ช็อก เผย ‘ผู้ป่วยซุ้มยาดอง’ ดื่มเหล้าขาวหวังขับเมทานอล แพทย์เตือนอันตราย-เร่งพบหมอ

29.08.24 | 14:07 น.

ช็อก เผย ‘ผู้ป่วยซุ้มยาดอง’ ดื่มเหล้าขาวหวังขับเมทานอล แพทย์เตือนอันตราย-เร่งพบหมอ

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 29 สิงหาคม นายกองตรี ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์ไพโรจน์ สุรัตนวนิช รองอธิบดีกรมการแพทย์ นายแพทย์เกรียงไกร นามไธสง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี นายสมหวัง ชัยประกายวรรณ์ ผู้อำนวยการเขตคลองสามวา พ.ต.อ.ยิ่งยศ ฉลาดปรุ ผกก.สน.นิมิตใหม่ พร้อมเจ้าหน้าที่กรมควบคุมโรค และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ร่วมกันลงพื้นที่ซอยหทัยราชษฎร์ 33 แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กทม. หนึ่งในร้านซุ้มยาดองจาก 18 ซุ้ม ที่หน่วยเกี่ยวข้องสั่งปิดเนื่องจากพบว่ายาดองสุราที่รับซื้อมามีการผสมของสารเมทานอลทำให้มีผู้ป่วยสาหัสและเสียชีวิตหลายรายจนกลายเป็นคลัสเตอร์

นายแพทย์ไพโรจน์กล่าวว่า จุดดังกล่าวเป็นจุดที่มีผู้ป่วยมากที่สุดเชื่อว่ายังมีผู้ดื่มที่เป็นเเรงงานต่างด้าวอาจป่วยเพิ่มเติมอีกซึ่งจะดำเนินการเชิงรุกค้นหาผู้ป่วยเพื่อให้เข้ารับการรักษาหากผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาแล้วจะติดตามอาการหลังจากออกโรงพยาบาล (รพ.) เนื่องจากสารเมทานอลมีผลต่อดวงตาที่อาจเกิดอันตรายได้

นายแพทย์เกรียงไกรเปิดเผยว่า ทราบข้อมูลว่า มีผู้ที่ดื่มยาดองสุราจาก 18 ซุ้มบางรายพยายามรักษาตัวเองที่บ้าน ด้วยการดื่มเหล้าขาวเข้าไปเพิ่มเพราะเชื่อว่าจะช่วยขับสารเมทานอลออกจากร่างกายได้ ซึ่งการดื่มเหล้าเข้าไปเพิ่มนั้นเป็นความเชื่อที่ไม่ถูกต้อง ขอให้ผู้ที่รู้ตัวว่าดื่มยาดองสุราผสมเหล้าเถื่อนรีบเข้ารับการรักษาหรือรับการตรวจเลือดโดยเร็ว โดยวิธีการรักษาที่ถูกต้องด้วยรับการฟอกไต

นายกองตรี ธนกฤต กล่าวว่า การดูแลรักษาทาง รพ.ในเครือกระทรวงสาธารณสุขจะรับผิดชอบทั้งหมดโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ขณะนี้พบว่ามีเพียงผู้ป่วยชาวไทยที่ได้รับการรักษายังไม่มีชาวต่างชาติจึงมีความเป็นห่วงเพราะในคลัสเตอร์จุดดังกล่าวพบผู้ป่วยมากกว่า 18 ซุ้มที่เหลือและคาดว่าถ้าหากนับชาวต่างชาติที่ยังไม่มีการเข้ารักษาจะมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 6 ราย นอกเหนือจากชาวไทยที่ได้รับสิทธิ์ในการรักษา ชาวต่างชาติที่ไปดื่มยาดองสุราจากหนึ่งใน 18 จุดก็ให้มารักษาได้ไม่ต้องกลัวว่าจะถูกจับหรือดำเนินคดีแต่อย่างใด

