ตร.นนท์ตรวจค้น มทร.สุวรรณภูมิ พบมีด 1 เล่ม คณบดีลั่นยุคสมัยเปลี่ยน บี้เลิกรับน้องโหด

23.08.24 | 16:40 น.

ผู้การนนท์เปิดปฏิบัติการพิเศษ นำกำลังกว่า 100 นาย เข้าตรวจค้นสถาบันรับน้องโหด พบมีด 1 เล่ม

เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม พล.ต.ต.ปราถนา แผ่นผา ผบก.ภ.จว.นนทบุรี พ.ต.อ.จาตุรนต์ อนุรักษ์บัณฑิต ผกก.สภ.เมืองนนทบุรี พ.ต.อ.คมกฤษณ์ คำบุศย์ ผกก.กก.สส.ภ.จว.นนทบุรี พ.ต.ท.อิศราณุวัฒน์ ธนทรัพย์ทวี รองผกก.ป.สภ.เมืองนนทบุรี พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการพิเศษ ภ.จว.นนทบุรี (พยัคฆ์นนท์ 66) และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนนทบุรี รวมกว่า 100 นาย ปล่อยแถวบริเวณหน้าโรงแรม นนทบุรี พาเลซ ต.สวนใหญ่ อ.เมือง จ.นนมบุรี เข้าตรวจค้นสิ่งผิดกฎหมายภายในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) สุวรรณภูมิ วิทยาเขตนนทบุรี (เขตใต้)

กรณีที่นักศึกษาชั้นปีที่ 1 คณะวิศวกรรมศาสตร์ ถูกนักศึกษารุ่นพี่ที่รับน้องโหด รุมกระทืบลูกชายและพ่อ โดยมหาวิทยาลัยมีการตรวจเข้มนักศึกษาเข้า-ออก ตั้งแต่บริเวณด้านหน้าประตู มีการตรวจค้นอาวุธ และบัตรนักศึกษาเพื่อป้องกันบุคคลภายนอกเข้ามาภายในมหาวิทยาลัยด้วย โดยมหาวิทยาลัยไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไปเก็บภาพด้านใน เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจค้นกว่า 40 นาที ผลการตรวจค้นพบอาวุธมีดหัวตัดขึ้นสนิม 1 เล่ม

โดยวันนี้ น.ส.สุชาดา แทนทรัพย์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และกัน จอมพลัง ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบด้วยเช่นกัน

Advertisement

กัน จอมพลัง เปิดเผยว่า ได้พูดคุยกับผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี เพราะมีบุคคลบางกลุ่มยังติดใจอยู่ จึงต้องปรามให้ทำให้เป็นตัวอย่าง ซึ่งเมื่อเช้านี้กำหนดการคลาดเคลื่อน เนื่องจากประสานกับทางมหาวิทยาลัย ซึ่งมหาวิทยาลัยให้เจ้าหน้าที่นำหนังสือเข้ามา เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ดำเนินการให้ แต่เมื่อนำเอกสารมาให้เซ็น มหาลัยอ้างว่าอธิการบดีไม่อยู่ จึงมีการเจรจาระหว่างเจ้าหน้าที่กับมหาวิทยาลัย โดยเจ้าหน้าที่ยังไม่ได้ใช้มาตราการของเจ้าหน้าที่ จึงทำให้การเข้าตรวจค้นในวันนี้ล้าช้าไปกว่า 2-3 ชั่วโมง อีกทั้งมหาวิทยาลัยไม่อนุญาตให้สื่อมวลเข้าในพื้นที่ด้วย

กัน จอมพลัง กล่าวอีกว่า จนกระทั่งมีการประสานเลขาธิการ อว. สถานบันจึงให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีและยอมให้สื่อเข้าไปในพื้นที่ ซึ่งการปฏิบัติการวันนี้ถือเป็นการตักเตือน เพราะสิ่งที่ท่านบอกว่ารักสถาบัน แต่ท่านทำให้สถาบันเสื่อมเสียแบบนี้รักสถาบันจริงหรือไม่ เพราะสถาบันได้รับผลกระทบ หลังจากนี้หากใครอ้างสถาบัน การปฏิบัติการครั้งนี้คือตัวอย่าง

พ.ต.อ.จาตุรนต์เปิดเผยว่า จากการตรวจค้นอาวุธพบมีดยาว มีลักษณะเก่า อยู่บริเวณหลังมหาวิทยาลัย 1 เล่ม แต่ไม่พบอาวุธอื่นๆ ซึ่งปฎิบัติการครั้งนี้มีการตรวจค้นอย่างละเอียดทุกตารางนิ้ว แต่ที่มีการตรวจค้นครั้งที่แล้ว
กลับพบอาวุธมากกว่านี้ ซึ่งการกระทำในวันนี้เป็นการป้องปราม สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ปกครองและนักศึกษา รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำความร่วมมือกับมหาวิทยาลัย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการตรวจค้นอาวุธ รวมถึงพฤติกรรมของเด็กทุกคน

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ พัชระ กัญจนกาญจน์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ และสถาปัตยกรรมศาสตร์ มทร.สุวรรณภูมิ ชี้แจงว่า ความจริงแล้วมหาวิทยาลัยไม่ได้มีการห้ามทีมข่าวเข้าพื้นที่ แต่เป็นการสื่อสารคลาดเคลื่อน เพราะมหาวิทยาลัยเกรงกลัวว่าจะมีกลุ่มคนแอบแฝง แอบอ้างเข้ามาด้วย จึงต้องใช้เวลาตรวจสอบ ยืนยันว่าไม่ได้มีการปิดบัง หรือกีดกันทีมข่าว

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ พัชระ กล่าวว่า บุคลากรในมหาวิทยาลัยไม่ได้มีการสนับสนุนให้มีกิจกรรมรับน้อง ได้ห้ามปรามในกิจกรรมดังกล่าว รวมถึงมีกฎ ระเบียบ กติกาของมหาวิทยาลัย หากพบว่ามีการจัดกิจกรรม หรือมีพฤติกรรมดังกล่าวจะไล่ออกทันที เนื่องจากเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับของมหาวิทยาลัย แต่หากมีการทำกิจกรรมรับน้องนอกมหาวิทยาลัย สถาบันต้องยอมรับว่าอาจไม่สามารถดูแลได้อย่างทั่วถึง เพราะเท่าที่ทราบมามีคนนอกร่วมกิจกรรมดังกล่าวด้วย ยืนยันว่าผู้ก่อเหตุทั้ง 7 คน ยังคงมีสถานะเป็นนักศึกษาอยู่

ส่วนในเรื่องการพกอาวุธเข้าไปในห้องเรียนตามกระแสข่าวที่ปรากฏ เบื้องต้น มหาวิทยาลัยยังไม่เคยพบว่าการพกอาวุธเข้ามาภายในมหาวิทยาลัย

เมื่อถามว่า ที่ไม่พบอาวุธ เพราะไม่ได้ตรวจค้น หรือไว้ใจนักศึกษา คณบดีตอบกลับทันทีว่า ทั้ง 2 อย่าง ทั้งนี้ กรณีที่นักศึกษาอ้างถึงประเพณีวัฒนธรรมในการรับน้องในยุคสมัยอดีตนั้น มองว่ายุคสมัยเปลี่ยนไปแล้ว แนวคิดแบบนั้นควรยกเลิกไปได้แล้ว ควรมีวิธีการอื่นในการดูแลรุ่นที่ดีต่อกัน เพราะอยากให้มองถึงปัจจุบัน และทุกอย่างเปลี่ยนไปหมดแล้ว