วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 16.00 น. พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) นายบุญสืบ สมัครราช ผอ.สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 12 สาขากระบี่ พล.ต.ต.วรวิทย์ ปานปรุง ผบก.ภ.จว.กระบี่ พล.ต.ต.บุญทวี โตรักษา ผบก.ภ.จว.พังงา พร้อมคณะเจ้าหน้าที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ทหารกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหาราบที่ 15 ตำรวจภูธรจังหวัดกระบี่ เจ้าหน้าที่ป่าไม้ รวมกว่า 50 นาย ลงพื้นที่ตรวจสอบสวนปาล์มน้ำมัน เนื้อที่ 77 ไร่ ในพื้นที่หมู่ 6 ต.เขาทอง อ.เมือง จ.กระบี่ หลังได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านว่าได้มีบุคคลซึ่งเป็นนอมินีของมูลนิธิวัดพระธรรมกายได้เข้ามากว้านซื้อที่ดินและมีการนำรั้วลวดหนามมาขวางบริเวณท่าเรือประมง ส่งผลทำให้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนกว่า 70 ครัวเรือน ไม่สามารถนำเรือออกทำประมงได้
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 9 มกราคมที่ผ่านมา ทางเจ้าหน้าที่ป่าไม้ได้เข้าตรวจยึดพื้นที่และแจ้งความดำเนินคดีไว้แล้วที่ สภ.อ่าวนาง ต่อมามีผู้นำหลักฐานเอกสารสิทธิมาแสดง เบื้องต้นพบว่ามีการนำเอกสาร สค.1 จากพื้นที่อื่นมายื่นขอเอกสารสิทธิ

นายบุญสืบกล่าวว่า พื้นที่ดังกล่าวอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าคลองกาโรด และป่าคลองหิน มีเนื้อที่ทั้งหมดรวม 77 ไร่ 1 งาน 13 ตารางวา มีเอกสารสิทธิเป็น น.ส.3 และ น.ส.3 ก. รวม 64 ไร่ ส่วนที่เหลืออีก 13 ไร่ ไม่มีเอกสารสิทธิ ในเบื้องต้นได้มีการประกาศยึดพื้นที่ไว้แล้ว
จากการสอบถามผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ ทราบว่าเมื่อปี 2543 นายเพชร แก่นทรัพย์ อายุ 54 ปี ซึ่งเป็นนอมินีของมูลนิธิวัดพระธรรมกาย เข้ามากว้านซื้อจากชาวบ้านโดยใช้ชื่อบุคคลอื่นเป็นผู้ถือครองเอกสารสิทธิ น.ส.3 ก.และ น.ส.3 แต่จากการตรวจสอบ พบว่าเอกสารสิทธิดังกล่าวออกจาก สค.1 ที่ระบุพิกัดไม่ตรงกับพื้นที่จริง เจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจยึดพื้นที่ไว้ทั้งหมด และในวันนี้ได้มีการแจ้งความเพิ่มเติมและทำการยึดต้นปาล์มน้ำมันในพื้นที่จำนวนกว่า 1 พันต้น นอกจากนี้ยังได้ตรวจยึดบ้านพักตากอากาศอีก 1 หลัง มูลค่ากว่า 10 ล้านบาท ซึ่งอยู่ห่างจากจุดแรกประมาณ 5 กม. พร้อมที่ดินเนื้อที่ 2 ไร่ 1 งาน 58 ตารางวา ภายหลังตรวจสอบพบว่านายเพชรได้นำ สค.1 ซึ่งอยู่คนละพื้นที่ไปยื่นขอออกโฉนดกับสำนักงานที่ดินจังหวัดกระบี่ อยู่ระหว่างการออกเอกสารสิทธิ ซึ่งที่ทั้งสองแห่งมีความเชื่อมโยงกัน เบื้องต้นได้แจ้งความดำเนินคดี ข้อหากระทำผิด พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 มาตรา 14 และ พ.ร.บ.ป่าไม้ 2484 มาตรา 54
ด้าน พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าวว่า พฤติกรรมในลักษณะดังกล่าวเข้าข่ายฟอกเงิน เนื่องจากซื้อไว้เกือบ 20 ปี แต่ไม่มีการทำประโยชน์ในพื้นที่ มีเพียงต้นปาล์มที่ปลูกไว้ก่อนหน้านี้ ทั้งนี้ จากการสืบสวนในเชิงลึก พบว่านายเพชร แก่นทรัพย์นั้นเป็นนอมินีของมูลนิธิวัดพระธรรมกาย ที่ผ่านมาได้เข้ามากว้านซื้อไว้หลายแปลงในพื้นที่พังงา กระบี่ และภูเก็ต โดยใช้ชื่อนอมินีถือครอง ซึ่งได้มีการแจ้งความดำเนินคดีในหลายข้อหาเชื่อว่ายังอยู่ในพื้นที่ ซึ่งจะได้รวบรวมพยานหลักฐานติดตามตัวมาดำเนินคดีต่อไป

