สตูลจัดงานมหกรรมว่าวประเพณีและว่าวนานาชาติครั้งที่37อย่างยิ่งใหญ่ นักแข่งว่าวต่างประเทศกว่า35ประเทศทั่วโลกแห่เข้าร่วม และมหกรรมวัฒนธรรม แพทย์แผนไทย ภาคใต้
คนไทยนิยมเล่นว่าว กันมานาน ตั้งแต่สมัยสุโขทัยหรือประมาณ 700 กว่าปีมาแล้วในสมัยนั้นคนไทยทุกเพศทุกวัยหรือว่าชาวนาหรือพระมหากษัตริย์ต่างนิยมเล่นว่าวกันโดยเฉพาะว่าวข่าวชื่อผู้ให้เสียงดังไปรับเป็นที่ถูกอกถูกใจผู้คนนอกจากนี้ยังเกี่ยวข้องกับการเอาฤกษ์เอาชัยในพระราชพิธีต่างๆเช่นในพระราชพิธีเฉลิมพระมหากษัตริย์จะเสด็จออกทรงว่าว เป็นต้น ลมว่าวเป็นลมประจำถิ่นของไทยซึ่ง เกิดขึ้นราวต้นเดือนพฤศจิกายนหรือเรียกว่าลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือเป็นลมที่มีทิศทางลมพัดค่อนข้างแน่นอน โดยพัดผ่านจากภาคเหนือและภาคอีสานของไทยไปสู่มหาสมุทร เมื่อลมว่าวพัดผ่านมาชาวนาภาคเหนือและภาคอีสานจะเริ่มเล่นว่าวก่อนตั้งแต่เดือนธันวาคมถึงเมษายนทางภาคกลางภาคตะวันออกภาคใต้จึงจะเริ่มเล่นว่าวกันจนทำให้พลอยเรียกลมตะเภาเป็นลมว่าวด้วย
สำหรับจังหวัดสตูลมีการเล่นว่าวมาช้านานแล้ว เด็กๆจะเริ่มเล่นว่าวที่ผู้ใหญ่ทำให้เล่นกันตามทุ่งนาในช่วงเสร็จจากการเกี่ยวข้าว ว่าวที่เล่นได้แก่ว่าวปักเป้า ว่าวนกว่าปลา โดยเล่นเพื่อสนุกสนานจนในปีพศ 2519 ชาวบ้านตำบลคลองขุดร่วมกับคณะครูโรงเรียนสตูลวิทยา จัดให้มีการแข่งขันว่าวขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ พ. ศ. 2519 ณสนามบินกองทัพอากาศจังหวัดสตูล กฎกติกาก็ไม่มากนัก เน้นเพื่ออนุรักษ์ว่าวไทยและได้พบปะกัน ว่าวที่จัดแข่งขัน ประกอบด้วยว่าวประเภทขึ้นสูงประเภทเสียงดังและประเภทสวยงาม
ในปีพศ 2520 อาจารย์อิทธิพล ภานุวัฒน์ภิญโญ ซึ่งเริ่มเข้ารับราชการครูโรงเรียนสตูลวิทยาได้ร่วมจัดการแข่งขันและเป็นหัวหน้าคณะออกเผยแพร่ว่าวควาย ซึ่งถือเป็นว่าวพื้นเมืองของจังหวัดสตูลไปยังภาคต่างๆของประเทศรวมถึงรัฐต่างๆของประเทศมาเลเซีย จากการได้ไปร่วมกิจกรรม จึงมีเครือข่ายนักเล่นว่าวมากยิ่งขึ้นและรัฐต่างๆ ของประเทศมาเลเซียได้มาเข้าร่วมแข่งขันว่าวที่สตูล จัดขึ้นว่าวควาย จึงเริ่มเป็นที่รู้จักและชื่นชอบของนักว่าวทั้งในประเทศและต่างประเทศเนื่องจากมีความสวยงาม แข็งแรง ดุดันและเสียงดัง และจังหวัดสตูลได้รับเชิญให้นำว่าวควายไปร่วมแสดงในงานว่าวนานาชาติ ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จัดขึ้นเป็นประจำต่อเนื่องเรื่อยมา
ต่อมา ปีพ. ศ. 2535 ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้จัดโครงการเบิกฟ้าอันดามัน กำหนดให้จังหวัดสตูลจัดการแข่งขันว่าวประเพณีและว่าวนานาชาติ เป็นครั้งแรก มีประเทศต่างๆเข้าร่วมแสดงถึง 14 ประเทศกับอีก 9 รัฐของประเทศมาเลเซีย เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพฯ และในงานดังกล่าวจัดให้มีการแสดงระบำว่าวขึ้นเป็นครั้งแรกด้วยโดยดนตรี และ ท่าทางของผู้แสดงจะล้อจากท่วงท่าของว่าวควาย ในปี พ.ศ. 2550 องค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูลได้รับเป็นเจ้าภาพหลักในการจัดงานแข่งขันว่าวประเพณีจังหวัดสตูลและแสดงว่าวนานาชาติ โดยกิจกรรมหลักประกอบด้วยการแข่งขันว่าวพื้นเมือง 4 ประเภทและการแสดงว่าวของนักเล่นว่าวทั้งในประเทศและต่างประเทศในปีต่อมากิจกรรมภายในงาน จะเริ่มมีความหลากหลายครอบคลุมมากยิ่งขึ้น
