วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2560 ความคืบหน้าเหตุคนร้ายใช้อาวุธสงครามถล่มยิงนายสมาแอ ดอเลาะ อายุ 64 ปี นายก อบต.ปิยามุมัง อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี เสียชีวิตขณะเดินทางไปทำงานที่ อบต. เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ และหลังจากเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้พบรถกระบะยี่ห้อมิตซูบิชิไทรทันที่คนร้ายใช้ก่อเหตุถูกนำไปเผาทิ้งห่างจุดเกิดเหตุประมาณ 5 กิโลเมตร จึงทำให้คดีมีความคืบหน้านำไปสู่การจับกุมคนร้ายหลายราย
ล่าสุด เมื่อเวลา 10.30 น. พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ พล.ต.โภชน์ นวลบุญ ผบ.หน่วยเฉพาะกิจปัตตานี พ.อ.พิเศษ คมกฤต รัตนฉายา ผบ.กองกำลังทหารพรานจังหวัดชายแดนใต้ ร่วมเดินทางไปประชุมติดตามความคืบหน้าที่ สภ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี มี พล.ต.ต.ปิยวัฒน์ เฉลิมศรี ผบก.ภ.จว.ปัตตานี รายงานผลการสืบสวนสอบสวนและข้อมูลทางคดีที่สามารถควบคุมผู้ต้องสงสัยตามกฎอัยการศึกที่เกี่ยวข้องกับการสังหารนายสมาแอ นายก อบต.ปิยามุมัง ได้จำนวน 8 ราย

โดยหลังจากสืบสวนสอบสวนในระดับหนึ่ง จึงได้ใช้อำนาจกฎอัยการศึกควบคุมตัวไปยังศูนย์ซักถามค่ายอิงคยุทธบริหาร จ.ปัตตานี ประกอบด้วย 1.นายอิสมาแอ มะดีเยาะ 2.นายกิฟรี สาเหาะ ผญบ.ตะโละแมะนา อ.ทุ่งยางแดง 3.นายมะซอเร กามาลี อดีตนายก อบต.คลองมานิง 4.นายมาหามะ มะเซ็ง 5.นายรอหะ รือกิ 6.นายมูฮำหมัด กือตา 7.นายสาอุดี วามิง ทำหน้าที่ขับรถและเป็นผู้นำอาวุธปืนทั้งหมดไปหลบซ่อน และคนที่ 8 เป็นผู้ใหญ่บ้านและเจ้าหน้าที่ ยังไม่ขอเปิดเผยรายชื่อ เพราะยังคงอยู่ในกระบวนการซักถามขยายผล ซึ่งการสอบสวนทั้งหมดให้การที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดีมาก จนทำให้สามารถยึดหลักฐานทั้งอาวุธปืนที่ก่อเหตุและหลักฐานอื่นๆ ด้วย
หลังจากนั้น พล.ต.ท.รณศิลป์ พล.ต.ต.ปิยวัฒน์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ ได้นำตัวนายสาอุดีลงพื้นที่ไปยังคลองที่อ้างว่าได้ทิ้งอาวุธทั้งหมดลงไปในบ่อน้ำและชุดสืบสวนสอบสวนจำนวน 10 นาย ได้ลงไปงมหา ใช้เวลาร่วม 30 นาที สามารถงมพบอาวุธปืน ประกอบด้วย อาวุธปืน เอ็ม 16 จำนวน 2 กระบอก พร้อมกระสุนบรรจุในแม็กกาซีน อาวุธปืนอาก้าจำนวน 2 กระบอก พร้อมกระสุนบรรจุในแม็กกาซีน เสื้อยืดแขนยาวสีดำ 2 ตัว มีข้อความว่ากรมการปกครอง และชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน หมวกไหมพรม 1 ใบ ซึ่งนายสาอุดีได้ชี้ยืนยันของกลางที่พบทั้งหมดและยอมรับว่าเป็นคนนำมาทิ้ง
สำหรับนายสาอุดี ถือเป็นผู้ต้องสงสัยที่รับสารภาพและพยานคนสำคัญที่ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดีและทำให้คดีมีความคืบหน้าไปมาก โดยทั้ง 8 ราย เจ้าหน้าที่รู้เบาะแสแล้วว่าใครทำหน้าที่อะไร เช่นเดียวกับนายอิสมาแอ มะดีเยาะ ถูกจับกุมเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาหลังไปกบดานบ้านภรรยาในพื้นที่ อ.สะเดา จ.สงขลา หลังจากถูกสอบสวนได้รับสารภาพ พร้อมกับให้เบาะแสที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดีมาก โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังรวบรวมพยานหลักฐานเตรียมหมายจับแล้ว

ด้าน พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ เปิดเผยถึงความคืบหน้าของคดี จากการสืบสวนร่วมกันของชุดที่ตั้งขึ้นมาติดตามคลี่คลายคดีจากกำลังร่วม 3 ฝ่าย ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง สรุปได้ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องความขัดแย้งส่วนตัวด้านการเมืองท้องถิ่น ขณะนี้การสอบสวนคืบหน้าไปมาก และผู้ต้องสงสัยบางส่วนก็รับสารภาพจนสามารถขยายผลและงมหาอาวุธปืนที่คนร้ายใช้ในการก่อเหตุ 4 กระบอก รวมถึงชี้จุดที่ทิ้งรถและนำไปเผา ตอนนี้ผู้ต้องสงสัยทั้ง 8 รายให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี และยังอยู่ในขั้นกระบวนการซักถามขยายผลเพิ่ม ส่วนอาวุธปืนที่เจอต้องนำไปตรวจสอบพิสูจน์หลักฐาน หากปลอกกระสุนตรงกันก็ยืนยันตัวคนร้ายได้ หากพบว่ามีใครเกี่ยวข้องก็จะดำเนินคดีทั้งหมดไม่ยกเว้น และขอให้ประชาชนมั่นใจในการทำงานของเจ้าหน้าที่ทั้ง 3 ฝ่าย ทำงานร่วมกันตรงไปตรงมา และสามารถตอบคำถามประชาชนได้ว่าสาเหตุเกิดจากอะไร คดีที่เกิดในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ 80 เปอร์เซ็นต์ต้องยอมรับว่าไม่ใช่คดีความมั่นคงเสียส่วนใหญ่ จากคดีนี้จึงช่วยพิสูจน์ให้ทราบได้ว่ากลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุล้วนเป็นคนในพื้นที่ แต่มีลักษณะการก่อเหตุให้ดูคล้ายเป็นคดีความมั่นคง เป็นความขัดแย้งส่วนตัว

