หน้าแรก ในประเทศ ชาวเลราไวย์ฮื...

ชาวเลราไวย์ฮือขวาง จนท.เตรียมเข้ารื้อบ้าน 2 หลัง ที่ศาลฎีกาตัดสินให้แพ้ตั้งแต่ปี 58

23.02.17 | 17:25 น.
วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2560 เมื่อเวลา 10.00 น. บริเวณบ้านเลขที่ 123/5 และ 131 ซอยมุขดี หมู่ที่ 2 ต.ราไวย์ อ.เมือง จ.ภูเก็ต ได้มีกลุ่มชาวเลราไวย์ทั้งชายหญิง และเด็กๆ  จำนวนกว่า 200 คน มานั่งล้อมรอบบ้านทั้งสองหลังดังกล่าวไว้ ซึ่งเป็นบ้านของนายมะเหร็น บางจาก และนายอานัน บางจาก เพื่อป้องกันไม่ให้มีการรื้อถอน เนื่องจากทางเจ้าหน้าที่บังคับคดีจังหวัดภูเก็ต จะมาทำการบังคับคดี ภายหลังมีคำพิพากษาของศาลฎีกาให้ชาวเลทั้ง 2 คน ออกจากที่ดินดังกล่าว ตามคำพิพากษาลงวันที่ 30 ธันวาคม 2558 ท่ามกลางการรักษาความเรียบร้อยของเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ฉลอง อ.เมืองภูเก็ต เจ้าหน้าที่ทัพเรือภาคที่ 3 เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง อ.เมืองภูเก็ต เทศบาลตำบลราไวย์ กำนันและผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ รวมกว่า 100 นาย ซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วยความเรียบร้อยไม่มีเหตุความรุนแรงใด
กระทั่งเวลาประมาณ 11.00 น. เจ้าหน้าที่บังคับคดี นำโดยนายธีระศักดิ์ เอียดชูทอง นิติกร สำนักงานบังคับคดีจังหวัดภูเก็ต พร้อมเจ้าหน้าที่ 2 คน นำเอกสารบังคับคดีมาเพื่อชี้แจงให้กับทางชาวเลผู้เป็นเจ้าของบ้านทราบ แต่ปรากฏว่าทั้งสองคนไม่อยู่ในพื้นที่ดังกล่าว จึงทำให้ทางเจ้าหน้าที่ไม่สามารถแจ้งกับผู้ถูกบังคับดีได้ จึงแจ้งให้ทางเจ้าของที่ดิน คือ นายสุเทพ มุขดี  กับนายทวี มุขดี รวมถึงนายเสทือน มุกดี ผู้ได้รับมอบอำนาจ และทนายความทราบว่า ไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะเกรงจะเกิดกระทบกระทั่งกัน เนื่องจากมีกลุ่มชาวเลนั่งล้อมบ้านไว้ โดยทางเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินยืนยันว่า จะต้องทำการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวให้ได้เพราะได้เตรียมอุปกรณ์และกำลังคนไว้แล้ว แต่เมื่อเดินเข้าไปในบริเวณบ้านเลขที่123/5 ได้มีกลุ่มชาวเลทั้งผู้หญิงและเด็ก ซึ่งส่วนใหญ่จะถือภาพพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชไว้ในมือ ก็ได้มาล้อมจนติดตัวบ้าน ทำให้ไม่สามารถเข้าไปดำเนินการใดๆ ได้ จึงต้องให้เจ้าหน้าที่นำกำลังเดินทางกลับ
201702231452265-20150427133841
สำหรับการเข้ารื้อบ้านของชาวเล 2 หลังดังกล่าว สืบเนื่องมาจากนายสุเทพและนายทวี ถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินโฉนดเลขที่ 7957 ต.ราไวย์ อ.เมืองภูเก็ต และได้มีการทำสัญญาให้   นายมะเหร็น บางจาก และนายอานัน บางจาก เช่าที่ดินดังกล่าวเพื่ออยู่อาศัยเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2551 เป็นระยะเวลา 1 ปี  เมื่อครบสัญญาชาวเลทั้งสองก็มาขอต่อสัญญาเช่าโดยไม่มีกำหนด  กระทั่งวันที่ 20 เมษายน 2554 นายสุเทพ มุขดี ได้แจ้งเป็นหนังสือบอกกล่าวให้ชาวเลผู้เช่าทั้งสองทำการรื้อถอนขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกจากที่ดินแปลงดังกล่าว แต่ปรากฏว่า ไม่มีการรื้อถอนออกมาจนนำมาสู่การฟ้องร้องคดี
นางสาวขวัญใจ บางจาก อายุ 27 ปี ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ที่อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 123/5  เล่าให้ฟังทั้งน้ำตา ว่า อาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้มาตั้งแต่จำความได้ ซึ่งภายในบ้านมีผู้อยู่อาศัยอยู่กว่า 10 คน โดยมีพ่อเป็นเจ้าของบ้าน ซึ่งหากรื้อบ้านหลังนี้แล้วพวกตนก็ไม่รู้ว่าจะไปอยู่ที่ไหน
ด้านนายสุเทพ กล่าวว่า ที่ดินแปลงดังกล่าวเป็นมรดกที่ได้มาจากบิดา เดิมที่ดินแปลงนี้เป็นโฉนดแปลงใหญ่ โฉนดเลขที่ 7957 ซึ่งออกมาตั้งแต่ปี 2508 เนื้อที่รวมประมาณ 4 ไร่เศษ และตอนหลังได้มีการแบ่งแยกโฉนดออกเป็น 6 แปลง โดยในส่วนของตนเป็นโฉนดแปลงเลขที่ 92823  เนื้อที่ ประมาณ 2 งานเศษ และอีกแปลงเป็นของน้องชายคือนายทวี โฉนดเลขที่ 92822 ซึ่งได้ให้ชาวเลเช่าเพื่ออยู่อาศัย โดยให้ต่อสัญญาทุกๆ 1 ปี จนกระทั่งในปี 2552 เราต้องการที่ดินคืน และขอให้เขาย้ายออกไป แต่ทั้งสองคนก็ไม่ยอม จึงต้องมีการฟ้องร้องต่อศาล จนถึงชั้นฎีกา และมีการบังคับคดีในวันนี้ (23 กุมภาพันธ์)  เดิมก่อนหน้านี้จะมีการบังคับคดีและรื้อถอนตั้งแต่เดือนตุลาคม 2559 แต่เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จสวรรคต จึงได้พูดคุยกันกับทางเจ้าหน้าที่ของรัฐ และเลื่อนมาเป็นวันนี้