หน้าแรก ในประเทศ กรอ.พะเยา เคา...

กรอ.พะเยา เคาะ’บ้านฮวก’ขึ้นด่านถาวรภายในปีนี้ รอกรมอุทยานอนุมัติ

24.02.17 | 13:50 น.

วันที่ 24 กุมภาพันธ์  ดร.อดิศร เรือลม นักผังเมืองชำนาญการ สำนักงานโยธาธิการผังเมืองจังหวัดพะเยา ในฐานะเลขานุการคณะทำงานเรื่องการยกระดับด่านบ้านฮวก ต.ภูซาง อ.ภูซาง จ.พะเยา เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการภาครัฐและเอกชน (กรอ.) จังหวัดพะเยา เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2560 ที่ผ่านมา ในที่ประชุมได้ติดตามความก้าวหน้าเรื่องการยกระดับด่านบ้านฮวกให้เป็นด่านถาวร ในที่ประชุมมีการนำเสนอข้อมูลที่เป็นความคืบหน้าเรื่องการขอใช้พื้นที่จากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ซึ่งทางคณะกรรมการอุทยานฯ ได้อนุมัติให้ใช้พื้นที่จำนวน 28 ไร่ แต่สามารถใช้ได้จริงในบริเวณที่เป็นพื้นที่ราบไม่เป็นเขาสูง จำนวน 19 ไร่ โดยนำมาเป็นพื้นที่ก่อสร้างอาคารสำนักงานชั่วคราวในขั้นตอนต่อไปพร้อมกับขั้นตอนการทำเรื่องเพิกถอนพื้นที่ดังกล่าวด้วย

 

“ส่วนเรื่องพื้นที่ทั้งหมดที่ต้องการใช้เพื่อเป็นด่านถาวรยังคงต้องรอเวลาอย่างเป็นทางการ รวมถึงการทำรายงานการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือ  EIA ใช้เวลาประมาณ 1-2 ปี ขณะนี้ทางสำนักงานโยธาฯ ดำเนินการร่วมกับทางป่าไม้โดยอุทยานแห่งชาติ (อช.) ภูซาง ภายใต้มาตรา 19 แห่งพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2504” ดร.อดิศรกล่าว

 

ด้านนายคงศักดิ์ ธรานิศร ประธานหอการค้าจังหวัดพะเยา เปิดเผยว่า ในการประชุม กรอ.ครั้งนี้ ที่ประชุมมีข้อสรุปเกี่ยวกับด่านบ้านฮวก คือ ภายในปี  2560 นี้ด่านบ้านฮวกจะได้เป็นด่านถาวรตามขั้นตอน ตอนนี้รอขั้นตอนทางอธิบดีกรมอุทยานอนุมัติพื้นที่ให้ใช้ดังขั้นตอนที่ ดร.อดิศร ได้กล่าวในที่ประชุม โดยภายใน 2 เดือนนับจากนี้ และสำนักงานทางโยธาฯ จะดำเนินการจัดสร้างอาคารสถานที่ชั่วคราวใช้แบบน็อกดาวน์ ภายใน 3 เดือนนับจากเดือนกุมภาพันธ์ 2560 ไป คาดเวลาในเดือนสิงหาคม-กันยายน 2560 เมื่อมีพื้นที่พร้อมก่อสร้างอาคารสำนักงานชั่วคราวเรียบร้อยแล้ว ทางศุลกากรก็จะส่งเจ้าหน้าที่มาประจำเพื่อปฏิบัติหน้าที่ได้ทันที

Advertisement

 

“สำหรับภาคเอกชนให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ เนื่องจากเป็นการร่วมผลักดันและยกระดับด่านถาวรบริเวณชายแดนระหว่างประเทศ ซึ่งเมื่อด่านบ้านฮวกเป็นด่านถาวรแล้ว ศักยภาพด้านเศรษฐกิจการค้าชายแดนจะเพิ่มขึ้น เช่น การท่องเที่ยว เส้นทางโลจิสติกส์ เป็นต้น คาดว่าผลทางเศรษฐกิจจะขยายตัวด้านบวกต่อชุมชนและประชาชนจังหวัดพะเยาและภาคเหนือต่อไป” ปธ.หอการค้าฯกล่าว