Advertisement

สำหรับผู้เสียชีวิตและรอดชีวิตจะต้องเข้าสู่ขบวนการตามข้อกฎหมายจึงมีการเชิญ พ.ต.อ.ยิ่งยศ มาร่วมด้วย พร้อมผู้อำนวยการเขตพื้นที่จะต้องดำเนินการแจ้งข้อหาสำหรับผู้ที่ผลิตยาดองสุราเถื่อนที่ปนเปื้อนสารเมทานอล อยากให้ประชาชนบางส่วนหยุดดื่มยาดองในช่วงนี้หรือตลอดไปยิ่งดีเพราะยังไม่ทราบว่าสำหรับนายสุรศักดิ์ หรือเอส อินสาม และนายสุรชัย หรืออาร์ท อินสาม ผู้ต้องหาที่ถูกจับก่อนหน้าในพื้นที่ สน.บางชัน กระจายสุราเถื่อนไปที่ใดบ้าง สำหรับผู้ที่ดื่มไปแล้วในบริเวณจุดเสี่ยงแต่ไม่มีอาการหรือมีอาการจะต้องไปตรวจสอบสามารถโทรศูนย์คอลเซ็นเตอร์ที่เบอร์ 0-2548-2300 ตลอด 24 ชั่วโมง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางลอย นาคำ แม่ยายนายจักรวัช ลาดซ้าย หนึ่งในผู้เสียชีวิต เล่าว่า ลูกเขยทำงานช่างไฟ ปกติดื่มยาดองสุราและบางเวลาทำงานเหนื่อยเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม ทราบว่าลูกเขยไปดื่มมากับเพื่อนหลังเลิกงานที่ซุ้มยาดอง วันรุ่งขึ้นตื่นมาลูกเขยตะโกนเรียกบอกว่า ไม่ไหว ตาพร่ามัว มองไม่ค่อยเห็น จึงให้ขึ้นไปนอน ผ่านมา 3 ชั่วโมงขึ้นไปดูลูกเขยนอนหายใจติดขัด เหนื่อยหอบ จึงรีบช่วยเหลือนำส่ง รพ. ต่อมา 5 วันลูกเขยจึงเสียชีวิต เมื่อรู้ว่าการเสียชีวิตของลูกเขยเกิดจากยาดอง ครอบครัวรู้สึกเสียใจและโกรธคนขายหวังว่าคนที่เกี่ยวข้องจะถูกลงโทษ

ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. ลงนามคำสั่ง บช.น.ที่ 276/2567 เรื่อง แต่งตั้งคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน ลงวันที่ 26 สิงหาคมที่ผ่านมา หลังเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม เวลาประมาณ 19.00 น. พนักงานสอบสวน สน.มีนบุรี ได้รับแจ้งจากฝ่ายสืบสวน ว่ามีผู้ดื่มยาดองสุราจากร้านยาดองบริเวณถนสามสามวา และถนนหทัยราษฎร์ แขวงมีนบุรี เขตมีนบุรี กทม. มีอาการป่วยหัวใจหยุดเต้น เข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลจำนวนหลายราย พนักงานสอบสวนจึงไปตรวจสอบและประชุมร่วมกับอธิบดีกรมการแพทย์และเจ้าหน้าที่ส่วนต่างๆ ที่โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี

โดยเบื้องต้นทราบว่ามีผู้ป่วยรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี จำนวน 9 ราย โรงพยาบาลราชวิถี จำนวน 1 ราย โรงพยาบาลนวมินทร์ 9 จำนวน 4 ราย โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ จำนวน 1 ราย และโรงพยาบาลสินแพทย์เสรีรักษ์ จำนวน 1 ราย ต่อมาได้รับแจ้งว่าผู้ป่วยที่รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลสินแพทย์เสรีรักษ์ได้เสียชีวิต พนักงานสอบสวนจึงเดินทางไปตรวจสอบทราบว่าผู้เสียชีวิตคือ นายวราชัย ป้องเพชร อายุ 30 ปี ซึ่งจะดำเนินการชันสูตรพลิกศพเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตตามขั้นตอนต่อไป

