ทลายแก๊งคอลเกาหลีใต้ รวบ 8 หนุ่มโสม เช่าคอนโดหรู ย่านเอกมัย เป็นฐานปฏิบัติการหลอกปชช.

22.08.24 | 14:02 น.

ทลายแก๊งคอลเกาหลีใต้ รวบ 8 หนุ่มโสม เช่าคอนโดหรู ย่านเอกมัย เป็นฐานปฏิบัติการหลอกปชช.

เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เมืองทองธานี พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. พ.ต.อ.รัฐโชติ โชติคุณ รอง ผบก. สส.สตม. พ.ต.อ.ชิตเดชา สองห้อง รอง ผบก.สส.ภ.7 ปฏิบัติราชการ บก.สส.สตม. พ.ต.อ.รัฐพงษ์ แก้วยอด ผกก.4 บก.สส.สตม. ว่าที่ พ.ต.อ.ธวัชชัย นรินรัตน์ ผกก.1 บก.สส.สตม. ร่วมแถลงผลการนำกำลังเข้าตรวจสอบคอนโดมิเนียมกลางกรุง ย่านซอยเอกมัย ทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์เกาหลีใต้ที่มาเช่าห้องพักหรูเป็นฐานปฏิบัติการ

ว่าที่ พ.ต.อ.ธวัชชัยกล่าวว่า ก่อนหน้านี้ กองกำกับการ 1 กองบังคับการสืบสวนสอบสวน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ได้รับแจ้งจากสายลับว่ามีชาวเกาหลีใต้มาเช่าห้องภายในอาคารหรูย่านเอกมัย ซอย 3 อ้างว่าเปิดเป็นออฟฟิศเงินดิจิทัล แต่มีพฤติการณ์น่าสงสัยว่าจะเป็นแก๊งการพนันออนไลน์ หรือแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เมื่อมาตรวจสอบก็พบว่า มีชาวเกาหลีเข้าออกห้องที่อยู่บนชั้น 4 เป็นประจำ โดยห้องดังกล่าวติดป้ายไว้ที่หน้าห้องว่า “Content Factory Korea & Thai” เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวขอเข้าทำการตรวจค้น

จากการตรวจสอบพบว่า ภายในห้องแบ่งออกเป็น 2 ห้อง ห้องแรกมีคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะจำนวน 8 ชุด ส่วนอีกห้องมีคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะจำนวน 12 ชุด และพบชาวเกาหลีใต้ 8 คน ได้แก่ 1.นายแจซุก อายุ 26 ปี 2.นายจุนฮี อายุ 31 ปี 3.นายวูจิน อายุ 27 ปี 4.นายเจ อายุ 29 ปี 5.นายซางกี อายุ 26 ปี 6.นายซังฮูน อายุ 26 ปี 7.นายฮุนจิน อายุ 26 ปี และ 8.นายจุงฮูน อายุ 26 ปี กำลังนั่งทำงานอยู่ในลักษณะของการอ้างตัวเป็นนักวิเคราะห์หุ้น เป็นผู้เชี่ยวชาญ โบรกเกอร์ของธนาคารของเกาหลีใต้ และจะหลอกลวงให้เหยื่อมาลงทุนผ่านหน้าเว็บไซต์ที่สร้างขึ้นเลียนแบบเว็บของธนาคารจริง

Advertisement

นอกจากนี้ ยังพบโทรศัพท์มือถือจำนวน 17 เครื่องและ iPad จำนวน 4 เครื่อง และภายในห้องยังมีกระดานไวท์บอร์ดที่เอาไว้เขียนข้อมูลหุ้นแต่ละตัว และข้อมูลว่าต้องพูดกับเหยื่อยังไง

จากการสอบถามชาวเกาหลีใต้ทั้ง 8 คน ให้การยอมรับว่า ถูกว่าจ้างให้มาทำงานในประเทศไทย ชักชวนหาลูกค้ามาร่วมลงทุนผ่านเว็บไซต์ดังกล่าว โดยจะได้ค่าจ้างเป็นเปอร์เซ็นต์ที่ได้จากการที่ลูกค้ามาลงทุน เบื้องต้นได้จับกุมดำเนินคดีในข้อหาเป็นคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน และทำการเพิกถอนวีซ่า ซึ่งจากการประสานกับตำรวจเกาหลีใต้ พบว่าบางคนมีประวัติเคยถูกดำเนินคดีที่เกาหลีใต้ด้วย

สำหรับมูลค่าความเสียหาย กำลังอยู่ระหว่างการสืบสวนร่วมกันกับทางการเกาหลีใต้เพื่อตรวจสอบ เพราะชาวเกาหลีใต้ทั้ง 8 คน ยังไม่ยอมให้การในรายละเอียด

แต่จากการตรวจสอบรายชื่อในคอมพิวเตอร์ พบว่ามีข้อมูลของเหยื่อกว่า 1 แสนคนต่อเครื่องคอมพิวเตอร์ 1 ชุด จึงเชื่อว่าน่าจะมีความเสียหายจำนวนมาก

สำหรับรายชื่อต่างๆ พบว่านำมาจากตลาดมืด มีข้อมูลครบทั้งชื่อ เบอร์โทร จำนวนเงินลงทุน และความเสี่ยงต่างๆ สำหรับสถานที่แห่งนี้ พบว่ากลุ่มชาวเกาหลีใต้ เพิ่งมีการมาทำสัญญาเช่าเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยมีนายจุงฮุน อายุ 26 ปี เป็นหัวหน้าขบวนการ ส่วนคนอื่นๆ ทยอยเดินทางเข้ามา ด้วยวีซ่านักท่องเที่ยว มาพักอยู่รวมกันในสถานที่ใกล้เคียง และทุกวันจะมีรถตู้มารับส่งเพื่อมาทำงานที่นี่

อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าน่าจะมีกลุ่มขบวนการมากกว่านี้ เพราะมีจำนวนคอมพิวเตอร์เยอะมาก และเชื่อว่าขบวนการนี้น่าจะมีฐานปฏิบัติการอยู่ในประเทศอื่นด้วย เพราะพบประวัติกลุ่มผู้ต้องหาว่ามีการเดินทางไปมาในประเทศเพื่อนบ้านด้วย