สายลับ ล่อซื้อ รวบ ขบวนการค้าไม้พะยูงข้ามชาติ พบผู้ต้องหาทำผิดซ้ำซาก

29.08.24 | 12:29 น.

สายลับ ล่อซื้อ รวบ ขบวนการค้าไม้พะยูงข้ามชาติ พบผู้ต้องหาทำผิดซ้ำซาก

เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากนายพิชัย วัชรพงษ์ไพบูลย์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 (อุบลราชธานี) โดยเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม เวลาประมาณ 14.30 น. เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยทับทัน-ห้วยสำราญ จ.สุรินทร์ ได้สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษฯชุดพญาเสือ เจ้าหน้าที่สำนักงานสนับสนุนการป้องกันและปราบปรามที่ 2 (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) เจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองกำกับการ 3 กองบังคับการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พนมดงรัก

พร้อมด้วยสารวัตรกำนัน ตลอดจนผู้นำชุมชนในพื้นที่ ได้ร่วมกันจับกุมขบวนการค้าไม้พะยูงข้ามชาติ ประกอบด้วยผู้ต้องหาชาวไทย ซึ่งเป็นพ่อค้าไม้รายใหญ่คนหนึ่งในพื้นที่ ประกอบด้วย 1.นายมงคล (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 43 ปี 2.นายภิรมย์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 60 ปี 3.นายมานพ (ขอสงวนนามสกุล) พร้อมของกลางไม้พะยูงแปรรูปถากกลม จำนวน 15 ท่อน ปริมาตรรวม 0.487 ลูกบาศก์เมตร และอุปกรณ์การกระทำผิด ประกอบด้วย รถยนต์ รถจักรยานยนต์ เลื่อยโซ่ยนต์ และอุปกรณ์การกระทำผิดอื่นๆ อีกหลายรายการ

Advertisement

โดยคณะเจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันสืบสวนจนทราบว่ามีกลุ่มนายทุุนในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ลักลอบติดต่อกับพ่อค้าไม้ประเทศเพื่อนบ้าน มีการลักลอบค้าไม้พะยูงข้ามชาติโดยทำเป็นกลุ่มขบวนการ มีการรวบรวมไม้ในท้องที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และนำไปขายให้กับพ่อค้าไม้ชาวกัมพูชาตามช่องทางธรรมชาติ โดยสายลับได้สืบข่าวทราบว่า นายซอ ชาวกัมพูชา ซึ่งเคยต้องโทษจำคุกในคดีความผิดเกี่ยวกับการลักลอบตัดไม้ ท้องที่จังหวัดนครราชสีมา ที่รู้จักกับนายภิรมย์ หนึ่งในผู้ต้องหาซึ่งเป็นเถ้าแก่ผู้รวบรวมไม้ในท้องที่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา นายซอ ต้องการซื้อไม้พะยูง มีการติดต่อประสานงานกับนายภิรมย์ โดยมี นายมานพ เป็นผู้ร่วมขบวนการ นายซอ เป็นผู้จัดหารถยนต์และคนในการขนไม้พะยูงจาก อ.ปากช่อง มาที่ป่าอ้อยในเขต อ.พนมดงรัก ท้องที่บ้านหนองจูบ หมู่ 2 ต.ตาเมียง อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ ผู้กระทำผิดได้ว่าจ้างนายมงคล ในการเฝ้าไม้และคอยประสานงาน โดยตกลงซื้อขายในราคากิโลกรัมละ 250 บาท จำนวน 15 ท่อน น้ำหนักประมาณ 500 กิโลกรัม เป็นเงิน 125,000 บาท

โดยก่อนหน้านี้นายภิรมย์จะขายไม้ให้นายซอ แต่เนื่องจากทางฝั่งประเทศเพื่อนบ้านไม่สามารถเคลียร์เส้นทางไม้ลงได้ นายซอจึงแจ้งว่าไม่สามารถรับซื้อไม้พะยูงดังกล่าวได้แล้ว สายลับจึงโทรยืนยันนายมงคล ว่าสนใจจะเข้าไปดูไม้ โดยตกลงจะซื้อขายไม้พะยูงดังกล่าว

ในระหว่างตกลงซื้อขาย คณะเจ้าหน้าที่จึงได้เข้าควบคุมตัวผู้กระทำความผิด พร้อมทั้งแจ้งข้อกล่าวหาในฐานความผิด ดังนี้ 1. พ.ร.บ.ป่าไม้ พุทธศักราช 2484 มาตรา 48 ฐานร่วมกันแปรรูปไม้ มีไม้แปรรูปหวงห้าม (ไม้พะยูง) ไว้ในครอบครอง ปริมาตรเกิน 0.20 ลบ.ม. โดยมิได้รับอนุญาต มาตรา 70 ฐานร่วมกันซ่อนเร้น จำหน่าย หรือช่วยพาเอาไปเสียให้พ้นซึ่งไม้ หรือของป่าที่ตนรู้อยู่แล้วว่าเป็นไม้หรือของป่าที่มีผู้ได้มาโดยการกระทำผิด 2.พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 มาตรา 53 ฐานร่วมกันเข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต

3. พร.บ.เลื่อยโซ่ยนต์ พ.ศ.2545 มาตรา 4 ฐานร่วมกันมีหรือผลิต หรือนำเข้าเลื่อยโซ่ยนต์ โดยไม่ได้รับอนุญาต 4. พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 ฐานนำพาอาวุธปืนเข้าไปในหมู่บ้าน ทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาต หลังจากนั้นได้นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป