ยึดยาบ้าล็อตประวัติศาสตร์มากที่สุดใน จ.กาญจนบุรี ตชด.136 ตาไว รวบสาวหม่องคากระบะ พร้อมยาบ้า 242,000 เม็ด มูลค่ากว่า 60 ล้าน ส่วนแฟนหนุ่มคนไทย พร้อมเพื่อนชายชาวหม่อง อาศัยช่วง จนท.เผลอ วิ่งหลบหนีข้ามแดน พร้อมขยายผลบ้านพักโรงงานดัง
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 25 กุมภาพันธ์ ที่กองร้อย ตชด.ที่ 136 หมู่ 6 ต.ลุ่มสุ่ม อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี นายเดโช ประกาศแก่นทราย นายอำเภอไทรโยค พ.ต.อ.เชน ทรงเดช ผกก.ตชด.13 พ.ต.ท.จักริน อุ่นดี ผบ.ร้อย ตชด.136 พ.ต.อ.บัณฑิต ม่วงสุขขำ ผกก.สภ.ไทรโยค พ.ต.ท.เวช พิสูตร์ รอง ผกก.สส.ภ.จว.กาญจนบุรี พร้อมเจ้าหน้าที่ทหารกองพลทหารราบที่ 9 ค่ายสุรสีห์ เจ้าหน้าที่ทหารหน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า กกล.สุรสีห์
ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมตัวนางซาซาทู หรือรุ่ง ไม่มีนามสกุล สัญชาติเมียนมา อายุ 29 ปี พร้อมด้วยของกลางยาบ้า จำนวน 242,000 เม็ด รถกระบะมิตซูบิชิ รุ่นไทรทัน 4 ประตู สีขาว หมายเลขทะเบียน กจ 1749 สระแก้ว จำนวน 1 คัน โทรศัพท์มือถือ จำนวน 3 เครื่อง โดยการแถลงข่าวในครั้งนี้คณะเจ้าหน้าที่ไม่ได้นำตัวผู้ต้องหามาแถลงข่าวแต่อย่างใด เนื่องจากอยู่ระหว่างการนำตัวไปตรวจค้นบ้านพักที่โรงงานชื่อดังแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี
โดยนายเดโช นอภ.ไทรโยคแถลงว่า สืบเนื่องจากวันที่ 24 ก.พ.ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ ตชด.ที่ 136 ได้รับแจ้งจากสายข่าวว่าจะมีขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติรายใหญ่ขนยาเสพติดมาจากประเทศเพื่อนบ้าน ใช้เส้นทางบ้านบ้องตี้ ต.บ้องตี้ อ.ไทรโยค
ดังนั้นจึงสั่งการให้ พ.ต.ท.จักริน อุ่นดี ผบ.ร้อย ตชด.136 พร้อมกำลัง ประสานขอกำลังเจ้าหน้าที่ทหารหน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า กกล.สุรสีห์ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ไทรโยค เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ภ.จว.กาญจนบุรี รวมทั้งเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอไทรโยค ร่วมกันตั้งจุดตรวจจุดสกัดที่บริเวณจุดบริการประชาชนฐานปฏิบัติการห้วยโมง หมู่ 3 ต.บ้องตี้ อ.ไทรโยค ที่อยู่ติดกับแนวชายแดน
จนกระทั่งเวลา 18.00 น. เจ้าหน้าที่พบรถกระบะวิ่งมาจากทางด้านประเทศเมียนมาผ่านช่องทางห้วยโมง ลักษณะของรถตรงตามที่สายแจ้งมา เมื่อมาถึงจุดบริการประชาชนฐานปฏิบัติการห้วยโมง เจ้าหน้าที่จึงเรียกให้หยุดเพื่อขอตรวจค้น โดยภายในรถคันดังกล่าวมาด้วยกัน 3 คน เป็นชาย 2 คน หญิง 1 คน เจ้าหน้าที่จึงเชิญบุคคลทั้งสามลงมาจากรถเพื่อขอตรวจสอบเอกสารการอนุญาตผ่านเข้าออกระหว่างประเทศ เพราะช่องทางดังกล่าวไม่มีการอนุญาตให้ผ่านเข้าออก
โดยบุคคลทั้ง 3 ประกอบด้วย 1.นายชอบ นามแก้ว อายุ 32 ปี ชาวบ้านหมู่ 4 ต.ศรีมงคล อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี คนขับ 2.นางซาซาทู หรือรุ่ง ไม่มีนามสกุล สัญชาติเมียนมา อายุ 29 ปี ไม่มีหนังสือเดินทาง และ 3.นายนัย ไม่มีนามสกุล สัญชาติเมียนมา
