ฟังจากปากเหยื่อรับน้องโหด เปิดกฎรุ่นพี่-รุ่นน้อง ฝังหัวล้างแค้นอริ ต้องทำตามสั่ง ห้ามพูดว่า ‘ไม่’ ให้พูดว่า “ขอบคุณครับ” เท่านั้น แม้จะเจอรุมทำร้าย เบิร์นขน สั่งแก้ผ้า-ปิดตา ต้องมาเช็กชื่อทุก 5 โมงเย็น บังคับเปิดโลเกชั่นระบุตำแหน่ง ซ้ำยังสั่งเพื่อนสนิทเลิกคบเหยื่อ ไม่งั้นเจอฆ่ายกครัวแน่ โดยยึดบัตรปชช.สั่งให้พาไปบ้านแล้วขู่ว่ารู้ที่อยู่แล้ว มากไปกว่านั้นยังอ้างอีกว่าไม่กลัวเหตุมีแบ๊กเป็นตร.ใหญ่ ฝังหัวแนวคิดให้พกมีดบอกโดนจับแค่จ่ายไม่กี่ร้อยก็จบแล้ว ล่าสุด อาจารย์แห่ลาออกหลังทำได้แค่เตือนเหยื่อ
จากกรณีวันที่ 15 สิงหาคมที่ผ่านมา นายโต้ง อายุ 54 ปี และ น.ส.ก้อย อายุ 39 ปี พ่อและแม่ของ “น้องไตเติ้ล” อายุ 20 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 1 คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยชื่อดังย่านจังหวัดนนทบุรี เดินทางเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนนทบุรี เพื่อให้ดำเนินคดีกับกลุ่มนักศึกษารุ่นพี่ที่รับน้องโหดทำร้ายลูกชาย หลังจากลูกชายไปขอลาออกจากการเข้าระบบการรับน้อง จนได้รับบาดเจ็บสาหัส รักษาตัวอยู่ห้องไอซียู รพ.กรมชลประทาน ขณะที่นายโต้ง ตัวคุณพ่อเองก็ถูกกลุ่มนักศึกษาทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บ
เหตุเกิดขึ้นในมหาวิทยาลัยชื่อดังย่านพระนั่งเกล้า ต่อหน้ารองอธิการบดี แต่กลุ่มผู้ก่อเหตุก็ไม่เกรงกลัวกฎหมาย รุมกระทืบนายโต้งกับลูกชายก่อนหลบหนีออกจากมหาวิทยาลัยหลังก่อเหตุ
ต่อมา เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 17 สิงหาคม กัน จอมพลัง และ พ.ต.ท.ศุภชัย ศรีศักดิ์ รอง ผกก.สส.ภ.จว.นนทบุรี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการพิเศษ ภ.จว.นนทบุรี (พยัคฆ์นนท์ 66) และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนนทบุรี ได้พาน้องเติ้ลและครอบครัวลงพื้นที่บริเวณซอยเปลี่ยวข้างป้ายรถเมล์หมู่บ้านธนาสิริ รัตนาธิเบศร์ ริมถนนรัตนาธิเบศร์ ต.บางรักใหญ่ อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ซึ่งบริเวณด้านในเป็นพื้นที่กว้าง เป็นป่ารกร้าง ที่รุ่นพี่ของมหาวิทยาลัยดังกล่าวจะพารุ่นน้องกว่า 50 คนรับน้องหลังเลิกเรียน
บริเวณด้านในจะเป็นทางเดินเข้าไปประมาณ 20 เมตร จะพบว่ามีผ้าใบสีน้ำเงินกั้นเป็นซุ้ม บนพื้นพบขวดเหล้าขาวตกอยู่จำนวนหลายขวด ลังกล่องเหล้าขาว ถัดไปพบกระป๋องสเปรย์สีแดงตกอยู่ 2 กระป๋อง ห่างไป 3 เมตร พบกล่องลังกระดาษของสเปรย์วางอยู่อีก 1 ลัง ขณะลงพื้นที่ตรวจสอบเจ้าหน้าที่ตำรวจได้พบอาวุธมีดหัวตัดขึ้นสนิมตกอยู่ จำนวน 2 เล่ม และอาวุธมีดงออีก 1 เล่ม รวมจำนวน 3 เล่ม ตกอยู่ในสถานที่ดังกล่าว

