หน้าแรก ในประเทศ แนะเจ้าอาวาสว...

แนะเจ้าอาวาสวัดธรรมิการามคืนที่ดิน 160 ไร่ เป็นธรณีสงฆ์ หวั่นซ้ำรอยธรรมกาย

25.02.17 | 12:06 น.

สำนักพุทธฯประจวบฯแนะเจ้าอาวาสวัดธรรมิการามคืนที่ดิน 160 ไร่เป็นธรณีสงฆ์ หวั่นซ้ำรอยวัดพระธรรมกาย หลังกรมธนารักษ์เมินแลกสร้างเรือนจำแห่งใหม่

วันที่ 25 กุมภาพันธ์ นายเสถียร เหล่าคนค้า ผู้อำนวยการสำนักพุทธศาสนาประจำ จ.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เข้าพบพระราชสุทธิโมลี เจ้าคณะจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ฝ่ายธรรมยุต เจ้าอาวาสวัดธรรมิการาม พระอารามหลวง เขตเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ เพื่อถวายคำแนะนำหลังจากวัดมีข้อพิพาทกับเรือนจำ จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยอ้างกรรมสิทธิ์ในที่ดินธรณีสงฆ์ ด้านทิศตะวันตกในที่ดินของราชพัสดุ 42 ไร่ ขณะนี้คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ล่าสุดสำนักงานธนารักษ์พื้นที่แจ้งว่าหากวัดประสงค์จะใช้ที่ดินแปลงประมาณ 3 ไร่ ให้ทำหนังสือแจ้งความประสงค์ เนื่องจากปัจจุบันบริเวณดังกล่าวเป็นที่ดินว่างเปล่า แต่ทราบว่าขณะนี้วัดยังไม่มีดำเนินการใดๆ เนื่องจากก่อนหน้าที่วัดได้มอบอำนาจให้ทนายความฟ้องร้องต่อศาล เพื่อขอให้มีการพิสูจน์สิทธิในกระบวนการยุติธรรม แต่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าเป็นที่ดินราชพัสดุ

นายเสถียรกล่าวว่า ล่าสุดได้แนะนำให้เจ้าอาวาสวัดธรรมิการามโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินประมาณ 160 ไร่ ที่บ้านหนองกุ่ม ต.อ่าวน้อย อ.เมือง เป็นกรรมสิทธิ์ของวัดในฐานะนิติบุคคล หลังจากทราบว่าเจ้าอาวาสทำบัตรประชาชนเพื่อโอนกรรมสิทธิ์เป็นของตนเอง แต่ใช้เงินวัดจัดซื้อที่ดินหลายสิบล้านบาท จัดซื้อที่ดินแปลงดังกล่าวเพื่อแลกกับที่ดินของเรือนจำจังหวัดในปัจจุบัน และให้ใช้ที่ดินที่หนองกุ่มสร้างเรือนจำแห่งใหม่ ต่อมากรมธนารักษ์ยืนยันว่าที่ดิน 2 แปลงมีมูลค่าแตกต่างกันมาก จึงไม่สามารถแลกเปลี่ยนได้เพื่อให้วัดใช้ประโยชน์ สำหรับกรณีที่เจ้าอาวาสดำเนินการในลักษณะดังกล่าว อาจมีความผิด หากมีการร้องเรียน ซึ่งเป็นเรื่องที่คณะผู้ปกครองสงฆ์ต้องนำไปพิจารณา เพื่อไม่ให้เป็นปัญหาเกี่ยวกับข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องในอนาคต สำหรับสำนักพุทธฯมีอำนาจหน้าที่ทำได้เพียงให้คำแนะนำเพื่อดำเนินการให้ถูกต้อง ไม่ให้มีปัญหาเช่นเดียวกับวัดพระธรรมกาย

นายนิพนธ์ สุวรณนาวา ประธานสภาอุตสาหกรรม จ.ประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า กรณีที่มีการโอนที่ดินเป็นกรรมสิทธิ์ของเจ้าอาวาส ทราบว่าเป็นการหลีกเลี่ยงไม่ให้ที่ดินดังกล่าวเข้าข่ายเป็นที่ดินธรณีสงฆ์ จะทำให้การโอนประสบปัญหาความยุ่งยาก ใช้เวลาค่อนข้างนาน เช่นเดียวกับกรณีที่วัดธรรมิการามขายที่ดินของนางเนื่อม ชำนาญชาติศักดา เพื่อนำที่ดินธรณีสงฆ์สร้างสนามกอล์ฟอัลไพน์ ที่ จ.ปทุมธานี แต่ส่วนตัวเชื่อว่าการโอนที่ดินดังกล่าวเจ้าอาวาสมีเจตนาบริสุทธิ์เพื่อลดขั้นตอนการแลกเปลี่ยน และปัจจุบันที่ดินที่จัดซื้อไว้ไม่สามารถแลกเปลี่ยนกับทางราชการได้ ก็ควรดำเนินการให้ถูกต้อง สำหรับตนในฐานะลูกศิษย์จะเข้าหารือเพื่อให้คำแนะนำกับเจ้าอาวาส ส่วนกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาวินิจฉัยว่าที่ดินของนางเนื่อมปัจจุบันเป็นที่ดินธรณีสงฆ์ วัดสามารถยื่นเรื่องถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อนำที่ดินทั้งแปลงมาบริหารจัดการได้ โดยนำเงิน 130 ล้านบาทโอนกลับคืนให้มูลนิธิมหามกุฏราชวิทยาลัย เนื่องจากปัจจุบันวัดได้รับดอกเบี้ยจากยอดเงินดังกล่าวไม่มาก แต่ในอนาคตหากวัดได้ที่ดินคืนก็สามารถจะเก็บค่าเช่าได้มากกว่าในระยะยาวจากสนามกอล์ฟและหมู่บ้านจัดสรรในที่ดินธรณีสงฆ์ 730 ไร่

 

Advertisement