รวบหนุ่มลูกจ้างแสบ แอบฉกทองนายจ้าง 646 บาท รวมมูลค่ากว่า 24 ล้าน สารภาพทำนานนับปี
เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม พล.ต.ต.สามารถ พรหมชาติ ผบก.น.6 พ.ต.อ.นริศ ปรารถนาพร รอง ผบก.น.6 พ.ต.อ.ภาวัต วรรธสุภัทร ผกก.สน.พระราชวัง ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.ไพศาล เดชกัลยา รอง ผกก.สส.สน.พระราชวัง พ.ต.ท.พลาวัสถ์ คนกล้า สว.สส.สน.พระราชวัง พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ฝ่ายสืบสวน สน.พระราชวังร่วมกันจับกุมตัว นายพิศาล อายุ 40 ปี ข้อหาลักทรัพย์ที่เป็นของนายจ้างหรือที่อยู่ในความครอบครองของนายจ้าง ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลแขวงนครปฐม ที่ จ.3467/2566 ลงวันที่ 25 กรกฎาคม 2567 จับกุมได้ที่บริเวณหน้าบ้านหลังหนึ่ง ของหมู่บ้านบางใหญ่ซิตี้ ต.เสาธงหิน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี วันที่ 24 สิงหาคม เวลาประมาณ 17.00 น.ที่ผ่านมา
สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ได้รับแจ้งจากสายลับว่า นายพิศาลอาศัยอยู่บ้านหลังหนึ่ง ของหมู่บ้านบางใหญ่ซิตี้ ต.เสาธงหิน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงไปซุ่มตรวจสอบจนพบ บุคคลที่มีลักษณะคล้ายนายพิศาล เดินออกมาจากบ้านหลังดังกล่าว เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ
ตรวจสอบว่าเป็นนายพิศาลจริง เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้แสดงหมายจับให้นายพิศาล ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตาม หมายจับของศาลอาญา ที่ 3467/2567 ลงวันที่ 25 กรกฎาคม 2567 ข้อหา/ฐานความผิด ลักทรัพย์ที่เป็นของนายจ้างหรืออยู่ในความครอบครองของนายจ้าง

จากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้อ่านพร้อมทั้งแสดงหมายจับดังกล่าวให้กับ นายพิศาล และได้ยอมรับว่า ตนเองเป็นบุคคลตามหมายจับจริง และยังไม่เคยถูกจับในหมายจับและคดีนี้มาก่อนแต่อย่างใด
จากการสอบสวนผู้ต้องหา เป็นลูกจ้างร้านทองในพื้นที่ สน.พระราชวัง ได้ลักเอาสร้อยคอทองคำที่อยู่ในตู้โชว์ด้านหลังไป โดยมีพฤติการณ์คือ เอาพวงสร้อยคอทองคำในตู้โชว์ชั้นล่างไปแขวนในตู้โชว์ชั้นบน และอาศัยจังหวะดังกล่าวปลดตะขอเอาสร้อยคอออกมาจากพวงจำนวนหลายเส้น โดยสร้อยที่ปลดไว้ยังแขวนไว้ที่ตู้โชว์ด้านบน จากนั้นนำเอาพวงสร้อยคอที่เหลือมาเก็บในตู้โชว์ชั้นล่างเช่นเดิม
จากนั้นผู้ต้องหาทำท่าทีจัดสร้อยคอที่ตู้โชว์ชั้นบนและสะกิดให้สร้อยคอที่ปลดตะขอเอาไว้ตกลงมาใส่ในกำมือของผู้ต้องหา จากนั้นเอาสร้อยคอทองคำใส่กระเป๋ากางเกง และผู้ต้องหาทำพฤติการณ์ดังกล่าวอีกหลายครั้ง
หลังจากนั้นจึงสอบถามผู้ต้องหา ผู้ต้องหายอมรับว่า ได้ลักเอาสร้อยคอและสร้อยข้อมือทองคำ ขนาดน้ำหนัก 1-2 บาท ของร้านไปจริง โดยเริ่มทำตั้งแต่เมื่อประมาณเดือนมิถุนายน 2566 จนถึงปัจจุบัน จำนวนหลายครั้ง ครั้งละประมาณ 5-15 เส้น เรื่อยมาจนมาถูกตรวจสอบพบได้ ซึ่งผู้ต้องหาจำไม่ได้ว่าได้ลักทองคำไปจำนวนเท่าไร เนื่องจากกระทำมาหลายครั้งและทองคำที่ลักมาถูกขายหมดแล้ว โดยเงินที่ได้จากการนำทองไปขาย จะนำไปใช้จ่ายในชีวิตประจำวันและท่องเที่ยว ซึ่งผู้ต้องหา ลักเอาทองคำของบริษัทไปประมาณ 646 บาท มูลค่าความเสียหาย 24,000,000 บาท
เบื้องต้นได้นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.พระราชวัง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


