ภรรยาร่ำไห้ รับศพสามี เหยื่อยาดองมรณะ เล่าอาการหลังดื่ม เตรียมปรึกษาทนาย-จ่อฟ้อง
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 27 สิงหาคม ที่โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี นายแพทย์ไพโรจน์ สุรัตนวนิช รองอธิบดีกรมการแพทย์ ร่วมกับ พล.ต.ต.เกียรติกุล สนธิเณร ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 3 (ผบก.น.3) และผู้เกี่ยวข้อง แถลงความคืบหน้ากรณีมีผู้ป่วยหลายรายหลังจากดื่มสุราดองที่ผสมเหล้าปลอม ในพื้นที่ย่านคลองสามวา กทม.เสียชีวิตรวม 4 ราย ผู้ป่วยสะสม 33 ราย และอาการน่าห่วงอีกหลายรายขณะที่กรมสรรพสามิตตรวจสอบต้นตอโรงงานผลิตพบลักลอบผสมสารเมทานอลสั่งปิด 18 ซุ้มยาดองเก็บตัวอย่างส่งตรวจอยู่ระหว่างรอผลนั้น
นายแพทย์ไพโรจน์ กล่าวว่าศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุขได้รับรายงานมีผู้ป่วยเข้ารับการรักษารวม 29 คน ในจำนวนดังกล่าวเป็นผู้ป่วยรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียูและใส่ท่อช่วยหายใจ 14 คนซึ่งผู้ป่วยในกลุ่มอาการรุนแรงส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วยที่ดื่มสุรามาเป็นเวลานานทำให้เลือดมีภาวะเป็นกรดสูง มีความผิดปกติในการมองเห็นและอาการความดันตกชักเกร็ง
ทั้งนี้พบสารไอโซไพรพิล แอลกอฮอล์ (Isopropyl alcohol : IPA) ที่โรงงาน นายสุรศักดิ์ หรือเอส อายุ 46 ปี และ นายสุรชัย หรือ อาร์ท อายุ 44 ปี ที่ซอยกาญจนาภิเษก 25 แยก 1-3 แขวงทับช้าง เขตสะพานสูง กทม.และบ้าน น.ส.ภัสส์รศา หรือ “เจ๊ปู” และซุ้มยาดองทั้ง 18 ซุ้ม โดยสารดังกล่าวเป็นสารที่ใช้ทำความสะอาดพื้นผิว,เป็นตัวทำละลาย, สารฆ่าเชื้อในทางการแพทย์ และยังใช้เป็นตัวทำละลายในงานอุตสาหกรรมอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งไม่ควรนำมาผสมใช้สำหรับดื่ม
ด้าน แพทย์หญิงมินตรา ตั้งรุ่งเรืองกิจ ผู้ช่วยผู้อำนวยการด้านพัฒนาคุณภาพ (หัวหน้าแผนกอายุรกรรม) โรงพยาบาลนพรัตน์ราชธานี เปิดเผยว่าผู้เสียชีวิต 4 คน เป็นผู้ป่วยกลุ่มแรกที่เข้ารับการรักษาตั้งแต่วันที่ 22 ถึง 23 ส.ค. ที่ผ่านมาซึ่งเป็นผู้ป่วยที่อยู่ในกลุ่มอาการรุนแรงต้องใส่ท่อช่วยหายใจ โดยก่อนที่จะเข้ารับการรักษาพบว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่ ตรวจร่างกายพบอวัยวะภายใน เช่น สมอง หัวใจ ได้รับความเสียหายจากการดื่มสารเมทานอลและผู้ป่วยมีโรคประจำตัวเป็นสาเหตุที่ทำให้เสียชีวิต
พล.ต.ต.เกียรติกุล เปิดเผยว่าความคืบหน้าทางคดีเชิญแพทย์และผู้เชี่ยวชาญจากกรมวิทยาศาสตร์เข้ามาให้ความเห็นเกี่ยวกับสารที่ตรวจพบในยาดองที่ยึดมาจาก 18 ซุ้มยาดองโดยทางพนักงานสอบสวนจะเรียก น.ส.ภัสส์รศา ผู้ผลิตและผสมยาดองเข้ามาให้ปากคำเพิ่มเติม
