กทม. พร้อม! ‘30 บาทรักษาทุกที่’ คนนอกกรุงใช้ได้ด้วย หวังเป็นที่พึ่ง ไม่ไกลบ้าน ลดแออัด รพ.
เมื่อวันที่ 22 สิงหาคมที่ผ่านมา น.ส.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) พร้อมด้วย นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข และนพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ลงพื้นที่เตรียมความพร้อมระบบบริการในการขับเคลื่อนนโยบาย “30 บาทรักษาทุกที่ สุขภาพดีเริ่มที่ใกล้บ้าน กรุงเทพมหานคร” ณ ศูนย์บริการสาธารณสุข 38 จี๊ด-ทองคำ บำเพ็ญ เขตดุสิต พร้อมติดตามการให้บริการเชิงรุกเจาะเลือดที่บ้านในชุมชน บริการที่ร้านยาคุณภาพ ที่ร่วมให้บริการตามนโยบายฯ และได้ติด “ตราสัญลักษณ์ใหม่ 30 บาทรักษาทุกที่” เพื่อแสดงจุดบริการตามนโยบายดังกล่าว
น.ส.ทวิดากล่าวว่า ความร่วมมือในการขยายบริการ 30 บาทรักษาทุกที่ในวันนี้ จะเป็นส่วนที่เข้ามาสนับสนุนการให้บริการสุขภาพในพื้นที่กรุงเทพฯ ทำให้ผู้ใช้สิทธิบัตรทอง 30 บาท เข้าถึงบริการสุขภาพที่จำเป็นโดยเฉพาะในพื้นที่ที่เป็นปฐมภูมิของกรุงเทพมหานคร ได้แก่ ศูนย์บริการสาธารณสุข 69 แห่ง และอีก 77 ศูนย์สาขา ซึ่งมีบุคลากรที่เป็นพยาบาลและเจ้าหน้าที่สาธารณสุข แม้แผนกอาจไม่มากเท่าศูนย์บริการสาธารณสุขหลัก แต่ก็สามารถเป็นที่พึ่งและให้บริการได้ เป็นหมอน้อยใกล้บ้านให้กับประชาชนได้เช่นกัน
นอกจากนี้ กทม.ยังได้ลงนาม MOU ในโครงการ Health Link เพื่อให้คนกรุงเทพฯ เข้าถึงระบบสาธารณสุขแบบไร้รอยต่อ ซึ่งปัจจุบันได้เชื่อมต่อระบบกับหน่วยบริการที่ขึ้นทะเบียนกับ สปสช.แล้ว รวมถึงสถานพยาบาลสังกัดต่าง ๆ ในพื้นที่ ซึ่งเป็นระบบที่นำมาเชื่อมต่อเพื่อขับเคลื่อนในโยบายนี้ต่อไป โดยหวังว่าความร่วมมือในครั้งนี้ จะทำให้ประชาชนทุกคนที่อยู่ในกรุงเทพฯ รู้สึกได้ว่าเมืองน่าอยู่ขึ้น
“ความร่วมมือในครั้งนี้จะทำให้ประชาชนที่แม้จะอยู่ภูมิลำเนาอื่น แต่ทำงานอยู่ในกรุงเทพฯ ก็สามารถใช้บริการศูนย์บริการสาธารณสุขของเราได้ มาตรฐานของหน่วยปฐมภูมิวันนี้สามารถที่จะทำให้เรามีสุขภาพที่ดีและเป็นที่พึ่งทางใจ ไม่ไกลบ้าน ไม่มีค่าใช้จ่ายในการเดินทาง และไม่ต้องไปแออัดอยู่ที่โรงพยาบาล” น.ส.ทวิดากล่าว

ด้านนายสมศักดิ์กล่าวว่า นโยบาย 30 บาทรักษาทุกที่ สุขภาพดีเริ่มที่ใกล้บ้าน กรุงเทพมหานคร มีวัตถุประสงค์เพื่อดูแลสุขภาพประชาชนในพื้นที่กรุงเทพฯ ให้เข้าถึงบริการสุขภาพได้อย่างสะดวก รวดเร็ว โดยไม่ต้องรอคิว วันนี้ถือเป็นโอกาสดีที่ กทม. สธ. และ สปสช. ร่วมลงพื้นที่ติดตามความพร้อมของหน่วยบริการ ทั้งระบบการให้บริการคลินิกชุมชนอบอุ่นและการให้บริการเชิงรุก เช่น บริการเจาะเลือดที่บ้าน การบริการดูแล กรณีเจ็บป่วยเล็กน้อยโดยเภสัชกร ณ หน่วยบริการทางเลือกใหม่ อย่างร้านยาคุณภาพ เป็นต้น
“ขอขอบคุณ กทม.ในฐานะหน่วยรับผิดชอบหลักในพื้นที่ ที่สนับสนุนการดำเนินงานตามนโบาย รวมถึงหน่วยงานสภาวิชาชีพทางการแพทย์ และสาธารณสุขด้านต่างๆ ที่ร่วมผลักดันโดยเพิ่มหน่วยบริการปฐมภูมิทางเลือกใหม่ อันเป็นทางเลือกที่ช่วยสนับสนุนการทำงานของหน่วยบริการที่มีอยู่เดิมในระบบ และเป็นความสำเร็จในการยกระดับระบบสุขภาพให้กับชาวกรุงเทพฯ” นายสมศักดิ์กล่าว


