จากกรณีตำรวจ กก.สส.น.7 ตำรวจ สน.บางขุนนนท์ สนธิกำลังจับกุม ร.ต.อ.สุพัฒน์ ประจงหัตถ์ หรือ “ผู้กองเบนซ์” รอง สว.(สอบสวน) ช่วยงานฝ่ายสืบสวน สน.บวรมงคล ได้ที่ห้องฝ่ายสืบสวนภายใน สน.บวรมงคล เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งจากการตรวจค้นตู้เก็บของ พบกระเป๋าเป้สีแดง ภายในมียาบ้า 13,000 เม็ด ยาไอซ์ 100 กรัม และยาเคจำนวนหนึ่ง หลังจากขยายผลจากผู้เสพว่า รองสารวัตรรายนี้ให้นำยาที่ได้จากการจับกุมเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาไปขายต่อ ขยายผลทราบว่ามีตำรวจที่เกี่ยวข้องอีกจำนวนหลายคน จากนั้นทางตำรวจชุดจับกุมจึงรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลจังหวัดตลิ่งชันออกหมายจับตำรวจรวมทั้งหมด 6 นาย ในข้อหา “มียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย” ต่อมาวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ร.ต.อ.นิติธร พลบุญ ด.ต.ปริญญา จิตต์หาญ จ.ส.ต.ภูณัช เนตรสว่าง และ ส.ต.ต.เรืองยศ สามบุญเรือง ได้เดินทางเข้ามอบตัว คงเหลือเพียง ร.ต.ท.วีระพล คำดี รอง สว.สส.สน.บวรมงคลเท่านั้นที่ยังไม่มามอบตัว

ล่าสุด เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 25 กุมภาพันธ์ ร.ต.อ.นิคม พรหมโคตร รอง สว.(สอบสวน) สน.บางขุนนนท์ ได้เบิกตัว ร.ต.อ.สุพัฒน์ ประจงหัตถ์ 28 ปี ร.ต.อ.นิติธร พลบุญ 39 ปี ด.ต.ปริญญา จิตต์หาญ 50 ปี จ.ส.ต.ภูณัช เนตรสว่าง 33 ปี และ ส.ต.ต.เรืองยศ สามบุญเรือง 27 ปี ออกจากห้องควบคุม โดยผู้ต้องหาทั้งหมดนำผ้าเช็ดตัวมาปิดบังใบหน้า ก่อนตำรวจนำผู้ต้องหาทั้งหมดขึ้นรถตู้ของ สน.บางขุนนนท์ไปฝากขังที่ศาลจังหวัดตลิ่งชัน อีกทั้งได้ควบคุมตัวนายโยชัย หรือศักดิ์ แซ่โค้ว และนายศุภกิจ หรืออาร์ท ปลาทอง ชื่นชมชิต ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมก่อนหน้านี้ไปฝากขังด้วยเช่นกัน
ทั้งนี้ในท้ายคำฟ้องระบุว่า ขอคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากมีอัตราโทษสูง และผู้ต้องหาเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ เกรงว่าถ้าได้ประกันตัวจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน-ข่มขู่พยาน จึงขอคัดค้านการประกันตัว
สำหรับ ร.ต.ท.วีระพล คำดี 42 ปี ที่ยังไม่มามอบตัว ทาง พล.ต.ต.ธีระพงษ์ วงษ์รัฐพิทักษ์ ผบก.น.7 เปิดเผยว่า ขณะนี้ที่ทาง ร.ต.ท.วีระพลยังไม่ได้ประสานเข้ามอบตัว จากการตรวจสอบเบื้องต้นทราบว่า ร.ต.ท.วีระพลนั้นอยู่ต่างจังหวัดโดยที่ไม่ได้นำมือถือไปด้วย เพราะติดต่อไปแล้วเป็นบุคคลอื่นรับสายแทน
นอกจากนี้ยังมีรายงานข่าวแจ้งว่า ภายหลังเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น.ได้มีคำสั่งให้ตำรวจทุก บก. และทุกท้องที่ทั้ง 88 สน.ในพื้นที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล เร่งดำเนินการตรวจสอบตู้เก็บของ รวมทั้งห้องเก็บของในแต่ละท้องที่ เพื่อไม่ให้ผู้ใดเก็บสิ่งของผิดกฎหมาย และไม่ให้เกิดการณ์ซ้ำรอยอีกต่อไป

