เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม ที่โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการ และคอนเวนชันเซ็นเตอร์ นพ.กิตติศักดิ์ อักษรวงศ์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิดงานประชุมเชิงปฏิบัติการขับเคลื่อนการดำเนินงานการกำจัดโรคไวรัสตับอักเสบ โดยมี นพ.นิติ เหตานุรักษ์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค คณะผู้บริหาร และเครือข่ายดำเนินงานทั่วประเทศ ร่วมงานกว่า 200 คน นอกจากนั้น ยังมีพิธีมอบประกาศเกียรติคุณหน่วยงานดีเด่นในการดำเนินงานด้านโรคไวรัสตับอักเสบบี และซี เพื่อสร้างขวัญกำลังใจในการขับเคลื่อนการป้องกันควบคุมโรค และภัยสุขภาพในระดับพื้นที่ และยกย่องความมุ่งมั่นในการปฏิบัติงานด้านการป้องกันควบคุมโรคไวรัสตับอักเสบได้อย่างต่อเนื่อง รวม 45 หน่วยงาน ประกอบด้วย สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด โรงพยาบาล (รพ.) โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
นพ.กิตติศักดิ์กล่าวว่า โรคไวรัสตับอักเสบบี และซี เป็นปัญหาทางสาธารณสุขระดับนานาชาติรวมถึงประเทศไทย เนื่องจากเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดตับแข็ง มะเร็งตับ โดยทั่วโลกมีผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ บี 254 ล้านคน ไวรัสตับอักเสบ ซี 50 ล้านคน องค์การอนามัยโลกและประเทศสมาชิกจึงเห็นชอบในการกำจัดโรคดังกล่าวให้สำเร็จภายในปี 2573 กระทรวงสาธารณสุขจึงมีนโยบายมะเร็งครบวงจร ตั้งเป้าหมายรณรงค์คัดกรองค้นหาผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ บี และซี ในปี 2567 ให้ได้ 1 ล้านคน โดยเฉพาะในประชากรที่เกิดก่อนปี 2535 และกลุ่มเสี่ยง สามารถใช้บัตรประชาชนใบเดียวเข้ารับการตรวจคัดกรองโรคไวรัสตับอักเสบบี และซี ได้ในสถานพยาบาลใกล้บ้านโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ซึ่งข้อมูลล่าสุด สามารถคัดกรองโรคไวรัสตับอักเสบบี ได้ถึง 1.85 ล้านคน ส่วนไวรัสตับอักเสบซี 1.83 ล้านคน และจะคัดกรองต่อเนื่องให้ถึงเป้าหมาย 42 ล้านคน ในปี 2573
“หากสามารถนำผู้ติดเชื้อเข้าสู่ระบบการรักษาจะสามารถป้องกันโรคตับแข็งได้ 5,378 คนต่อปี ป้องกันมะเร็งตับได้ 2,675 คนต่อปี และลดอัตราการเสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับโรคไวรัสตับอักเสบบี และ ซี ได้ 1,604 คนต่อปี ซึ่งจะช่วยให้ผู้ป่วยลดค่าใช้จ่ายในการรักษา ลดโอกาสเกิดภาวะตับแข็งและมะเร็งตับที่จะเกิดขึ้นในอนาคต” นพ.กิตติศักดิ์กล่าว
ด้าน นพ.นิติกล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขได้วางมาตรการในการป้องกันควบคุมโรคไวรัสตับอักเสบ ดังนี้ 1.ตรวจคัดกรองหาการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี และซี ในประชากรทั่วไปและกลุ่มเสี่ยงต่อเนื่อง 2.ให้บริการฉีดวัคซีนไวรัสตับอักเสบบี แก่เด็กในแผนงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค 3.ตรวจหาการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีในหญิงตั้งครรภ์ทุกคน ให้ยาต้านไวรัสในรายที่มีปริมาณไวรัสสูง รวมถึงดูแลลูกที่เกิดจากแม่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี ให้ได้รับวัคซีน ภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป และตรวจหาการติดเชื้อและภูมิคุ้มกันต่อไวรัสตับอักเสบบี เมื่อลูกอายุครบ 1 ปี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย และ 4.ดูแลรักษาผู้ป่วยโรคไวรัสตับอักเสบบี และซี ชนิดเรื้อรัง ด้วยยาต้านไวรัสตำรับใหม่ที่มีประสิทธิผลในการรักษาดีและอัตราการดื้อยาต่ำ โดยเฉพาะยา Sofosbuvir และ Velpatasvir สำหรับรักษาโรคไวรัสตับอักเสบซีเรื้อรัง ที่มีประสิทธิผลในการรักษาหายขาดได้เกือบ 100%
ทั้งนี้ ภายในงานฯมีการจัดแสดงนิทรรศการภายใต้แนวคิด “We’re not waiting : HBV & HCV ตรวจเลย รอไม่ได้ เข้าถึงง่ายด้วยบัตรประชาชนใบเดียว” ประชาสัมพันธ์ความรู้โรคไวรัสตับอักเสบ และเวทีอภิปรายเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์หรือปัจจัยสนับสนุนการดำเนินงานที่ทำให้ประสบความสำเร็จในการจัดบริการตรวจคัดกรองของพื้นที่ เป็นต้น


