สภากาชาดไทย แจงข้อมูลวัคซีน “ฝีดาษ” ชี้ ป้องกันโรคได้ 85% เน้นฉีดกลุ่มเสี่ยงชายรักชาย
เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามที่ ศ.เกียรติคุณ ดร.วสันต์ จันทราทิตย์ หัวหน้าศูนย์จีโนมทางการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ออกมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับโรคฝีดาษวานร (Monkeypox) พร้อมทั้งระบุว่า ในประเทศไทย โดยสถานเสาวภา สภากาชาดไทยได้มีการนำเข้าวัคซีนป้องกันโรคดังกล่าว แต่มีค่าใช้จ่ายโดยฉีดป้องกันความรุนแรงได้ร้อยละ 68 – 80
ล่าสุด จากการตรวจสอบข้อมูลไปยังสถานเสาวภา สภากาชาดไทย เกี่ยวกับวัคซีนป้องกันโรคฝีดาษวานร พบว่า ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกันโรคฝีดาษวานรโดยตรง แต่พบว่า การฉีดวัคซีนป้องกันโรคฝีดาษเข้าใต้ผิวหนัง 2 ครั้ง ห่างกันอย่างน้อย 28 วัน มีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคฝีดาษวานรได้ถึงร้อยละ 80-85 ซึ่งผู้ที่ควรได้รับวัคซีน คือ ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไปดังนี้ 1.การฉีดวัคซีนแก่บุคลที่มีการสัมผัสโรคแล้ว ได้แก่ ผู้ที่มีการสัมผัสโดยตรงกับผู้ป่วยโรคฝีดาษวานร เช่น มีเพศสัมพันธ์กับผู้ติดเชื้อ ใกล้ชิดคลุกคลีหรือมีการสัมผัสกับรอยโรคของผู้ติดเชื้อ โดยให้เริ่มฉีดวัคซีนภายใน 14 วัน หลังสัมผัสโรค (ดีที่สุดคือภายใน 4 วัน)
และ 2.การฉีดวัดซีนแบบป้องกันก่อนสัมผัสโรค สำหรับบุคลากรทางการแพทย์หรือเจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการที่เกี่ยวข้องกับเชื้อฝีดาษวานร และผู้ติดเชื้อเอชไอวี (HIV) หรือกลุ่มบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศโดยเฉพาะกลุ่มชายรักชายที่มีความเสี่ยงสูง เช่น มีคู่นอนมากกว่า 1 คน หรือ ได้รับการวินิจฉัยเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ภายในระยะเวลา 6 เดือนที่ผ่านมา
โดย สถานเสาวภาให้บริการวัคซีนป้องกันโรคฝีดาษวานร ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป ที่มีความประสงค์ฉีดวัคซีนป้องกันโรคฝีดาษวานร สามารถเข้ารับบริการวัคซีนได้ที่ตึกราชูทิศ สถานเสาวภา สภากาชาดไทย โดยมีการบริการฉีด 2 วิธี ดังนี้ วิธีที่ 1 ฉีดเข้าใต้ผิวหนัง ขนาดเต็มโดส 0.5 มิลลิลิตร ราคาเข็มละ 8,500 บาท ฉีด 2 ครั้ง ห่างกัน 28 วัน วิธีที่ 2 ฉีดเข้าในหนัง ครั้งละ 0.1 มิลลิลิตร ราคาจุดละ 2,200 บาท ฉีด 2 ครั้ง ห่างกัน 28 วัน ต้องมาพร้อมกัน 4 คน ทั้งนี้ ภายในเวลาทำการ วันจันทร์-วันศุกร์ เวลา 08.30-12.00 น. ปิดรับบัตรคิว เวลา 11.30 น. เวลา 13.00-16.00 น. ปิดรับบัตรคิว เวลา 16.00 น. ส่วนวันเสาร์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 08.30-12.00 น. ปิดรับบัตรคิว เวลา 11.30 น. และ ปิดทำการวันอาทิตย์
โรคฝีดาษวานร เป็นโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน เกิดจากเชื้อไวรัส Orthopoxvirus ซึ่งเป็นเชื้อในตระกูลเดียวกับไวรัสที่ทำให้เกิดโรคฝีดาษ หรือ ไข้ทรพิษ (Smallpox) แต่มีความรุนแรงน้อยกว่า พบได้ในสัตว์ฟันแทะและสัตว์ตระกูลลิง นอกจากนี้ ยังติดต่อจากคนสู่คนได้โดยการสัมผัสสารคัดหลั่ง ตุ่มหนอง หรือบาดแผลของผู้ติดเชื้อ การใช้สิ่งของร่วมกัน รวมทั้งติดต่อทางละอองทางเดินหายใจจากการอยู่ใกล้ชิดกับผู้ป่วยซึ่งการระบาดของโรคในปัจจุบันพบว่าส่วนใหญ่มักติดต่อทางเพศสัมพันธ์โดยเฉพาะในกลุ่มชายรักชาย
โรคนี้มีระยะฟักตัว 5-21 วัน ระยะแรก ผู้ป่วยจะมีไข้ ปวดศีรษะ เจ็บคอ ต่อมน้ำเหลืองโต ปวดหลัง ปวดกล้ามเนื้อ อ่อนเพลีย จากนั้นจะมีผื่นขึ้นบริเวณใบหน้า กระจายไปตามลำตัว แขนขา ฝ่ามือ ฝ่าเท้า บางรายอาจมีผื่นบริเวณเยื่อบุช่องปาก อวัยวะเพศ เยื่อบุตา ลักษณะของผื่น เริ่มจากเป็น ผื่นแดงราบ เปลี่ยนเป็นผื่นแดงนูน ตุ่มน้ำ ตุ่มหนอง ตกสะเก็ดและหลุดลอกออกตามลำดับ ระยะแพร่เชื้อ ใช้เวลาประมาณ 2-4 สัปดาห์ จนกว่าจะตกสะเก็ดและหลุดลอกออกหมด ทั้งนี้ ผู้ติดเชื้อบางส่วน อาจมาด้วยอาการแผลบริเวณอวัยวะเพศ ปาก หรือ รอบทวารหนัก โดยไม่มีไข้นำมาก่อนได้
ส่วนการรักษา โรคฝีดาษวานรมักหายได้เองใน 2-4 สัปดาห์ การรักษาจึงเป็นแบบประคับประคองตามอาการ ซึ่งอัตราการเสียชีวิตในคนทั่วไปราวร้อยละ 3-6 แต่ในผู้ที่อายุน้อยหรือ มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องอาจมีอาการรุนแรง เกิดภาวะแทรกซ้อน และมีอัตราการเสียชีวิตสูงขึ้น โดยผู้ป่วยที่อาการรุนแรง แพทย์อาจพิจารณาให้ยาต้านไวรัส
วิธีการป้องกันโรค รักษาสุขอนามัยส่วนบุคคล ไม่ใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น หลีกเสี่ยงการสัมผัสผู้ป่วยหรือผู้ที่มีความเสี่ยงในการติดโรคหลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์กับคนที่ไม่รู้จัก หลีกเลี่ยงการ สัมผัสสัตว์ที่อาจเป็นพาหะนำโรคและไม่รับประทานอาหาร จากเนื้อสัตว์ปรุงไม่สุก

