หนุ่มพม่า ดอดมอบตัว กรณีไลฟ์สดชวนพรรคพวกล่าสาวไทย อ้างถูกตีความผิด สุดท้ายไม่รอด สอบพบหลบหนีเข้าเมือง เตรียมส่งกลับประเทศ
จากกรณีที่หนุ่มชาวกะเหรี่ยง ไลฟ์สดผ่านติ๊กต็อกกลางตลาดบางบอน กรุงเทพมหานคร ชักชวนให้พรรคพวกเพื่อนฝูงมาจีบสาวไทย ชวนไปหลับนอนด้วยไม่ยาก จนทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกโซเชียล ว่าเป็นการไม่ให้เกียรติคนไทย หากปล่อยคนที่มีแนวคิดและพฤติกรรมเช่นนี้ไว้ อาจเป็นภัยในอนาคตได้ อยากให้ตำรวจไปดำเนินการ
ต่อมา หนุ่มกะเหรี่ยงคนดังกล่าว ทราบชื่อ นาย ซอ ตวน ตวน วิน อายุ 25 ปี ได้เข้ามอบตัวกับตำรวจ สน.บางขุนเทียน โดยมีตำรวจสืบสวนนครบาล 9 และตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ร่วมสอบปากคำด้วย โดยมีล่ามชาวเมียนมา ช่วยแปลภาษาระหว่างการสอบปากคำ
นาย ซอ ตวน ตวน วิน กล่าวขอโทษคนไทยว่าไม่ได้มีเจตนาพูดไม่ให้เกียรติผู้หญิงไทยแต่อย่างใด แต่เป็นการใช้คำที่ไม่สุภาพขณะไลฟ์สด จนทำให้ถูกนำไปแปลความหมายในทางที่ผิด
นาย ซาน มิน อู ล่ามชาวเมียนมา ได้อธิบายให้ผู้สื่อข่าวทราบว่า เนื้อหาที่นายซอไลฟ์สดนั้น ไม่ได้เป็นการเชิญชวนให้พรรคพวกมาพาสาวไทยไปหลับนอนแต่อย่างใด แต่มีคำพูดอยู่ช่วงหนึ่งที่พูดว่า “อยากได้อวัยวะเพศหญิง” จึงทำให้ถูกตีความไปในทางที่ผิด ซึ่งจากการทำดังกล่าว ส่งผลทำให้แรงงานชาวเมียนมาเสื่อมเสียชื่อเสียงไปด้วย จึงอยากอธิบายให้ประชาชนชาวไทยได้เข้าใจ
ด้าน พันตำรวจเอก กฤติเดช จันทร์เพชร ผู้กำกับการ สน.บางขุนเทียน เปิดเผยว่า หลังจากเกิดเรื่อง ทางตำรวจได้เร่งไปติดตามตัวนายซอ เพื่อสอบถามถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น จนกระทั่ง นายซอ มามอบตัว ซึ่งเมื่อพิสูจน์ทราบ ก็พบว่าเป็นการแปลภาษาผิด จนทำให้เกิดความเข้าใจผิด
จากการตรวจสอบ นายซอ ไม่พบเอกสารการเข้ามาในราชอาณาจักรอย่างถูกต้อง จึงดำเนินคดีในข้อหาหลบหนีเข้าเมือง และจะส่งตัวให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองไปดำเนินการ เพื่อผลักดันออกนอกประเทศต่อไป
ทั้งนี้ พล.ต.ต.ประสาธน์ เขมะประสิทธิ์ ผบก.ตม.1 เปิดเผยถึงกรณีดังกล่าวว่า เมื่อตรวจสอบเอกสารการเดินทางและใบอนุญาตทำงานนายซอ ไม่สามารถแสดงเอกสารการขึ้นทะเบียนพิสูจน์สัญชาติ และ จัดเก็บอัตลักษณ์ ตามกฎหมาย ได้อย่างครบถ้วนจึงจับกุมแจ้งข้อกล่าวหาเบื้องต้นให้ทราบว่า “เป็นบุคคลต่างด้าว อยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด” พร้อมทั้งแจ้งสิทธิผู้ต้องหาให้ทราบ
จากนั้นนำตัว ส่ง พงส.สน.บางขุนเทียน เพื่อดำเนินคดี และ รอตรวจสอบเอกสารฉบับจริง ต่าง ๆ โดยหากไม่มีเอกสารการพิสูจน์สัญชาติ และจัดเก็บเอกลักษณ์บุคคล ที่ถูกต้องตามกฎหมาย จะดำเนินการผลักดันส่งกลับออกไปนอกราชอาณาจักรต่อไป



