อัยการปราบทุจริตฯ ยื่นฟ้อง ‘สมยศ’ กับพวก 8 คนช่วยเหลือคดี ‘บอส อยู่วิทยา’

29.08.24 | 11:20 น.

อัยการปราบทุจริตฯยื่นฟ้อง ’สมยศ’ กับพวก 8 คนร่วมช่วยเหลือกลับคำสั่งคดี ’บอส’ ขับรถชน อดีต ผบ.ตร.ยอมรับกังวลใจ

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 29 สิงหาคม ที่ศาลอาญาคดีทุจริตเเละประพฤติมิชอบกลาง ถนนเรียบรางรถไฟศาลอาญาคดีทุจริต

นายสุเวช จอมพงค์ อัยการพิเศษฝ่ายสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต 1 นำสำนวนที่อัยการสูงสุดมีคำสั่งฟ้อง พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และนายเนตร นาคสุข อดีต รองอัยการสูงสุดกับพวกรวม 8 คน มายื่นฟ้องต่อศาล ในคดีเปลี่ยนแปลงความเร็วจนเป็นเหตุกลับคำสั่งไม่ฟ้อง คดี นายวรยุทธ หรือบอส อยู่วิทยา ที่ขับรถชน ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ เสียชีวิต เมื่อวันที่ 3 ก.ย.2555

โดยในวันนี้ จำเลยทยอยเดินทางมาศาลพร้อมทนายความ

พล.ต.อ.สมยศเปิดเผยว่า วันนี้ตัวเองได้มอบหมายให้ทนายความดำเนินการตามขั้นตอน

Advertisement

เมื่อถามว่ามั่นใจในพยานหลักฐาน ที่นำมาก่อนหน้านี้ไหม พล.ต.อ.สมยศเปิดเผยว่า พยายามทำดีที่สุดแล้วยอมรับว่ากังวล และไม่สบายใจ สำหรับทุกคนที่มีเรื่องต้องต่อสู้ในชั้นศาลเพื่อพิสูจน์ความจริง

ในการต่อสู้คดีเพราะทุกคนหากเมื่อถูกดำเนินคดี ก็เป็นเรื่องปกติที่จะต้องมีความกังวล แต่ทุกอย่างก็จะต้องพิสูจน์ในชั้นศาล ซึ่งเรื่องทั้งหมดกำลังจะเข้าสู่กระบวนการชั้นศาล ตนไม่ขอวิพากษ์วิจารณ์หรือคอมเมนต์ใดๆ เนื่องจากเป็นการก้าวก่ายและเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม

ส่วนหลักฐานที่ต่อสู้กันมาในชั้นสอบสวนตนเองไม่ขอเปิดเผยในรายละเอียด

นายสุเวช จอมพงค์ อัยการพิเศษฝ่ายสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต 1 กล่าวว่า ในวันนี้นำสำนวนที่อัยการสูงสุดสั่งฟ้อง พล.ต.อ.สมยศกับพวกรวม 8 คนมายื่นฟ้องต่อศาล โดยข้อหาหนักที่ฟ้องคือความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 โดยวันนี้ไม่ได้มีการคัดค้านการปล่อยชั่วคราว เพราะทุกคนก็มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ขอให้เป็นดุลพินิจของศาล ซึ่งทราบว่าจำเลยน่าจะมาครบ ซึ่งทางสำนักงานอัยการคดีปราบปรามการทุจริต 1 เป็นผู้รับผิดชอบสำนวน

สำหรับผู้ต้องหาทั้ง 8 คน ถูกดำเนินคดีในข้อหาที่แตกต่างกัน โดยแบ่งเป็นประเด็น ส่วนแรกคือการดำเนินคดีกับผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงความเร็วรถ อีกส่วนคือการดำเนินคดีกับอดีตรองอัยการสูงสุดในเรื่องการสั่งคดี และผู้ต้องหาที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการเป็นพยานของคดีนี้ ซึ่งคดีดังกล่าว ป.ป.ช.มีมติส่งเรื่องให้อัยการสูงสุด หากอัยการสูงสุดเห็นด้วยและมีคำสั่งฟ้องอัยการสูงสุดก็จะเป็นโจทก์ฟ้องเอง

สำหรับกระบวนการในวันนี้อัยการจะตรวจสำนวนทั้งหมดว่าจำเลยมาครบทั้งหมดหรือไม่ ถ้ามาครบทุกคนอัยการก็จะยื่นฟ้องทันที แต่หากมาไม่ครบก็ต้องแยกสำนวนในการฟ้องภายหลัง เมื่อฟ้องแล้วศาลจะนัดสอบคำให้การของผู้ต้องหา หลังจากนั้นจะนัดตรวจพยานหลักฐานเพื่อนัดวันสืบพยานและกำหนดตัวพยาน ซึ่งตอนนี้เป็นจุดเริ่มต้นในการฟ้อง จะต้องมีการไต่สวนพยานของแต่ละฝ่าย ซึ่งในขั้นตอนนี้ศาลสามารถเรียกสอบพยานและหลักฐานมาไต่สวนเพิ่มเติมได้เนื่องจากศาลอาญาคดีทุจริตฯเป็นระบบไต่สวน

สำหรับคดีนี้เป็นคดีแรกที่ตนเข้ามารับผิดชอบ แต่จะเป็นการฟ้องอดีต ผบ.ตร.คนแรกในรอบหลายสิบปีหรือไม่ตนไม่ทราบ และหากกระบวนการในชั้นศาลสิ้นสุดและมีผลเป็นลบต่อจำเลยเกรงว่าจำเลยจะหลบหนี การติดตามตัวก็จะเป็นหน้าที่ของตำรวจ ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับอัยการ ส่วนการประกันตัวทราบว่ามีถิ่นที่อยู่และเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่และไม่มีพฤติกรรมหลบหนี

ในส่วนที่ ป.ป.ช.ยื่นสำนวนมาและมีการทำข้อไม่สมบูรณ์เป็นกระบวนการเพราะทางอัยการสำนักงานปราบปรามการทุจริตฯเรามองว่ามีข้อไม่สมบูรณ์ก็ส่งให้อัยการสูงสุดซึ่งเป็นผู้มีอำนาจเป็นผู้พิจารณา แม้อัยการปราบปรามการทุจริตฯจะทำข้อไม่สมบูรณ์ไปก็เป็นอำนาจของอัยการสูงสุด โดยคำฟ้องในวันนี้มี 19 หน้า

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับรายชื่อผู้ต้องหาทั้ง 8 ในวันนี้ประกอบด้วย พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง, พล.ต.ต.ธวัชชัย เมฆประเสริฐสุข, พ.ต.อ.วิรดล ทับทิมดี, นายเนตร นาคสุข, นายชัยณรงค์ แสงทองอร่าม, นายธนิต บัวเขียว, นายชูชัย หรือพิชัย เลิศพงศ์อดิศร, รศ.ดร.สายประสิทธิ์ เกิดนิยม