หนุ่มสุดเซ็ง ซื้อทีวีจากออนไลน์ แกะกล่องเจอจอแตก ทักร้านจี้รับผิดชอบ เจอถามหาคลิป-ไม่ยอมเปลี่ยน ชาวเน็ตยกคำพิพากษา
กลายเป็นที่วิพากษ์จำนวนมาก หลังจากที่มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์ภาพและข้อความลงในกลุ่ม “พวกเราคือผู้บริโภค” ที่มีสมาชิกมากกว่า 8 แสนคน ระบุว่า
ซื้อทีวีจากแพลตฟอร์มออนไลน์ สภาพคือแตก กล่องมีรอยเล็กน้อย
ทักไปทางร้านไม่เปลี่ยนเครื่องถ้าไม่มีวิดีโอตอนแกะกล่อง
ปล.2 คนแกะก็ลำบากแล้ว ใครจะตั้งกล้องถ่ายไว้

เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊กรายดังกล่าวทักไปสอบถามแบรนด์ทีวีดังกล่าวได้รับคำตอบว่า “ถ้าอยู่ในระยะเวลา 14 วัน หลังจากลูกค้าได้รับสินค้าและมี VDO ตอนแกะ ก็จะสามารถเปลี่ยนใหม่ได้”
ซึ่งผู้ใช้เฟซบุ๊กรายนี้ไม่ได้ตั้งกล้องถ่ายไว้ จึงโพสต์ปรึกษาในกลุ่ม หลังจากโพสต์ไปไม่นานมีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก เช่น

- “กดคืนสินค้า อัพคลิปที่ชำรุด กดคืนสินค้าค่ะไม่ต้องยืนยันสินค้า”
- “ผ่านแฟลตฟอร์มไม่ต้องมัวเสียเวลาทักคุยกับร้าน ให้กดคืนผ่านระบบเลยจบ”
- “เลิกสั่งออนไลน์ค่ะไม่คุ้มไปซื้อเอาที่หน้าร้านอีกเขามีบริการส่งให้ฟรีถึงบ้าน”
- “นั่นล่ะครับ จะได้จำไว้เป็นบทเรียนในการสั่งของครั้งหน้า ของผมเลนส์กล้องตัวละ 2-3 หมื่น ต้องถ่ายวิดีโอทุกครั้ง เพื่อที่จะได้โต้แย้งจากทางร้านได้ ว่ามีหลักฐานชัดเจน ในกรณีนี้ อย่าไปโทษร้านเค้าเลย โทษตัวเองดีกว่า ที่ของราคาแพงแต่กลับไม่เซฟตัวเองโดยการไม่ถ่ายวิดีโอไว้”
- “เปิดข้อพิพาทเลยค่ะยังไงก็ได้เงินคืน”
อย่าไรก็ตาม เมื่อเร็วๆ นี้ ทนายเกิดผลเคยให้ความรู้ข้อกฎหมายเกี่ยวกับการซื้อสินค้าและต้องแกะวิดีโอไว้ว่า
พ่อค้าแม่ค้า ส่งสินค้าให้ลูกค้า มีการติดสติ๊กเกอร์หน้ากล่องพัสดุว่า
“#กรุณาถ่ายวิดีโอขณะเปิดกล่องพัสดุ เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการเคลมสินค้า #ไม่มีหลักฐานงดเคลมทุกกรณี”
ปรากฏว่าคดีที่ศาลจังหวัดอุดรธานีคดีหนึ่ง ผู้ซื้อสินค้า รับสินค้าไว้ แต่ไม่ได้ถ่ายคลิปวิดีโอไว้เป็นหลักฐาน
เมื่อเปิดกล่องพัสดุ ผลคือ สินค้าแตกหักขอคืนสินค้า แต่ผู้ขายปฏิเสธ เพราะผู้ซื้อไม่ได้ถ่ายคลิปเป็นหลักฐานในขณะรับสินค้า ลูกค้าจึงนำคดีมาฟ้อง เป็นคดีผู้บริโภค ศาลชั้นตั้น (ศาลจังหวัดอุดรธานี)
พิพากษาว่า..
ข้อความดังกล่าวนี้ถือเป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม สัญญาที่ฝ่ายหนึ่งได้เปรียบคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งมากเกินสมควร ประกอบกับคู่สัญญาไม่ได้รับความยินยอมในสัญญาตั้งแต่ต้น
ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ.2540 มาตรา 4 วรรคสาม
ข้อตกลงดังกล่าวจึงตกเป็นโมฆะตามมาตรา 11
สิ่งที่ควรกระทำผู้จัดส่งควรถ่ายวิดีโอขณะแพคสินค้า ผู้รับควรถ่ายวิดีโอขณะแกะสินค้า เมื่อมีการชำรุด แตกหัก ร้านค้าต้องรับผิดชอบในเบื้องต้น และเรียกค่าเสียหายจากผู้ขนส่งมิใช่เป็นการผลักภาระให้ผู้บริโภคฝ่ายเดียว
คดีลักษณะนี้ ในลักษณะติดประกาศแต่เพียงฝ่ายเดียว เช่น รถหายในห้าง โดยห้างติดประกาศว่า รถหายห้างจะไม่รับผิดชอบ
ศาลฎีกาเคยพิพากษาว่า ข้อความดังกล่าวเป็นการแสดงเจตนาฝ่ายเดียว เป็นสัญญาที่ไม่เป็นธรรม เป็นโมฆะตามมาตรา 11 (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10570/2557)
ส่วนคดีที่จังหวัดอุดรธานียังไม่ถึงที่สุด แต่มีข้อความประกาศในลักษณะคล้ายกับคดีตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10570/2557 จึงเชื่อว่าน่าจะพิพากษาให้ผู้ขาย หรือขนส่งรับผิดเช่นกัน


