ชาวประดิพัทธ์ 6 ร้องตรวจสอบก่อสร้างตึกสูงเป็นที่พัก ขรก.รัฐสภา ข้องใจไม่ทำประชาพิจารณ์ หวั่นผลกระทบอื้อ
เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม น.ส.ดรัลรัตน์ เงินวัฒนะ ผู้ประสานงานชุมชนและบ้านระยะประชิด ซอยประดิพัทธ์ 6 กล่าวถึงกรณีที่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรจะดำเนินโครงการก่อสร้างอาคารที่พักสวัสดิการข้าราชการรัฐสภา บริเวณประดิพัทธ์ซอย 6 ถนนประดิพัทธ์ บนที่ดินของกรมธนารักษ์ พื้นที่ประมาณ 9-1-36 ไร่ เป็นตึกสูง 30 ชั้น 545 ห้อง จำนวน 3 อาคาร เบื้องต้นจะเริ่มก่อสร้างโครงการเฟส 1 เนื้อที่ 4-3-58 ไร่ ว่าถือเป็นโครงการขนาดใหญ่ ที่มีการก่อสร้างในพื้นที่ใกล้เคียงกับชุมชนดั้งเดิม และยังเป็นพื้นที่หนาแน่น ไม่ว่าจะเป็นร้านค้า โรงเรียน ชุมชนผู้สูงอายุ อีกทั้งบริเวณถนนประดิพัทธ์ยังมีปัญหาการจราจรแออัด หากดำเนินการก่อสร้างอาคารที่พักขนาดใหญ่ จะส่งผลให้มีปริมาณรถเพิ่มขึ้นอีกไม่น้อยกว่า 500 คัน
น.ส.ดรัลรัตน์กล่าวว่า นอกจากนี้ การก่อสร้างยังมีผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นปัญหาฝุ่นควัน PM2.5 และมลพิษทางเสียง ระหว่างก่อสร้างที่ประชาชนจะต้องเผชิญเป็นระยะเวลากว่า 5 ปี อีกทั้งความร้อนที่อาจเพิ่มขึ้นในพื้นที่เนื่องจากการติดตั้งเครื่องปรับอากาศของโครงการที่จะมีมากกว่า 500 เครื่อง รวมทั้งในพื้นที่ยังมีผู้สูงอายุอาศัยจำนวนมาก หากมีการก่อสร้างโครงการกลุ่มผู้สูงอายุในพื้นที่จะได้รับความเดือดร้อนมากที่สุด เพราะต้องอยู่บ้านตลอดเวลา นอกจากนี้ ยังไม่เคยทำประชาพิจารณ์กับประชาชนในพื้นที่รัศมี 1 กิโลเมตร แต่เป็นการประชาสัมพันธ์โครงการกับประชาชนเท่านั้น ส่อให้เห็นถึงการไม่โปร่งใสของโครงการ
“ประชาชนในพื้นที่กำลังถูกละเมิดสิทธิ จึงรวมกันแสดงจุดยืนเพื่อต่อต้านการก่อสร้างโครงการดังกล่าว เพราะโครงการก่อสร้างดังกล่าวมาจากภาษีของประชาชนทุกคน อีกหนึ่งประเด็นที่ยังสร้างความสงสัยและกังวลให้แก่ประชาชนคือกระบวนการทำประชาพิจารณ์ ชุมชนยังไม่เคยมีส่วนร่วม บริษัทที่ปรึกษาไม่เคยเรียกประชุมรับฟังรายละเอียดแม้แต่ครั้งเดียว ขณะที่โครงการเริ่มเข้าทุบตึกเคลียร์พื้นที่ไปแล้วตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2566 เป็นเวลาเกือบ 10 เดือนแล้ว แต่ชุมชนยังไม่ได้รับทราบรายละเอียดการก่อสร้างอย่างชัดเจน” น.ส.ดรัลรัตน์กล่าว

น.ส.ดรัลรัตน์กล่าวต่อว่า ชุมชนที่อยู่ในรัศมี 1 กิโลเมตร กำลังได้รับความเดือดร้อนจากโครงการดังกล่าว และไม่ใช่แค่เดือดร้อนระหว่างการก่อสร้างที่อาจจะนานกว่า 3-4 ปี ระหว่างการก่อสร้างเท่านั้น แต่เรากังวลไปถึงปัญหาระยะยาวที่จะตามมาหลังก่อสร้างเฟส 1 เสร็จ ไม่ว่าจะเป็นการปล่อยให้ผู้อื่นเข้ามาเช่าต่อ ปัญหาการจราจรที่จะหนาแน่นมากขึ้น ปัญหาสิ่งแวดล้อม การจัดการขยะ โดยชุมชนเห็นว่าภาครัฐควรนำพื้นที่ดังกล่าวมาทำเป็นสวนสาธารณะ เพราะจุดที่จะใช้ก่อสร้างโครงการนับว่าเป็นปอดของประชาชนในย่านประดิพัทธ์ ดังนั้น เพื่อให้ประชาชนในย่านประดิพัทธ์ สะพานควาย อารีย์ อินทามระ ได้ใช้ประโยชน์ร่วมกัน จึงเห็นว่าควรพัฒนาให้กลายเป็นพื้นที่สีเขียวมากกว่าการสร้างอาคารที่พักอาศัย เพราะในย่านนี้มีพื้นที่สีเขียว และสวนสาธารณะน้อยมาก
ด้าน นายพีรพล กนกวลัย สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร เขตพญาไท กล่าวว่า โครงการก่อสร้างอาคารที่พักสวัสดิการข้าราชการรัฐสภามีประเด็นที่น่าสงสัย โดยเฉพาะการขออนุมัติการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ที่มีการขอยื่นก่อนที่งบประมาณก่อสร้างโครงการจะได้รับอนุมัติ เพราะตามขั้นตอนแล้วการศึกษาผลกระทบ EIA ต้องดำเนินการและทำประชาพิจารณ์กับประชาชนไม่ต่ำกว่า 1-2 ครั้ง แต่ที่ผ่านมามีเพียงการส่ง “เอกสารประชาสัมพันธ์” ไปให้แก่ประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับความเดือดร้อนเท่านั้น ยังไม่ได้ผ่านกระบวนการทำ EIA อย่างแน่นอน

นายพีรพลกล่าวต่อว่า การเข้าสู่การพิจารณา EIA ครั้งนี้ อาจเป็นการสอดไส้ EIA มากับเอกสารประชาสัมพันธ์โครงการ นอกจากนี้ ยังพบว่างบประมาณก่อสร้างยังไม่ได้รับการอนุมัติ แต่มีการทำ EIA ไปแล้ว ซึ่งกระบวนดำเนินงานมีความคาดเคลื่อนจากขั้นตอนการก่อสร้างอาคารขนาดใหญ่อย่างมาก
รายงานข่าวแจ้งว่า หลังจากที่ตัวแทนชุมชนได้เข้าชี้แจงข้อกังวลต่อคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร (คชก.) ทางที่ประชุมแจ้งว่า จะส่งข้อมูลดังกล่าวไปยังบริษัทที่ปรึกษา เพื่อให้ดำเนินการตามข้อกังวลและชี้แจงกลับมาอีกครั้ง ทั้งนี้ หากชุมชนมีข้อมูลเพิ่มเติมให้ส่งกลับไปที่ คชก.อีกครั้ง นอกจากนี้ ยังแนะนำให้ส่งหนังสือกล่าวโทษไปยังสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) เพื่อเรียกร้องให้ตรวจสอบการดำเนินงานของบริษัทที่ปรึกษาต่อไปด้วย