ด้าน นางอรสา ทองบุญรอด สรรพสามิตพื้นที่กรุงเทพมหานคร 5 เปิดเผยว่าผลการตรวจยาดองจาก 18 ซุ้มส่วนใหญ่พบค่าปริมาณของสารเมทานอลเกิน 1,000 มิลลิกรัมต่อลิตร ซึ่งไม่สอดคล้องกับค่าปริมาณของสารเมทานอลที่พบในเหล้าขาวจากโรงงานในซอยกาญจนา 25 ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างขยายต่อเพิ่มเติมว่าค่าที่เพิ่มขึ้นในยาดองนั้นมาจากไหน
ขณะเดียวกัน ที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ นางสาววนิดา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 39 ปี เป็นภรรยาของ 1 ในผู้เสียชีวิต เดินทางมาขอรับศพ นายชาลี อายุ 47 ปี หลังเสียชีวิตที่โรงพยาบาลนพรัตน์ราชธานี
นางสาววนิดา เล่าทั้งน้ำตาว่า ตัวเองรู้จักกับสามีมา 20 ปี มีลูกด้วยกันสองคน ปกติแล้วสามีจะดื่มเบียร์และสุราอยู่แล้ว แต่ก็ไม่เคยมีเหตุการณ์เลวร้าย ทั้งนี้ ติดใจกับคนผลิตที่ใส่ส่วนผสมแล้วทำให้เป็นอันตรายกับคนกินเป็นจำนวนมาก โดยเมื่อวันที่ 21 ส.ค.67 สามีได้กินเหล้าเถื่อนแต่ยังไม่มีอาการ
กระทั่งวันช่วงเช้าวันที่ 22 สิงหาคม 2567 สามีมารับตนที่ทำงาน พร้อมเล่าอาการให้ฟังว่ามีอาการเมามาก เวียนหัวหน้ามืด กระทั่งตอนเย็นตื่นมาอาการยังไม่ดีขึ้น มีอาการอาเจียน เดินไม่ไหว หายใจเร็ว สายตาพร่ามัวมองไม่เห็น แต่ยังสื่อสารรู้เรื่อง
เมื่อไปถึงโรงพยาบาลหมอได้สอบถามว่ารับประทานอะไรมา เนื่องจากพบว่ามีเมทานอลในร่างกายสูงทำให้เลือดเป็นกรด โดยยอมรับว่าที่ผ่านมาสามีมีโรคประจำตัวเป็นเบาหวาน แต่ก็ไม่เคยมีอาการข้างเคียง จนกระทั่งล่าสุดมีอาการผิดปกติอย่างรุนแรงและถึงแก่ชีวิต
นางสาววนิดา กล่าวต่อว่า ฝากถึงผู้ผสมเหล้าเถื่อนว่าเลวมาก อยากเจอหน้า และอยากจะถามว่าชีวิตคนทั้งคน ไม่น่ามาทดลองอะไรแบบนี้ หากเห็นแก่เงินตายไปก็เอาอะไรไม่ได้ ทำให้คนอื่นเดือดร้อน ส่วนที่สามีเสียชีวิตยังทำใจไม่ได้ รู้สึกเศร้าและไม่รู้จะพูดอะไรกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตอนนี้ขอจัดงานสามีให้เรียบร้อยก่อน
ส่วนผู้เสียชีวิตอีกรายสามีรู้จัก เนื่องจากเป็นคนในพื้นที่ละแวกเดียวกัน แต่ไม่ได้นั่งกินร่วมวงเดียวกันซึ่งไม่ทราบว่าผู้เสียชีวิตอีกรายไปดื่มเหล้าเถื่อนจากพื้นที่ไหน เนื่องจากเสียชีวิตกันคนละโรงพยาบาล หลังจากนี้จะดำเนินการจะปรึกษากับทนายความ เพื่อรวบรวมผู้เสียหายในการฟ้องทางแพ่งกับผู้เกี่ยวข้องต่อไป
หลังจากนี้ เมื่อจัดการเรื่องเอกสารเสร็จสิ้นแล้ว จะรับศพกลับไปบำเพ็ญกุศล ณ วัดแสนสุข เขตมีนบุรีในวันพรุ่งนี้ (28 ส.ค.67)



