ทนายความรุ่นพี่ รับน้องโหด เปิดคลิปเสียงแฉ รองผู้กำกับ เรียกรับเงินปิดคดี ชี้ถ้าพ่อไม่ยั่วยุ ปัญหาไม่เกิด 

20.08.24 | 20:00 น.

ทนายความรุ่นพี่ รับน้องโหด เปิดคลิปเสียงแฉ รองผู้กำกับ เรียกรับเงินปิดคดี วอน กัน จอมพลัง ตรวจสอบ ชี้ถ้าพ่อไม่ยั่วยุ ปัญหาไม่เกิด 

กรณีที่ นายเอ อายุ 54 ปี และนายซี อายุ 20 ปี นักศึกษาปี 1 คณะวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีแห่งหนึ่งในนนทบุรี ถูกรุ่นพี่รุมทำร้ายในมหาวิทยาลัย ต.สวนใหญ่ อ.เมืองนนทบุรี ได้รับบาดเจ็บ

เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 20 สิงหาคม นายทัชพงศ์ บุญเกิด ทนายความ ได้นำนักศึกษารุ่นพี่ทั้ง 4 คน เดินทางเข้ามอบตัวกับ พ.ต.อ.จาตุรนต์ อนุรักษ์บัณฑิต ผกก.สภ.เมืองนนทบุรี และ พ.ต.ท.บำเพ็ญ ไวยรจนา รอง ผกก.สอบสวน สภ.เมืองนนทบุรี เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ โดยพนักงานสอบสวนได้ทำการสอบสวนและทำประวัติพิมพ์ลายนิ้วมือ และปล่อยตัวชั่วคราวไปตามสิทธิ และจะได้นัดหมายมานำตัวส่งฟ้องต่อศาลแขวงนนทบุรีต่อไป

นายทัชพงศ์กล่าวว่า หลังเกิดเหตุเราไม่ได้หลบหนี เรายินดีเข้าไปรับทราบข้อกล่าวหา มีอะไรก็ยินดีทำตามหน้าที่ เพราะเราไม่ได้รุมกระทืบเขา 20 ต่อ 1 ถึงขั้นกราบตีนแล้วต้องไว้ชีวิต ซึ่งคลิปมันปรากฏชัดเจนว่าไม่มีถึงขนาดนั้น วันนี้จึงมารับทราบข้อกล่าวหา หลังจากนี้เรื่องของน้องที่เขากระทำความผิด ในส่วนที่เขาทำความผิดจริง เขาก็รับสารภาพ ก็จะเข้าสู่กระบวนการที่จะส่งฟ้องไปสู้คดีต่อไป

Advertisement

นายทัชพงศ์กล่าวว่า ข่าวที่ออกไปสังคมมองว่าน้องเขาเป็นแก๊งอันธพาล หรือเป็นกลุ่มที่ก่อความไม่สงบ เป็นแก๊งเถื่อน ซึ่งตนขอชี้แจงว่า การรับน้องเป็นประเพณีเขาทำกันมาหลายรุ่นแล้ว เมื่อมาเรียนเด็กช่างแล้วอาจจะมีสถานศึกษาที่มีประเด็นปัญหา และรุ่นน้องอาจจะมีปัญหาการเรียน รุ่นพี่ก็จะคอยกำกับ ให้การช่วยเหลือน้องๆ ทั้งให้ที่อยู่ ให้เงินกินข้าว ให้เสื้อผ้า มีการช่วยเหลือรุ่นน้องที่มีฐานะยากจน ซึ่งในเรื่องนี้แม่ของน้องทราบดี ตอนแรกน้องก็รับรุ่นได้ ซึ่งการรับน้องก็เสร็จสิ้นไปก่อนวันที่ 25 กรกฎาคมแล้ว

นายทัชพงศ์กล่าวอีกว่า มองว่าถ้าผู้ใหญ่ไม่มายั่วยุเด็กที่อยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ การตัดสินใจต่างๆ ซึ่งพ่อของเด็กน่าจะมีทางอื่น ออกไปให้พ้น หรือให้อาจารย์มาคุยก็ได้ หรือไม่ต้องเดินไปหากลุ่มเด็กที่รออยู่ ซึ่งกลุ่มเด็กเหล่านี้ไม่มีการพูดยั่วยุท้าทาย ตนมองว่าปัญหาเหล่านี้ก็จะไม่เกิด ตนเชื่อว่าถ้าไม่มีการยั่วยุ หรือท้าทายปัญหาพวกนี้ไม่เกิดแน่นอน แล้วหลังจากนั้นก็มีการปั่นข่าว และมีกลุ่มบุคคลเรียกรับผลประโยชน์จากเรื่องนี้ด้วย

นายทัชพงศ์กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ พบว่ามีบุคคลที่อ้างว่าเป็นรองผู้กำกับเรียกเงินเพื่อปิดเรื่องถ้าอยากให้เด็กไม่ติดคุก ไม่ถูกดำเนินคดี ซึ่งตนมีคลิปเสียงด้วย ซึ่งจับใจความตอนหนึ่งได้ว่า “รองจะเคลียร์ให้จบแบบไม่ต้องติดคุกติดอะไรเลย” 

“การสร้างประเด็นเพื่อปั่นข่าว ประโคมเพื่อเรียกรับผลประโยชน์ ก็ฝาก กัน จอมพลัง มาให้ความเป็นธรรมด้วย ว่าใครปั่นข่าวและเรียกรับผลประโยชน์ ส่วนจะดำเนินการต่ออย่างไร ให้ว่ากันตามกฎหมาย ไม่เอาความสุนก ไม่เอาความมันส์ เพราะเป็นผลเสียต่อผู้ที่เกี่ยวข้อง” นายทัชพงศ์กล่าว

นายทัชพงศ์กล่าวอีกว่า ประเด็นนี้น้องเขาเป็นบุคคลภายนอกที่เป็นแฟนกับน้องเพชร ที่มีคนบอกว่าบ้านของเขาเป็นสถานที่ฝึกนั้น เขาก็ยินดีที่จะให้ตรวจค้น โดยพบว่าตอนเข้า ตำรวจก็ไปค้นเก็บพยานหลักฐานแล้ว แล้วตำรวจคุยแล้วว่าจะไม่เผยแพร่ภาพ ไม่คุกคาม แต่พบคลิปหนึ่งที่ตำรวจไปเปิดเผยทั้งหมด แล้วพอตอนบ่ายหลังจากไปค้นตอนเช้า ยังบีบบุคคลภายนอกให้ไปเปิดห้องให้อีก แล้วบังคับนักข่าวไปปั่น ตรงนี้ตนมองว่ามันไม่ใช่ที่ถูกที่ควร