ขณะที่คณะเจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบเอกสาร พบว่านายนัยท่าทางมีพิรุธ ลักษณะท่าทางคล้ายกับเพิ่งเสพยาบ้ามา เจ้าหน้าที่จึงใช้อุปกรณ์มาตรวจฉี่เพื่อหาสารเสพติด ระหว่างนั้นนายนัยยังคอยสังเกตเจ้าหน้าที่ที่กำลังตรวจค้นภายในรถกระบะอีกด้วย โดยช่วงนั้นท้องฟ้าค่อนข้างมืด ระหว่างเจ้าหน้าที่เผลอ นายนัยและนายชอบได้ฉวยจังหวะวิ่งข้ามชายแดนไป เจ้าหน้าที่พยายามไล่ติดตามแต่ไม่ทัน ทั้งสองวิ่งข้ามชายแดนไปแล้ว ส่วนนางซาซาทู หรือรุ่ง วิ่งหลบหนีข้ามแดนไปไม่ทัน เจ้าหน้าที่สามารถคุมตัวเอาไว้ได้ก่อน
จากนั้นคณะเจ้าหน้าที่จึงตรวจค้นภายในรถคันดังกล่าวอย่างละเอียด ผลการตรวจค้นพบยาบ้าซุกซ่อนอยู่ 2 จุด คือบริเวณประตูด้านซ้ายหน้า จำนวน 4 มัดใหญ่ และจุดที่ 2 อยู่ในฝาปิดท้ายกระบะ จำนวน 25 มัดใหญ่ และ 8 มัดเล็ก จากนั้นจึงคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมนำของกลางทั้งหมดมาตรวจนับที่กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 136 ยาบ้าทั้งหมดนับรวมกันได้จำนวน 242,000 เม็ด โดยหากยาบ้าจำนวนดังกล่าวสามารถเล็ดลอดเข้ามาชั้นในของประเทศคือ กทม.หรือปริมณฑลได้ จะมีมูลค่าสูงถึง 60 ล้านบาทเลยทีเดียว และการยึดยาบ้าในครั้งนี้ถือว่ามีจำนวนมากที่สุดของ อ.ไทรโยค และของ จ.กาญจนบุรี
ด้าน พ.ต.อ.เชน ทรงเดช ผกก.ตชด.13 กล่าวว่า กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 13 โดยกองร้อย ตชด.ที่ 136 ได้รับมอบหมายให้เฝ้าระวังป้องกันการลักลอบนำสิ่งผิดกฎหมายเข้ามาภายในประเทศบริเวณแนวชายแดนที่รับผิดชอบร่วมกับทหารกองพลทหารราบที่ 9 ค่ายสุรสีห์ ทหารหน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า กกล.สุรสีห์ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอไทรโยค เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ไทรโยค ซึ่งการปราบปรามยาเสพติดนั้นเป็นนโยบายที่สำคัญของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และของรัฐบาล การเฝ้าระวังอย่างเข้มข้นนั้นส่งผลให้สามารถจับกุมผู้ต้องหารวมทั้งยาเสพติดประเภทยาบ้าในครั้งนี้ได้เป็นจำนวนมาก
ส่วน พ.ต.ท.จักริน อุ่นดี ผบ.ร้อย ตชด.136 เปิดเผยเกี่ยวเครือข่ายดังกล่าวว่า ตัวการหลักในการขนยาบ้าในครั้งนี้คือนายชอบ นามแก้ว ผู้ขับขี่รถกระบะ โดยมีนางซาซาทู หรือรุ่ง ไม่มีนามสกุล สัญชาติเมียนมา ภรรยาของนายชอบที่ถูกจับกุม ซึ่งทั้งสองทำงานอยู่ที่โรงงานแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.ท่ามะกา อีก 1 คนคือ นายนัยที่หลบหนีไปได้พร้อมกับนายชอบ ส่วนสาเหตุที่ไม่ได้นำตัวผู้ต้องหามาแถลงข่าวด้วยนั้น เนื่องจากขณะนี้เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส.กำลังนำตัวไปตรวจค้นห้องพักของผู้ต้องหา ทราบว่าเจ้าหน้าที่พบถุงพลาสติกที่มีลักษณะคล้ายกันที่ใช้สำหรับห่อยาบ้าที่ถูกยึดได้ในครั้งนี้
และก่อนหน้านี้ทราบว่าผู้ต้องหาทั้งสามคนได้ขับขี่รถกระบะคันดังกล่าวข้ามเขตไปยัง อ.พญาตองซู ประเทศเมียนมา บริเวณด่านพรมแดนบ้านพระเจดีย์สามองค์ หมู่ 9 ต.หนองลู อ.สังขละบุรี ตั้งแต่วันที่ 14 ก.พ.ที่ผ่านมา คาดว่ายาบ้าที่ถูกยึดได้น่าจะมาจากบริเวณนั้น
แต่เนื่องจากระหว่างนั้นแนวชายแดนฝั่งประเทศเมียนมากำลังมีปัญหา ทำให้เจ้าหน้าที่ฝั่งไทยต้องตรวจสอบผู้ที่เข้าออกอย่างเข้มข้น ดังนั้นผู้ต้องหาทั้งสามจึงขับรถกระบะลัดเลาะมาตามเส้นทางมาถึงช่องทางห้วยโมงช่วงเย็นของวันที่ 24 ก.พ.และถูกจับกุมได้ในที่สุด สำหรับผู้ที่กำลังหลบหนีเจ้าหน้าที่จะรวบรวมหลักฐานเพื่อขอหมายจับต่อไป