กัน จอมพลัง กล่าวว่า เมื่อวาน ผู้เสียหาย ได้ออกจากโรงพยาบาลด่วน มีคนติดต่อไปทางคนที่รู้จักว่ามีคนจะตามหาน้องที่โรงพยาบาล น้องเล่าให้ฟังว่ามีเพื่อนอยู่สมัยเรียนตั้งแต่เด็ก ต่างคนต่างเรียน รุ่นพี่เห็นว่าอยู่ด้วยกันให้น้องเลิกคบเพื่อน ใช้วิธีการรับน้อง ถ้าไม่ทำตามก็จะต่อย เตะ แล้วให้บอกว่า “ขอบคุณครับ” อย่างเดียว บอกให้น้องเลิกคบเพื่อน แต่ถ้าน้องทำไม่ได้ก็จะถูกรุมต่อย รุมเตะ ยึดบัตรประชาชน บังคับให้พาไปที่บ้าน บอกว่า “กูรู้บ้านมึงอยู่ไหน ถ้ามึงไม่ทำตามเดี๋ยวกูจะสังหารมึงทั้งครอบครัว” และมีการพาน้องไปตามห้อง จะมีศูนย์ฝึกกลางแจ้ง
“ศูนย์ตรงนี้จะเป็นที่ที่เอามาต่อยมาเตะ แล้วฝึกแบบทหาร หลังจากนั้นพาไปที่ห้องเอาสเปรย์เผาตามตัว ขึ้นไปบนห้องรอบละ 10 คน เผาทุกคน ต้องถอดเสื้อผ้าทั้งหมดและปิดตา กลุ่มนี้มันเป็นแก๊งอาชญากรรมย่อมๆ” กัน จอมพลัง กล่าว และว่า
มีเงินกองกลาง มีเก็บกองกลางเป็นรายอาทิตย์ เวลาใครมีปัญหาจะเอาเงิน ก้อนนี้คอยช่วยเหลือ หลังที่น้องถูกกระทำต่างๆ นานาจนทนไม่ไหวเลยไปบอกพ่อกับแม่ พ่อแม่พาไปลาออกที่โรงเรียน แต่ครั้งนี้เป็นรุมกระทืบพ่อกับน้องที่โรงเรียนจนพ่อแม่ต้องก้มกราบขอชีวิต

ส่วนข้อมูลที่ตนได้มา อยากฝากถามโรงเรียนคนที่เป็นหัวโจกรุมทำร้าย เป็นนักเรียนที่อยู่ในสถาบันท่านหรือไม่ ถ้าไม่ใช่สถาบันท่านแล้วไปใส่ชุดนักศึกษา รุมกระทืบผู้ปกครองทำร้ายคนอื่นได้ในโรงเรียน ต้องถามว่าโรงเรียนหละหลวมไหม มีมาตรการอะไรหรือยัง มาบอกว่าไม่ได้สนับสนุน น้องบอกว่าทำแบบนี้มานานแล้ว ลองย้อนไปดู เคยมีทหารคนหนึ่งเคยถูกทำแบบนี้เหมือนกันหรือไม่ เหตุการณ์แบบนี้มันเกิดขึ้นครั้งแรกหรือเกิดมาหลายครั้งแล้ว น้องมาถึงจุดนี้ได้แสดงว่าต้องเหลืออดเหลือทน ผู้ก่อเหตุอ้างว่ารู้จัก คนใหญ่คนโต ลองดูว่าจะชนะตำรวจด้านหลังตนได้ไหม
วันนี้เห็นตรงกันว่าไม่อยากมีองค์กรเถื่อนอยู่ในพื้นที่นนทบุรี ทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย ไม่ใช่อยากลากใครมาต่อยมาเตะแล้วคนคนนั้นต้องขอบคุณ อยากจะไปกระทืบพ่อใครก็ได้ ซึ่งมันไม่ใช่ ต้องเอาให้เป็นเยี่ยงอย่าง วันนี้คือจุดเริ่มต้น หลังจากนี้ตนขอฝากแก๊งนี้ เลือกฝั่งให้ดี มี 40-50 คน เลือกให้ดีว่าจะอยู่แก๊งไหน ใครให้ข้อมูลตนจะเก็บไว้เป็นพยาน แต่ถ้าใครเลือกช่วยเพื่อนเดี๋ยวได้ตามกันไปติดๆ วันนี้มาเรียนหนังสือควรต้องคิดถึงพ่อแม่บ้าง ส่วนเรื่องความปลอดภัย ตนต้องขอขอบคุณผู้การจังหวัดนนทบุรีที่จัดดูแล 24 ชั่วโมง ตอนนี้จากผู้ล่าอาจจะกลายเป็นผู้ถูกล่าเองก็ได้
