ชลประทานจับตาเขื่อนจีนปล่อยน้ำทำแม่น้ำโขงวิกฤต พื้นที่เกษตร 3 อำเภอเชียงรายยังจมน้ำ กรมชลใช้ 10 เครื่องดันน้ำอิงออกสู่โขง “ครูตี๋” ชี้เหตุปัจจัยเพิ่มความรุนแรง สร้างถนน-ประตูกีดขวางทางน้ำ เชื่อหากสร้างเขื่อนปากแบงอีกยิ่งซ้ำเติมสถานการณ์หนักหน่วง
เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม ที่บริเวณสะพานบ้านเต๋น ต.สถาน อ.เชียงของ จ.เชียงราย โครงการชลประทานเชียงรายได้นำเครื่องดันน้ำจำนวน 10 เครื่องมาติดตั้งที่ใต้สะพานข้ามแม่น้ำอิง เพื่อดันน้ำอิงออกสู่แม่น้ำโขง เนื่องจากปริมาณน้ำในแม่น้ำอิงเพิ่มระดับอย่างรวดเร็วเพราะมีการปล่อยน้ำจากกว๊านพะเยาต้นทางแม่น้ำอิง ทำให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำอิงหลากท่วมพื้นที่ อ.เทิง อ.ขุนตาล และ อ.เชียงของ
ว่าที่ ร.ต.ศราวุธ จันทวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า เนื่องจาก ผู้ว่าฯเชียงรายเห็นว่าแม่น้ำอิงมีปริมาณน้ำมากกว่าที่ผ่านมาจึงต้องผลักดันน้ำออกให้เร็วที่สุด นอกจากพื้นที่ อ.เชียงของ อ.เทิง แล้ว อ.ขุนตาลก็ได้รับผลกระทบด้วย ถ้าระดับน้ำโขงยังต่ำกว่าระดับน้ำอิงมันก็ทำให้แรงผลักน้ำมีปริมาณเพิ่มมากขึ้น โดยจะดู 2-3 วันแรกหลังจากติดตั้งเครื่อง ดูพื้นที่ใกล้ๆ ถ้าลดลงแสดงว่าได้ผล

นายทวีชัย โค้วตระกูล ผู้อำนวยการโครงการชลประทานเชียงราย กล่าวว่า ได้รับการสนับสนุนเครื่องผลักดันน้ำ จำนวน 10 เครื่องจากกรมชลประทาน อัตราการสูบ (ผลักดัน) 1.2 ลบ.ม.ต่อวินาทีต่อเครื่อง ระยะยกน้ำ 1.2 เมตร ใช้พลังงาน 25 kw ความเร็วน้ำที่เหมาะสมกับการติดตั้ง ไม่เกิน 1.8 เมตรต่อวินาที ผลักดันได้ 12-13 ลบ.ม.ต่อวินาที จะผลักดันน้ำให้ไหลได้เร็วขึ้น
ส่วนกรณีที่ปริมาณน้ำเขื่อนจิ่งหง ในมณฑลยูนนาน ประเทศจีนตอนใต้ มีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น มีความกังวลว่าจะมีปริมาณน้ำมาเติมในแม่น้ำโขงทำให้น้ำในแม่น้ำสาขาระบายได้ยากนั้น นายทวีชัยกล่าวว่า ในส่วนนี้ข้อมูลของ สทนช.มีอัตราการไหลของน้ำที่ท้ายเขื่อนจิ่งหง เป็นส่วนหนึ่งที่เราได้ประเมินกันด้วย เป็นข้อมูลที่เราดูระดับตลิ่งของแม่น้ำโขงของแต่ละวันเทียบกับในบ้านเรา แต่มีข้อมูลว่าท้ายเขื่อนก็มีฝนตก เช่นเดียวกับอ่างเก็บน้ำในบ้านเราที่ระบายน้ำมา ก็เป็นส่วนหนึ่งที่มวลน้ำก็จะมารวมกันในแม่น้ำโขง

