หน้าแรก ในประเทศ กงสุลใหญ่จีนเ...

กงสุลใหญ่จีนเผยพร้อมชวนนักลงทุน ลงเม็ดเงินภาคอุตสาหกรรมให้มาก ชี้อยากรวยต้องมีถนนก่อน

24.02.17 | 15:20 น.

วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 10.00 น.ที่ห้องประชุมโรงแรมเอ็มเจเดอะมาเจสติก สกลนคร ได้จัดการสัมมนาทิศทางการค้าการลงทุนและการท่องเที่ยวในตลาดอาเซียนและจีนตอนใต้ แนวทางการพัฒนาพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 2 ซึ่งประกอบด้วย สกลนคร นครพนม และมุกดาหาร โดยมี นายหลี่หมิงกัง กงสุลใหญ่สาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำจังหวัดขอนแก่น เข้ามาชี้แจงนโยบายภาคเศรษฐกิจของจีนที่มีต่อประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลงทุนและการท่องเที่ยวในภาคอีสาน ซึ่งเป็นภูมิภาคที่มีทรัพยากรธรรมชาติ และแร่ธาตุทางเศรษฐกิจเป็นจำนวนมาก สำหรับประเทศไทยได้มีนายนิยม ไวยรัชพานิช รองประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย นายศารุมภ์ โหม่สูงเนิน พาณิชย์จังหวัดสกลนคร นายมงคล ตันสุวรรณ ประธานสภาหอการค้ากลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 2 และ ดร.สุริยะ วิริยะสวัสดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร เข้าร่วมเสวนาบนเวที โดยมีส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง พ่อค้าและนักธุรกิจ จาก 3 จังหวัด เข้าร่วมรับฟังกว่า 200 คน
นายหลี่ กล่าวว่า ประเทศจีนและไทยมีความผูกพันกันมาอย่างแนบแน่นและยาวนาน ทั้งด้านการค้าการลงทุน การท่องเที่ยว ด้านเชื้อชาติ ตลอดจนด้านวัฒนธรรม ปีที่ผ่านมามีคนจีนมาเที่ยวเมืองไทยเป็นอันดับหนึ่งมากกว่า 7,800,000 คน ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีศักยภาพในทุกด้าน โดยเฉพาะเรื่องทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งมีการวิเคราะห์กันว่ามีมากเป็นอันดับที่ 17 ของโลก ในทวีปเอเชียจีนมีการลงทุนในไทยเป็นรองแค่ประเทศญี่ปุ่นและสิงคโปร์เท่านั้น กว่า 80 เปอร์เซ็นต์ เป็นการลงทุนด้านอุตสาหกรรม ประเทศจีนเป็นคู่ค้าที่สำคัญของไทยปีที่ผ่านมาไทยซื้อสินค้าจากจีนรวมมูลค่ากว่า 76,900 ล้านดอลล่าร์ และจะมีการสร้างรางรถไฟฟ้าความเร็วสูงจากกรุงเทพไปหนองคาย ตามสุภาษิตจีนสมัยใหม่ที่ว่าหากอยากร่ำรวยต้องสร้างถนนก่อน ประเทศจีนยกย่องข้าวหอมมะลิของไทยเป็นข้าวชั้นดีและได้สั่งซื้อไปแล้วกว่า 2 ล้านตัน กงสุลใหญ่สาธารณรัฐประชาชนจีนก็มีความพยายามที่จะนำนักลงทุนจากจีนเข้ามาลงทุนที่ภาคอีสานของไทยให้มากขึ้น โดยเฉพาะจังหวัดสกลนครซึ่งพบว่ามีแร่ธาตุทางเศรษฐกิจจำนวนมาก ซึ่งสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ และทางจีนก็พร้อมที่จะนำเม็ดเงินเข้ามาลงทุนในพื้นที่ภาคอีสานให้มากขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้

 

ด้าน นายชัยมงคล ไชยรบ นายก อบจ.สกลนคร กล่าวว่า แต่เดิมเราเคยหารือแนวทางการค้าการลงทุนกับจีนมาแล้วครั้งหนึ่ง ที่จะดึงเอานักลงทุนจากจีนมาตั้งโรงงานผลิตยางรถยนต์ในพื้นที่สกลนคร เพื่อแก้ปัญหาราคายางพาราตกต่ำ แต่ด้วยปัจจัยหลายอย่างจึงต้องพักเรื่องดังกล่าวไว้ก่อน จนขณะนี้กลุ่มอาเซียนได้เปิดการค้าการลงทุนเสรีมากยิ่งขึ้นไม่แน่โรงงานยางอาจมีการนำมาปัดฝุ่นอีกครั้ง ทุกวันนี้ประเทศไทยก็เป็นประเทศที่จะต้องรีบตั้งหลักให้ทันโดยการออกจากกรอบเดิมๆ แล้วไปแข่งกับเพื่อนบ้านให้ได้ ส่วนสกลนครอยู่ในพื้นที่การค้าการลงทุนเกี่ยวกับชายแดน ตอนนี้กำลังคุยกับผู้บริหาร อบจ.เกี่ยวกับช่องทางการค้าการลงทุนอยู่ว่า จะขับเคลื่อนให้ไปในทิศทางใด และจะจับเอาเรื่องไหนมาเป็นประเด็นที่จะเดินต่อในการดึงเม็ดเงินเข้าประเทศ ยอมรับว่าไทยมีศักยภาพทางด้านวัตถุดิบทรัพยากรสูง แต่เรามักปล่อยโอกาสผ่านไปและชอบนั่งรอโอกาสมาถึงบางครั้งเราต้องรู้จักการแสวงหา เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติซึ่งจะส่งผลทำให้ประชาชนกินดีอยู่ดีกว่าที่เป็นอยู่