ต่อมาในวันเดียวกัน เวลาประมาณ 17.44 น. น.ส.ณัฐยาน์ สุหงษา เจ้าพนักงานสรรพสามิตปฏิบัติการ กับพวก รับแจ้งจากสายลับว่า บ้านเลขที่ 6 ซอยกาญจนาภิเษก 25 แยก 1-3 แขวงทับช้าง เขตสะพานสูง กทม.ลักลอบผลิตสุราโดยไม่ได้รับอนุญาต จึงไปตรวจสอบพบ นายสุรศักดิ์ อินสาม ผู้ต้องหาที่ 1 และ นายสุรชัย อินสาม ผู้ต้องหาที่ 2 พร้อมของกลางรวม 11 รายการ จึงร่วมกันจับกุมผู้ต้องหาทั้งสองคน โดยแจ้งข้อกล่าวหา “ร่วมกันผลิตสุราโดยไม่ได้รับอนุญาตและมีไว้เพื่อขายซึ่งสุราที่ผลิตขึ้นโดยฝ่าฝืนมาตรา 153 วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต พ.ศ.2560” ให้ทราบ จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.บางชัน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งพนักงานสอบสวน สน.บางขัน ได้รับคำร้องทุกข์ไว้ตามคดีอาญาที่ 610/2567

เนื่องจากคดีอาญาดังกล่าวมีพฤติการณ์ในการกระทำผิดเกี่ยวพันกันหลายท้องที่ ประกอบกับและสื่อมวลชนให้ความสนใจ เพื่อให้เกิดความสะดวก รวดเร็ว ต่อเนื่อง และเป็นธรรม อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 66 แห่ง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พุทธศักราช 2565 และคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 419/2556 ลงวันที่ 1 กรกฎาคม 2556 เรื่องการอำนวยความยุติธรรมในคดีอาญาการทำสำนวนการสอบสวน และมาตรการควบคุม ตรวจสอบ เร่งรัดการสอบสวนคดีอาญา จึงแต่งตั้งคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน

โดยมีรายชื่อดังนี้ พล.ต.ต.สมควร พึ่งทรัพย์ รอง ผบช.น. เป็นหัวหน้าพนักงานสืบสวนสอบสวน พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. รองหัวหน้าพนักงานสืบสวนสอบสวน รอง ผบก.น.2 (ที่รับผิดชอบงานสืบสวน) รอง ผบก.น.3 (ที่รับผิดชอบงานสอบสวน) รอง ผบก.น.3 (ที่รับผิดชอบงานสืบสวน) รอง ผบก.น.4 (ที่รับผิดชอบงานสอบสวน) รอง ผบก.น.4 (ที่รับผิดชอบงานสืบสวน) ผกก.สส.บก.น.2 ผกก.สส.บก.น.3 ผกก.สส.บก.น.4 ผกก.สน.คันนายาว ผกก.สน.นิมิตรใหม่ ผกก.สน.ลำผักชี ผกก.สน.ฉลองกรุง ผกก.สน.บึงกุ่มเป็น ผกก.สน.ประเวศ ผกก.สน.บางชัน พ.ต.อ.สมศักดิ์ จันวงษา ผกก.(สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวน บก.น.2

พ.ต.อ.เรืองวิทย์ ฉัตรดวงเด่น ผกก.(สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวน บก.น.3 พ.ต.อ.ปวิช นิลสุวรรณ ผกก.(สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวน บก.น.4 เป็นพนักงานสืบสวนสอบสวน ผกก.สน.มีนบุรี เป็นพนักงานสอบสวนและเลขานุการ ผกก.กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.บช.น. ผู้ช่วยเลขานุการ อำนาจหน้าที่ ให้เป็นพนักงานสืบสวนสอบสวนผู้รับผิดชอบ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ร่วมกันทำการสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานทั้งปวงในคดีอาญาดังกล่าว ให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว หากการสืบสวนสอบสวนพบว่ามีผู้อื่นร่วมกระทำความผิด หรือมีการกระทำความผิดอื่นที่เกี่ยวเนื่องกัน ก็ให้มีอำนาจสืบสวนดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดนั้นๆ ได้ด้วย

ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ คำสั่งและข้อบังคับที่เกี่ยวข้องโดยเคร่งครัด โดยให้พนักงานสืบสวนสอบสวนพึงระมัดระวังเรื่องอำนาจการสอบสวนซึ่งจะต้องพนักงานสอบสวนผู้มีอำนาจสอบสวนร่วมทำการสอบสวนด้วยทุกกรณี ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนกว่าจะเสร็จสิ้นภารกิจ