กทม.พร้อมรับน้ำเหนือ รองผู้ว่าฯ ลงเรือตามใกล้ชิด เสริมกระสอบทรายใช้ฐานปี 54

24.08.24 | 18:41 น.

กทม.พร้อมรับน้ำเหนือ รองผู้ว่าฯ ลงเรือตามใกล้ชิด เสริมกระสอบทรายใช้ฐานปี 54

 

เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) พร้อมด้วยนายศุภมิตร ลายทอง รองผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ และนายนิพนธ์ ศรีเรือง ผู้อำนวยการกองระบบคลอง สำนักการระบายน้ำ ติดตามความพร้อมในการเตรียมรับมือสถานการณ์น้ำเหนือไหลหลาก โดยล่องเรือจากท่าเรือใต้สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า ข้ามไปยังวัดระฆังโฆสิตาราม  ล่องไปทางเหนือสุดเขตกรุงเทพฯ พื้นที่เขตบางพลัด ซึ่งมีแนวเขื่อนบริเวณวัดวิมุตยารามที่ กทม.ดำเนินการก่อสร้างเสร็จแล้ว และล่องกลับมาจบในพื้นที่เขตสัมพันธวงศ์

นายวิศณุ กล่าวว่า จริงๆ แล้วไม่อยากให้พี่น้องประชาชนเป็นกังวลจนเกินไป เพราะว่า กทม.ได้มีการติดตามใกล้ชิดตลอดเวลาว่าน้ำเหนือที่จะไหลเข้ามาผ่านแต่ละจุดเป็นอย่างไร โดยจะมีการแจ้งเตือนประชาชนล่วงหน้า ซึ่งวันนี้ระดับน้ำที่จุดบางไทร จ.อยุธยา ยังอยู่ไม่ระดับที่ไม่น่ากังวล แต่ก็ไม่ประมาทโดยเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิดว่าระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาในช่วงต่างๆ เป็นอย่างไร

Advertisement

“น้ำจากน่านที่จะไหลเข้ามาถึงกรุงเทพฯ จะใช้เวลาประมาณ 6 วัน จะทำให้พอรู้ล่วงหน้าอย่างน้อย 2 วัน น้ำจากบางไทรจะมาถึงกรุงเทพฯ นอกจากนี้ยังได้ใช้กระสอบทรายเสริมคันกั้นน้ำให้สูงขึ้นจากแนวเดิมโดยใช้ฐานจากปี 54 ที่เกิดน้ำท่วมใหญ่ ส่วนจุดที่มีปัญหารั่วซึม หรือเป็นแนวของท่าเรือ จะต้องแก้ปัญหาโดยการใช้กระสอบทรายเสริมกั้นเพื่อไม่ให้น้ำล้นเข้ามา อย่างไรก็ตาม ฝากเตือนให้พี่น้องประชาชาชนที่อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา เฝ้าระวังในช่วงที่จะมีน้ำทะเลหนุนสูงและน้ำเหนือไหลเข้ามา และขอให้ติดตามข่าวสารการแจ้งเตือนด้วย” นายวิศณุกล่าว

นายวิศณุกล่าวว่า ปัจจุบันพื้นที่ทางภาคเหนือมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก และอาจส่งผลกระทบให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว กทม.ได้มีการติดตามสถานการณ์และประสานข้อมูลร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมชลประทาน ศูนย์อำนวยการน้ำแห่งชาติ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ อยู่เป็นประจำ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำ ที่อาจส่งผลให้เกิดน้ำท่วมในบางพื้นที่ของกรุงเทพฯ ได้