ปีพ. ศ. 2554 นายสัมฤทธิ์ เลียงประสิทธิ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูลได้ริเริ่มขอพระราชทานถ้วยรางวัลและและได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระราชทานถ้วยรางวัลการแข่งขันประเภทขึ้นสูงและประเภทเสียงดังกังวาน และปีพศ 2555 ได้รับพระกรุณามหาธิคุณจากสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ทรงพระราชทานถ้วยรางวัลการประกวดว่าวประเภทสวยงามและความคิดสร้างสรรค์การจัดงานในปีหลังหลังก็ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากทั้งสองพระองค์ทรงพระราชทานถ้วยรางวัลทั้ง 4 ประเภททุกปี
งานว่าวประเพณีจังหวัดสตูลถือได้ว่าเป็นงานที่เก่าแก่และมีระยะเวลาการจัดต่อเนื่องกันทุกปีผ่านมาแล้ว 36 ครั้งซึ่งถือได้ว่าเป็นงานที่จัดมายาวนานที่สุดของประเทศไทยโดยมีพี่น้องลูกหลานชาวจังหวัดสตูลร่วมกันสืบทอดกันเป็นประเพณีวัฒนธรรมของจังหวัด อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดสตูล ดียิ่งอีกทางหนึ่ง เพราะทุกปีจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาร่วมงานว่าวเป็นจำนวนมาก สร้างรายได้ให้แก่ท้องถิ่นเป็นอย่างดี
ในปีนี้ 2560 ทาง จังหวัดสตูลได้เห็นความสำคัญจึงได้บูรณาการจัดงานให้มีความยิ่งใหญ่อลังการยิ่งขึ้นองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูลร่วมกับสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสตูลสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสตูลสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสตูลการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานหาดใหญ่ชมรมบอนไซภาคใต้และภาคส่วนต่างๆกำหนดจัดงาน มหกรรมว่าวประเพณีและว่าวนานาชาติจังหวัดสตูลครั้งที่ 37 ประจำปี 2560ขึ้นระหว่างวันที่ 1-5 มีนาคม 2560 ณ สนามบินกองทัพอากาศจังหวัดสตูล ตำบลคลองขุด อำเภอเมือง จังหวัดสตูล โดยภายในงานประกอบด้วยงานทั้ง4 มหกรรม ด้วยกันจึงทำให้งานมีความยิ่งใหญ่กว่าทุกปีที่ผ่านมา
โดยงานมหกรรมว่าวประเพณีและว่าวนานาชาติ ประกอบไปด้วยกิจกรรม คือการประกวดประดิษฐ์ว่าวประเภทสวยงาม ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ การประกวดประดิษฐ์ว่าวประเภทความคิดสร้างสรรค์ ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ การแข่งขันว่าวประเภทขึ้นสูงชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเทพฯการแข่งขันว่าวประเภทเสียงดัง กังวาน ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเทพฯ การแข่งขันว่าวประเภทมาราธอน การประกวดว่าวพื้นเมืองว่าวควาย การประกวดประดิษฐ์และแข่งขันว่าวจุฬา การประกวดว่าวประเภทความคิดสร้างสรรค์ ระดับประถมศึกษา การประกวดประเภทความคิดสร้างสรรค์ ระดับมัธยมศึกษาและอาชีวศึกษา การแสดงว่าวจากชมรมว่าวต่างๆในประเทศไทย