นิวัฒน์ ร้อยแก้ว
ด้านนายนิวัฒน์ ร้อยแก้ว ประธานกลุ่มรักษ์เชียงของ กล่าวว่า ในเช้าวันนี้ (24 สิงหาคม) แม่น้ำโขงได้ยกระดับขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยอยู่ในระดับ 10 เมตร ความกังวลก็คือเขื่อนจิ่งหงปล่อยน้ำเพิ่มขึ้นอีก นี่คือปัญหาใหญ่ผลกระทบจะเกิดขึ้นกับท้ายน้ำบ้านเรา ซึ่งเหตุการณ์ในอดีตเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2551 แม่น้ำโขงสูงอยู่ที่ระดับ 12.07 เมตร แต่ตอนนี้เริ่มมาอยู่ระดับ 10 เมตร หรือระดับ 351.26 ม.รทก. เหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง) และยังมีแนวโน้มเพิ่มระดับขึ้น ถ้าถึงระดับ 11-12 เมตรที่ อ.เชียงของ ถือว่าวิกฤตรุนแรง เกิดความเสียหายขึ้นกับพี่น้องประชาชนในลุ่มน้ำโขงและในลุ่มน้ำสาขาอย่างรุนแรงแน่นอน
ผู้สื่อข่าวถามว่าจากการสังเกตในพื้นที่ ความแตกต่างของการยกระดับน้ำขึ้น ระหว่างปี 2551 กับปีนี้เหมือนหรือต่างกันอย่างไร นายนิวัฒน์กล่าวว่า วิกฤตปีนี้คือผลกระทบรุนแรง ฝนตกมาก แม่น้ำสาขาก็ยกระดับขึ้นสูง ประจวบกับแม่น้ำโขงก็ยกระดับขึ้นด้วย ส่วนปี 2551 เป็นการเพิ่มระดับน้ำในแม่น้ำโขงที่เกิดจากเขื่อนตอนบนที่ปล่อยน้ำลงแม่น้ำโขง แต่แม่น้ำสาขามีน้ำไม่มากเท่าปีนี้ ถ้าน้ำโขงยกระดับกว่านี้ พื้นที่เกษตรลุ่มน้ำอิงก็จะท่วมแช่อยู่นานทำให้เกิดผลเสียหายกับพื้นที่ทางการเกษตร เช่น นาข้าว
“จากที่ได้ไปสำรวจแม่น้ำโขงทำให้เห็นสภาพความรุนแรงที่มันเกิดขึ้น เห็นน้ำท่วมออกไปไร่นาพี่น้องชาวบ้านเป็นพื้นที่กว้างด้วย ผมคิดว่าในปีนี้ผลกระทบรุนแรงเพราะปัจจัยที่ทำให้รุนแรงมีมากขึ้น ต่างจากในอดีตที่ไม่มากเท่าครั้งนี้ ปัจจัยที่ทำให้รุนแรงคือสิ่งก่อสร้าง ถนน ที่ขวางทางเดินของน้ำ และประตูระบายน้ำในแม่น้ำที่มีมาก ในแม่น้ำอิงมี 18 ประตู การทำการเกษตรทำลายผิวดิน น้ำป่าเกิดจากการชะล้างมาจากหุบเขา การจัดการน้ำที่ผ่านมาโดยเฉพาะน้ำขึ้น น้ำแห้ง น้ำท่วมในแม่น้ำอิง แก้ปัญหาด้วยการขุดลอกเท่านั้น ไม่ได้คิดเรื่องนิเวศในแม่น้ำอิงฟื้นฟูและก็สามารถลดทอนปัญหาในเรื่องของน้ำท่วมน้ำแล้งได้” ครูตี๋กล่าว
นายนิวัฒน์กล่าวว่า การจัดการพื้นที่สีเขียวสองข้างแม่น้ำอิง เรื่องนี้ต้องเกิดขึ้น คิดว่าครั้งนี้ในลุ่มน้ำอิงจะต้องมีการทบทวนการพัฒนาที่ผ่านมาว่าไปในทางที่ถูกที่ควรหรือไม่ หรือว่ามันทำให้เกิดความเสียหายหรือเกิดผลกระทบกับทรัพยากรแม่น้ำมากขึ้น

“วิกฤตแม่น้ำโขงและแม่น้ำสาขาที่เกิดขึ้น เป็นสิ่งที่ผู้ที่เกี่ยวข้องกับโครงการการสร้างเขื่อนปากแบง รัฐบาล บริษัท ทุกภาคส่วนจะต้องตระหนักแล้ว ถ้าเหตุการณ์ภัยพิบัติธรรมชาติเป็นอย่างนี้ แล้วมีเขื่อนปากแบง กั้นแม่น้ำโขงอยู่ทางตอนใต้ของเชียงของและเวียงแก่น วิกฤตจากผลกระทบจากน้ำท่วมมันจะรุนแรงมากขนาดไหน ถ้ามีเขื่อนมารองรับแม่น้ำโขงตอนล่าง จึงต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วนเลย ความเอาใจใส่อย่างจริงจัง ซึ่งพี่น้องประชาชนพูดมาหลายครั้งแล้ว เป็นห่วงผลกระทบน้ำเท้อ ข้ามพรมแดน น้ำยกระดับท่วมในฤดูฝนอีกเป็นที่กังวลมาก”นายนิวัฒน์กล่าว
ครูตี๋กล่าวว่า ในปีนี้วิกฤตการณ์ธรรมชาติก็มีให้เห็นแล้ว ถ้าจะดื้อดึงที่จะสร้างเขื่อนปากแบงให้ได้ สิ่งที่เกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชนคืออะไร ปีนี้ชี้ให้เห็นเป็นตัวอย่างแล้ว ถ้ามีเขื่อนปากแบง ผลกระทบยิ่งรุนแรง เพราะ อ.เชียงแสน อ.เชียงของ อ.เวียงแก่น จะเป็นเหมือนอ่างเก็บน้ำในฤดูฝน ระหว่างเขื่อนจิ่งหง ที่อยู่ตอนบน กับเขื่อนปากแบงตอนล่าง ลองคิดดูว่าสภาพอ่างเก็บน้ำในฤดูฝนของแม่น้ำโขงจะเป็นอย่างไร ผลกระทบจะเกิดกับพี่น้องประชาชนขนาดไหน
อนึ่ง ข้อมูลล่าสุดจาก สทนช. (สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ) ระบุว่า ปริมาณน้ำท้ายเขื่อนจิ่งหงเพิ่มขึ้นในช่วง 3 วันที่ผ่านมา จาก 1,375 ลบ.ม./วินาที ในวันที่ 19 สค.67 เพิ่มเป็น 2,205 ลบ.ม./วินาที ในวันที่ 23 สิงหาคม และล่าสุดข้อมูลจากคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (Mekong River Commission-MRC) ระบุว่า วันที่ 24 สิงหาคม ระดับน้ำโขงที่หน้าเขื่อนจิ่งหงเพิ่มขึ้นอีก 0.46 เมตร
ขอบคุณภาพมุมสูงโดย นพ.สมหมาย เอี๋ยวประดิษฐ์