สำหรับสถานการณ์น้ำเหนือ วันนี้มีปริมาณน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา 499 ลบ.ม./วินาที (เมื่อวาน 450 ลบ.ม./วินาที) และมีปริมาณน้ำผ่านจุดวัดน้ำบางไทร 707 ลบ.ม./วินาที (เมื่อวาน 576 ลบ.ม./วินาที) ซึ่งปริมาณน้ำผ่านจุดวัดน้ำบางไทรที่ กทม.ต้องเฝ้าระวัง คือ 2,500 ลบ.ม./วินาที ส่วนระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเมื่อวานนี้ ระดับน้ำสูงสุดที่จุดวัดน้ำปากคลองตลาด สูงประมาณ +1.50 ม.รทก. จากอิทธิพลน้ำทะเลหนุนสูง (ระดับคันกั้นน้ำ +3.00 ม.รทก.) ไม่กระทบต่อแนวพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาในกรุงเทพฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กทม.ได้ออกคำสั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และสำนักงานเขตที่มีชุมชนอยู่นอกแนวคันกั้นน้ำหรือชุมชนที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำ แจ้งเตือนประชาชนให้เฝ้าระวัง และเตรียมการขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง ดูแลอุปกรณ์ไฟฟ้าและปลั๊กไฟ พร้อมทั้งให้สำนักงานเขตตรวจสอบการเรียงกระสอบทรายให้มีความสูงเพียงพอและมีความแข็งแรงสามารถป้องกันน้ำได้ จัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์ เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ เช่น การจัดทำคันกั้นน้ำชั่วคราวด้วยกระสอบทราย การทำสะพานทางเดินชั่วคราว การให้ความช่วยเหลือประชาชนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง ตลอดจนแจกจ่ายยารักษาโรค พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนที่อยู่นอกคันกั้นน้ำรับทราบสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง ทั้งน้ำเหนือ และน้ำหนุน

พร้อมทั้งจัดเจ้าหน้าที่ให้เฝ้าระวังตามจุดอ่อนหรือจุดเสี่ยงน้ำท่วม รวมทั้งได้จัดเตรียมความพร้อมอุปกรณ์และเครื่องมือต่างๆ เพื่อให้สามารถป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมได้อย่างรวดเร็ว เตรียมความพร้อมปฏิบัติการให้ความช่วยเหลือประชาชน หากเกิดเหตุฉุกเฉินสามารถจัดส่งเจ้าหน้าที่เข้าดำเนินการแก้ไขและช่วยเหลือได้ในทันทีตลอด 24 ชั่วโมง

และยังได้จัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์น้ำและเข้าตรวจสอบแนวป้องกันน้ำท่วมริมแม่น้ำเจ้าพระยา คลองบางกอกน้อย คลองมหาสวัสดิ์ และคลองพระโขนงในช่วงที่มีระดับน้ำขึ้นสูง ส่วนของแนวป้องกันตนเองบางแห่งที่มีระดับคันกั้นน้ำต่ำและไม่มีความมั่นคงแข็งแรง หรือแนวฟันหลอ กทม.ได้จัดเจ้าหน้าที่เข้าไปดำเนินการเรียงกระสอบทรายเพื่อเสริมความสูงของแนวคันกั้นน้ำและเสริมความมั่งคงแข็งแรงเพื่อให้สามารถป้องกันน้ำท่วมได้อย่างปลอดภัยและไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ข้างเคียง โดยได้เรียงแนวกระสอบทรายแล้วเสร็จ มีความสูงตั้งแต่ +2.40 ถึง + 2.70 ม.รทก.

พร้อมทั้งตรวจสอบเตรียมความพร้อมของสถานีสูบน้ำริมแม่น้ำเจ้าพระยา กรณีที่มีน้ำรั่วเข้ามาจากแม่น้ำเจ้าพระยาจะใช้สถานีสูบน้ำในคลองตามแนวริมแม่น้ำสูบเร่งระบายออก นอกจากนี้ยังได้ดำเนินการตรวจสอบความสมบูรณ์ของแนวคันกั้นน้ำพระราชดำริด้านตะวันออกของ กทม. ปัจจุบันแนวคันกั้นน้ำพระราชดำริมีความสมบูรณ์ ประตูระบายน้ำสามารถใช้การได้ทุกแห่ง