การแสดงว่าวจากคณะนักแสดงว่าวต่างประเทศไม่น้อยกว่า 35 ประเทศทั่วโลก นิทรรศการและสาธิตการทำว่าวไทย สาธิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์พื้นเมืองสินค้าโอทอป เทศกาลอาหารสยามอันดามันและอาหาร 14 จังหวัดภาคใต้ การแสดงศิลปวัฒนธรรมบนเวที ดนตรีและศิลปินได้แก่การแสดงของศิลปินเอกชัย ศรีวิชัย การแสดงร่วมสมัยเพชรจรัสแสง thailand′s got talent การแสดงของศิลปินโกไข่และนายสน การแสดงมโนราห์ลูกทุ่งสมพงษ์น้อย ดาวรุ่ง เพลินพิศ เพชรนิรันดร์ การแสดงของศิลปินบ่าววี อาร์สยาม และมหกรรมยานยนต์มอเตอร์โชว์
นอกจากนี้ ภายในงานยังมี งานมหกรรมการแพทย์แผนไทย ภาคใต้ ประกอบไปด้วยกิจกรรม ดังนี้ 1 เวทีวิชาการจัดประชุมหัวข้อเรื่องเมืองสมุนไพร การดูแลโรคมะเร็งด้วยศาสตร์แพทย์แผนไทยความแตกต่างที่เหมือนกันระหว่างศาสตร์แผนปัจจุบันและศาสตร์แผนไทย การดูแลแผลเรื้อรังและความภูมิใจในการรักษาโรคด้วยการแพทย์แผนไทยโดยแพทย์แผนไทยภาคใต้ ที่มีผลงานดีเด่น นิทรรศการเกี่ยวกับสมุนไพรและสุขภาพจากสำนักงานสาธารณสุข 14 จังหวัดและเครือข่ายประกอบด้วยคณะแพทย์แผนไทย คณะเภสัชศาสตร์ ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรสำนักงานเกษตรจังหวัด และหมอพื้นบ้านและบริษัทเอกชน การจัดบริการทางด้านการแพทย์แผนไทยและแผนจีนการสร้างอาชีพหรืออบรมเพื่อดูแลสุขภาพระยะสั้นให้กับผู้สมัครและผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมเป็นประจำทุกวัน พิธีไหว้ครู การเชิดชูเกียรติหมอพื้นบ้านหมอไทยดีเด่น เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานแพทย์แผนไทยดีเด่น และการมอบรางวัลพื้นที่ต้นแบบด้านการแพทย์แผนไทยระดับเขตและระดับภาค
อีกงานหนึ่งคืองานวัฒนธรรม วิถีถิ่น วิถีไทย 14 จังหวัดภาคใต้ประกอบไปด้วยกิจกรรมพิธีแสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จัดซุ้มแสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช การแสดงจากศิลปินพื้นบ้านการแสดงจากศิลปินแห่งชาติการแสดงจากศิลปินที่มีชื่อเสียง การสาธิตทางวัฒนธรรม 14 จังหวัดภาคใต้ 71 ภูมิปัญญา การฝึกอบรมอาชีพต่างวัฒนธรรมระยะสั้นจำนวน 100 คน การจัดนิทรรศการพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ของ 14 จังหวัดภาคใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระราชกรณียกิจเกี่ยวกับมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมการประกวดผลงานทางวัฒนธรรมการแสดงทางวัฒนธรรม 14 จังหวัดภาคใต้ 40 ชุด การแสดง การจัดกระบวนพาเหรด 14 จังหวัดภาคใต้และงานมหกรรมบอนไซภาคใต้ ประกอบไปด้วยกิจกรรมการแสดงบอนไซและสาธิตตัดแต่งกิ่ง การปลูกบอนไซให้สวยงาม จัดประกวดบอนไซสวยงาม เป็นต้น
จึงขอเชิญชวน ประชาชนและผู้สนใจรวมถึงนักท่องเที่ยวได้เข้าร่วมงานมหกรรมว่าวประเพณีจังหวัดสตูลและว่าวนานาชาติ ครั้งที่ 37 พร้อมร่วมงานมหกรรมวัฒนธรรมแพทย์แผนไทย ภาคใต้ งานมหกรรมวัฒนธรรม วิถีถิ่นวิถีไทย 14 จังหวัดภาคใต้และงานมหกรรมบอนไซภาคใต้ ในวันที่ 1 – 5 มีนาคม นี้ ณ สนามบินกองทัพอากาศจังหวัดสตูลกันนะครับ




