หากต้องการเข้าร่วมทั้ง 6 กลุ่ม ต้องจ่ายค่าสมาชิก จำนวน 900 บาท หากต้องการเข้าเพียงบางกลุ่ม ตนก็จะลดราคาให้บ้างลดหลั่นกันไป โดยมีเรตขั้นต่ำสุด จำนวน 100 บาท ต่อ 1 กลุ่ม ซึ่งสามารถสร้างรายได้ให้ตนมากถึง 20,000-30,000 บาท ต่อเดือน คาดว่าตลอด 2 ปี ทำเงินได้แล้วรวมกว่า 800,000 บาท เจ้าหน้าที่จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป