ตำรวจไซเบอร์ช่วยน.ร.วัย 17 ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกไปทำงานที่กัมพูชา

28.08.24 | 20:18 น.

ตำรวจไซเบอร์ช่วยน.ร.วัย 17 ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกไปทำงานที่กัมพูชา


เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. สั่งการให้ พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ รอง ผบช.สอท. พล.ต.ต.ภูมิพัฒน์ ภัทรศรีวงษ์ชัย ผบก.สอท.5 พ.ต.อ.รัฐโชติ โชติคุณ รอง ผบก.สส.สตม. เดินทางไปยังกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เพื่อช่วยเหลือนายนันทวัฒน์ อายุ 17 ปี หลังถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกไปทำงานที่ประเทศกัมพูชา

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 10 ส.ค. นางเพ็ชร อายุ 56 ปี เข้าแจ้งความว่าลูกชายเดินทางไปซ้อมละครที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดบุรีรัมย์ โดยมีนายนิติพล ซึ่งเป็นน้องชายขับรถไปส่ง และมาทราบว่าลูกชายไม่ได้เดินทางไปซ้อมละครที่โรงเรียนตามที่บอก และมีเพื่อนที่โรงเรียนพบเห็นลูกชาย อยู่ที่ศาลาหนองตะไก้อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อนจึงได้ตะโกนเรียกลูกชายตนเองแต่มีท่าทีหลบหน้า แกล้งไม่ได้ยินและไม่สนใจ

นางเพ็ชร จึงพยายามโทรติดต่อแต่ไม่สามารถติดต่อได้ และ พบว่าเฟซบุ๊กมีการออนไลน์เป็นช่วงๆ โดยก่อนเกิดเหตุลูกชายตนเอง เคยโพสต์เฟซบุ๊กหางานทํา และเมื่อวันที่ 11 ส.ค. ลูกชายตนเองได้พยายามโทรศัพท์ติดต่อมาขอความช่วยเหลือ ว่าตนเองอยู่ที่ประเทศกัมพูชา ถูกยึดบัตรประชาชน ซิมโทรศัพท์มือถือ เงิน มีเพียงโทรศัพท์มือถือที่สามารถส่งข้อความมาขอความช่วยเหลือผ่านทางแอพพลิเคชั่น Message ว่าตนเองส่งที่อยู่และพิกัดในกัมพูชา

Advertisement

ลูกชายของตนเองขอความช่วยเหลือมีความต้องการจะกลับบ้าน และจะกลับมาเรียนต่อ และไม่ต้องการทำงานผิดกฎหมาย ที่ประเทศกัมพูชา ตนเองกลัวว่าลูกชายจะได้รับอันตรายและถูกทำร้ายร่างกาย จึงเข้าแจ้งความเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตํารวจช่วยเหลือลูกชายกลับประเทศไทย ลูกชายอยากกลับบ้านมาก จึงขอให้ช่วยประสานงานเจ้าหน้าที่ให้การช่วยเหลือลูกชาย

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจประสานเจ้าหน้าที่กัมพูชาพร้อมเข้าตรวจสอบอาคารหลังดังกล่าวที่ได้รับแจ้งขอความช่วยเหลือของนางเพ็ชร พบตัวนายนันทวัฒน์ ถูกขังอยู่ภายในห้องอาคารหลังดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตํารวจจึงได้ทำการช่วยเหลือและยังโทรศัพท์วีดีโอคอลไปยังนางเพ็ชร เพื่อยืนยันว่าใช่ลูกชายของตนเองหรือเปล่าเพื่อที่จะได้มีการช่วยเหลือนำกลับประเทศไทยต่อไป