นายเติ้ล ผู้บาดเจ็บ กล่าวว่า หลังเลิกเรียนเกือบจะทุกวันทางกลุ่มรุ่นพี่จะพาพวกเด็กที่รับน้องมารับน้องกันที่สถานที่นี้ บางวันก็แยกไปรับน้องกันที่อื่น โดยมีการขึ้นหอพักต่างๆ ไม่ซ้ำที่ ในการรับน้องที่จุดนี้ จะมีรุ่นพี่ยืนล้อมรอบให้ท่องกลอนของโรงเรียน ท่องจำชื่อเพื่อน ถ้าเราท่องไม่ได้ก็จะโดนซ่อม อาทิ เอาหัวปักพื้น วิดพื้น ลุกนั่ง เตะและต่อย หากโดนแล้วจะบังคับต้องบอกว่า “ขอบคุณครับ” ถ้าพูดว่าไม่ครับ จะลากไปข้างหลังแล้วจะถูกใช้สเปรย์จุดไฟแช็กเผาขนที่อวัยวะเพศ เวลาใครโดนลักษณะนี้ก็จะให้คนอื่นก้มหน้าและหลับตา ซึ่งเวลาทำร้ายจะปิดด้วยผ้าใบสีฟ้าเพื่อไม่ให้ใครเห็น ซึ่งการรวมตัวกันคนที่รับน้องตอนนี้ประมาณ 50 คน ส่วนรุ่นพี่จะมีประมาณ 10 กว่าคน บางครั้งจะมีศิษย์เก่ามาด้วย ทุกคนจะพกอาวุธมีดทุกคนเพื่อให้ป้องกันตัว โดยมีการบังคับให้พวกตนพกมีดทุกครั้งเพื่อป้องกันตัวจากสถาบันคู่อริ
โดยพูดว่า ”พกไปถ้าโดนตำรวจจับเดี๋ยวจ่ายค่าปรับให้แค่ 100-200 แค่นั้น“ ส่วนในการรับน้องที่นี่รุ่นพี่จะยึดโทรศัพท์ก่อนเข้าไปข้างใน โดยวางไว้บริเวณปากทางเข้า ให้เข้าไปตัวเปล่าแล้วก็ทำการซ่อม ร้องเพลง ตามที่ตนบอก มีการร้องเพลงปลุกระดมปลูกฝังให้คาดแค้นกับคู่อริ เคยเล่าประวัติว่ากลุ่มรุ่นพี่เคยถูกสถาบันคู่อริยิงตายไปแล้ว อยากให้แก้แค้น ให้รักในสถาบัน
นายเติ้ลกล่าวอีกว่า การกระทำลักษณะนี้เหมือนมีการสานต่อกันมาเรื่อยๆ บางคนก็ทนได้ ยังอยู่ที่มหาวิทยาลัย บางคนก็ไม่ได้เรียน ส่วนถ้ากลุ่มอื่นไม่ได้มารับน้องก็จะถูกหาเรื่องในโรงเรียนเพื่อจะบีบให้เข้ามาในระบบ ถ้าไม่เข้าจะโดนหาเรื่อง ก่อนเข้าระบบบอกว่าจะเตะบอลทุกเย็น ตอนนี้ตนรู้สึกงง เวลาให้ไปไหนจะเปิดโลเกชั่นแล้วก็จะลบทิ้ง เช็กชื่อทุกรอบ ทำเหมือนเป็นอาจารย์ จะมาที่นี่ประมาณ 5 โมงเย็นหลังเลิกเรียน หลังเกิดเหตุโดนโทรมาขู่ มีแต่อาจารย์โทรมาบอกแม่ของตนว่าให้รีบเอาเด็กออกจากโรงพยาบาล เพราะกลัวว่าจะไปป่วนที่โรงพยาบาล ตอนเกิดเหตุอาจารย์ก็ยืนอยู่ด้วยแต่ห้ามลูกศิษย์ไม่ได้ ตอนนี้ตัดสินใจลาออกเรียบร้อยแล้ว บางคนใส่ช็อปเข้ามาแต่ไม่ได้เรียนแล้ว ตอนนี้ตนอยากให้โรงเรียนช่วยเหลือเรื่องการเรียน เพราะตนต้องเสียเวลาไป 1 ปี คนที่ทำร้ายตนมีทั้งหมด 4 คน จำหน้าได้ทุกคน


