คพ.-จราจร ตรวจรถควันดำทั่วประเทศ 1.8 แสนคัน พบเกินมาตรฐาน 2.3 พันคัน
กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) โดยความร่วมมือกับสถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ (มว.) และกองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.) จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ ประจำปี 2567 เพิ่มศักยภาพการตรวจสอบตรวจจับและห้ามใช้รถยนต์ควันดำ การตรวจวัดระดับเสียงจากรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ปฏิบัติงานของ บก.จร. และเจ้าหน้าที่จากสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1-16 ในฐานะพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ.2535
นางกัญชลี นาวิกภูมิ รองอธิบดี คพ.และโฆษก คพ. กล่าวว่า รถยนต์ที่จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ.2522 เป็นแหล่งกำเนิดมลพิษที่อยู่ภายใต้พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ.2535 เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ ตรวจพบรถยนต์มีมลพิษหรือเสียงดังเกินค่ามาตรฐาน จะสั่งให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองนำรถไปแก้ไขปรับปรุงเครื่องยนต์อุปกรณ์เพื่อให้ควันดำหรือระดับเสียง มีค่าไม่เกินมาตรฐาน และต้องนำรถมาให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ หากไม่ได้นำรถกลับมาตรวจสอบภายในกำหนดเวลา 30 วัน นับแต่วันที่ถูกคำสั่ง ถือเป็นการไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา 65 มีโทษตามมาตรา 102 ปรับไม่เกินห้าพันบาท

นายอนุสรณ์ ทนหมื่นไวย รองผู้อำนวยการ มว. กล่าวว่า สถาบันมีการพัฒนาเครื่องมือและซอฟต์แวร์ เครื่องตรวจวัดระดับเสียงจากยานพาหนะ และนำมาใช้งานจริง เพื่อให้การปฏิบัติงานตรวจสอบตรวจวัดรถยนต์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สามารถวิเคราะห์ ประมวลผลได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำ มีระบบการตรวจสอบย้อนกลับของข้อมูลที่ตรวจวัดได้ ปัจจุบันอยู่ระหว่างการพัฒนาในเชิงพาณิชย์
พ.ต.ท.ดาราธร ขจรศิลป์ รองผู้กำกับการ 5 กองบังคับการตำรวจจราจร กล่าวว่า ที่ผ่านมาได้รับการร้องเรียนเรื่องรถยนต์และจักรยานยนต์แต่งซิ่ง ดัดแปลงสภาพ ทำให้เกิดมลพิษทางเสียงสร้างความเดือดร้อนรำคาญกับประชาชน จึงเพิ่มความเข้มข้นการบังคับใช้กฎหมาย ได้ร่วมกับกรมควบคุมมลพิษ ตั้งจุดกวดขันจับกุมบริเวณที่มีการร้องเรียนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยใช้เครื่องวัดระดับเสียงจากยานพาหนะที่ มว. พัฒนาขึ้น สามารถอ่านค่าระดับเสียงแบบอัตโนมัติตามรอบของเครื่องยนต์ของรถแต่ละคันตามที่กฎหมายกำหนด ทำให้การบังคับใช้กฎหมายมีความโปร่งใส เป็นธรรม และลดข้อโต้แย้งในการปฏิบัติ

ผลการจับกุมรถที่มีค่าเสียงเกินเกณฑ์ที่กำหนด ระหว่างเดือนมิถุนายน 2567 ถึงปัจจุบัน จับกุมรถยนต์ 19 คัน รถจักรยานยนต์ 225 คัน ซึ่งมีความผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 อัตราโทษปรับไม่เกิน 4,000 บาท และเจ้าหน้าที่จะออกคำสั่งห้ามใช้รถชั่วคราว ติดสติ๊กเกอร์เครื่องหมายคำสั่งห้ามใช้ชั่วคราวไว้ที่ตัวรถ ให้นำไปปรับปรุงแก้ไขท่อไอเสีย จากจำนวน ที่จับกุม 244 คัน แก้ไขแล้ว 115 คัน (ร้อยละ 47) ผลจากการปฏิบัติ ทำให้ลดปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนได้ ทั้งนี้ ประชาชนสามารถแจ้งเบาะแสเหตุได้ที่สายด่วน 191 หรือ 1197 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
นางกัญชลีกล่าวเพิ่มเติมว่า ในการตรวจสอบตรวจจับและห้ามใช้รถยนต์ควันดำ คพ.มีการบูรณาการร่วมกับ บก.จร. กรมการขนส่งทางบก และกรุงเทพมหานคร ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2566 ถึง 31 กรกฎาคม 2567 ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เรียกรถตรวจสอบทั้งหมด 103,349 คัน เป็นรถตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก จำนวน 54,949 คัน และรถตามพระราชบัญญัติรถยนต์ จำนวน 48,400 คัน พบรถยนต์ควันดำเกินมาตรฐานและออกคำสั่งห้ามใช้ยานพาหนะ จำนวน 1,023 คัน แก้ไขแล้ว 514 คัน (ร้อยละ 50) ในพื้นที่ต่างจังหวัด สำนักงานขนส่งจังหวัด ตรวจทั้งหมด 79,809 คัน เป็นรถตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก จำนวน 74,441 คัน และรถตามพระราชบัญญัติรถยนต์ จำนวน 5,368 คัน พบรถยนต์ควันดำเกินมาตรฐานและออกคำสั่งห้ามใช้ยานพาหนะ จำนวน 1,333 คัน แก้ไขแล้ว 921 คัน (ร้อยละ 69)

