เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง ผบก.สอท.1 พ.ต.อ.พิเชียรยศ อรุณพันธกุล ผกก.1 บก.สอท.1 พ.ต.ท.ภานุวัฒน์ กาละศรี สว.กก.1 บก.สอท.1 และเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.สอท.1 จับกุม น.ส.นุภาพร (สงวนนามสกุล) อายุ 27 ปี ความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นคนอื่น, ร่วมกันโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน” ได้ที่หน้าห้องพักอพาร์ตเมนต์ ต.ทุ่งสุขลา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม
พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์กล่าวว่า สืบเนื่องจากผู้เสียหายเป็นนักธุรกิจถูกกลุ่มคนร้ายสร้างเพจปลอมหลอกลงทุนหุ้น อ้างมีนักลงทุนมืออาชีพคอยแนะนำ ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงินไปบัญชีกลุ่มคนร้าย 9 ครั้ง รวมความเสียหายกว่า 3.7 ล้านบาท สร้างความน่าเชื่อถือเปิดบัญชีรับโอนเป็นบริษัทจำกัด 2 บัญชี และห้างหุ้นส่วน 2 บัญชี โดย น.ส.นุภาพร เป็นบัญชีแถว 2 ชั้นจับกุมผู้ต้องหาปฏิเสธ ขอให้การว่าเมื่อประมาณปลายเดือนธันวาคม 2566 ไม่มีงานทำจึงไปหางานที่เพจเฟซบุ๊ก กลุ่มหางานชลบุรี ต่อมามีเฟซบุ๊กจำชื่อไม่ได้ทักมาว่ามีงานเป็นแอดมินเว็บพนันและให้เปิดบัญชีจำนวน 4 ธนาคาร ก่อนอ้างว่ารับเงินค่าจ้าง ทำงานที่ปอยเปต ประเทศกัมพูชา จึงตอบตกลงและไปเปิดบัญชีธนาคารและนัดให้ไปขึ้นรถที่ชลบุรี ต่อมาจึงขึ้นรถไปลงที่โรงเกลือ มีชายชาวกัมพูชาพาหลบหนีผ่านแดนทางช่องทางธรรมชาติ จากนั้นมีรถจักรยานยนต์พาไปที่ตึก 3 ชั้น ประตูสีฟ้า เมื่อไปถึงพบคนไทย 13 คน ถูกขังอยู่ในห้องสี่เหลี่ยม ให้ทานอาหาร 2 มื้อ
ต่อมาให้ทำหน้าที่สแกนใบหน้าเพื่อโอนเงินต่อไปบัญชีอื่น โดยมีชายชาวจีนเป็นหัวหน้า โดยในห้องทำงานมีคอมพิวเตอร์ 10 เครื่อง ไม่ทราบว่าไว้ทำอะไรเพราะมีคนคุมไม่ให้ยุ่ง หลังจากนั้นเห็นว่าไม่ได้เงินเดือนค่าจ้างและถูกบังคับให้อยู่ในห้องจึงไม่อยากสแกนใบหน้าทำงานต่อไปอีก จึงเริ่มต่อต้าน ผู้คุมจึงใช้เครื่องชอร์ตไฟฟ้ามาชอร์ต ต่อมาอยู่ได้ 2 อาทิตย์ทนไม่ไหวแจ้งทางสถานทูตไทยในเฟซบุ๊กว่าขอความช่วยเหลือ จากนั้นรอประมาณ 1 อาทิตย์ ผู้คุมจึงปล่อยออกมาโดยเดินเท้ามาประมาณ 3 กม. พร้อมเพื่อน 13 คน ผ่านแดนบริเวณโรงเกลือกลับมาประเทศไทยโดยไม่ได้รับค่าจ้างใดๆ

